วิธีทำ ขนมบัวลอย ของหวานที่หลายคนชอบทาน
บัวลอยอร่อยที่สุดตอนยังอุ่น ๆ ช้อนแรกมักได้กลิ่นกะทิกับใบเตยก่อน แล้วค่อยเจอลูกแป้งนุ่ม ๆ ที่เคี้ยวหนึบพอดี ไม่แข็ง ไม่เละ
ขนมถ้วยนี้ดูเหมือนทำง่าย แค่แป้งข้าวเหนียวปั้นเป็นเม็ดแล้วต้ม แต่พอลงมือจริงจะรู้เลยว่ารายละเอียดเล็ก ๆ มีผลมาก ทั้งปริมาณน้ำที่ใส่ตอนนวด เวลาในการต้ม และไฟที่ใช้เคี่ยวน้ำกะทิ
หลายบ้านคงมีภาพจำคล้ายกัน เด็ก ๆ นั่งปั้นแป้งเป็นลูกใหญ่บ้างเล็กบ้าง ผู้ใหญ่คอยบอกว่า “เอาพอดีคำก็พอ” สุดท้ายพอต้มเสร็จ เม็ดไหนเบี้ยวนิดหน่อยกลับดูน่ากินกว่าลูกกลมเป๊ะเสียอีก
สูตรนี้ใช้แป้งข้าวเหนียว 250 กรัม ทำได้ประมาณ 4-5 ถ้วยเล็ก ถ้ากินกันหลายคนให้เพิ่มสูตรตามสัดส่วนได้เลย
วัตถุดิบส่วนแป้งบัวลอยมีแป้งข้าวเหนียว 250 กรัม น้ำอุ่นประมาณ 150-180 มิลลิลิตร และสีธรรมชาติตามชอบ ถ้าอยากได้สีเขียวให้ใช้น้ำใบเตยคั้น สีเหลืองใช้ฟักทองนึ่งบด สีม่วงอมฟ้าใช้น้ำอัญชัน ส่วนสีม่วงอ่อนใช้เผือกนึ่งบดได้
อย่าเพิ่งเทน้ำหมดทีเดียว
แป้งข้าวเหนียวแต่ละยี่ห้อดูดน้ำไม่เท่ากัน ควรค่อย ๆ เติมน้ำแล้วนวดไปเรื่อย ๆ จนแป้งนุ่มคล้ายดินน้ำมัน กดแล้วไม่แตกขอบ ถ้าแห้งให้เติมน้ำทีละนิด ถ้าแฉะเกินไปให้โรยแป้งเพิ่ม ไม่ต้องรีบ
พอได้แป้งแล้ว แบ่งออกเป็นก้อนตามสีที่ต้องการ นวดสีให้เข้ากัน จากนั้นปั้นเป็นเส้นยาว ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วคลึงเป็นลูกกลม ขนาดกำลังดีคือประมาณปลายนิ้วก้อย เพราะตอนต้มแป้งจะพองขึ้นอีกเล็กน้อย
ตั้งหม้อน้ำให้เดือด ใส่เม็ดบัวลอยลงไป ตอนแรกเม็ดแป้งจะจมอยู่ก้นหม้อ พอสุกจะค่อย ๆ ลอยขึ้นมา ให้รอต่ออีกประมาณ 1 นาทีแล้วตักขึ้นแช่น้ำอุณหภูมิห้อง วิธีนี้ช่วยไม่ให้เม็ดบัวลอยติดกันเป็นก้อน และช่วยให้ผิวแป้งอยู่ตัวขึ้น
ส่วนกะทิ ใช้กะทิ 500 มิลลิลิตร น้ำเปล่า 300 มิลลิลิตร น้ำตาลมะพร้าว 80-100 กรัม น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา และใบเตย 2-3 ใบ มัดให้เรียบร้อยก่อนใส่หม้อ จะได้ตักออกง่าย
ใส่กะทิ น้ำเปล่า น้ำตาล เกลือ และใบเตยลงหม้อ ใช้ไฟอ่อนถึงกลาง คนเบา ๆ จนน้ำตาลละลาย ระวังอย่าให้เดือดพล่าน เพราะกะทิแตกมันแล้วรสจะไม่นวลเท่าเดิม
รสของบัวลอยที่ดีไม่ควรหวานโดด กะทิต้องมีเค็มปลายลิ้นนิด ๆ เกลือจึงสำคัญกว่าที่คิด ใส่น้อยไปจะจืดแบน ใส่มากไปก็เสียทั้งหม้อ ทางที่ดีชิมตอนน้ำตาลละลายแล้วค่อยปรับ
เมื่อกะทิได้ที่ ใส่เม็ดบัวลอยที่ต้มไว้ลงไป อุ่นต่อสักครู่ให้แป้งดูดรสกะทิ ถ้าชอบไข่หวาน ให้ตอกไข่ลงช่วงท้าย ใช้ไฟอ่อนและปล่อยให้ไข่เซตตัวตามระดับที่ชอบ บางคนชอบไข่แดงเยิ้ม บางคนชอบสุกแน่น อันนี้ไม่มีผิดถูก
ใครอยากเพิ่มเครื่อง ใส่มะพร้าวอ่อน เผือกนึ่ง ฟักทองนึ่ง หรืองาดำคั่วได้ แต่ไม่ควรใส่เยอะจนกลบรสกะทิ เพราะเสน่ห์ของบัวลอยอยู่ตรงความเรียบง่ายนี่แหละ
จุดที่ทำให้แป้งแข็งหลังเย็นลง มักมาจากนวดแป้งแห้งเกินไปหรือต้มไม่นานพอ ถ้าทำไว้ล่วงหน้า ไม่ควรแช่เม็ดบัวลอยในกะทินานหลายชั่วโมง ควรแยกเม็ดแป้งกับน้ำกะทิไว้ก่อน แล้วค่อยอุ่นรวมกันตอนจะกิน รสจะสดกว่า
ตักบัวลอยใส่ถ้วยตอนยังอุ่น ๆ โรยมะพร้าวอ่อนนิดหน่อยถ้ามี แล้วเสิร์ฟเลย กลิ่นใบเตยกับกะทิร้อน ๆ จะทำหน้าที่ของมันเอง
บางทีของหวานที่คนจำได้ ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แค่แป้งนุ่ม กะทิหอม และรสหวานเค็มที่พอดีคำ ก็พอให้คนขอตักเพิ่มอีก
แหล่งที่มา: ต้นฉบับผู้ใช้, กระทรวงวัฒนธรรม, Hungry in Thailand
อ้างอิง: https://www.m-culture.in.th/album/195903/ขนมบัวลอยไข่หวาน, https://hungryinthailand.com/bua-loy-dessert/
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
นอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้า
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
รายได้ 10 สายการบินชั้นนำ
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาล
สถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
สืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 ราย
3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
คลื่นความร้อนสูงระดับประวัติศาสตร์ถล่มยุโรป ยอดเสียชีวิตพุ่งเกินพันราย
4 สะพานที่แหวกแนวที่สุดในโลก

