หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วาซาบิแท้ ทำไมพืชเล็ก ๆ จากลำธารญี่ปุ่นถึงปลูกยากและแพง


เขียนโดย dukedick

แค่แตะวาซาบิสีเขียวอ่อนนิดเดียวบนซูชิ คำต่อมาก็รู้เรื่องทันที

ความฉุนพุ่งขึ้นจมูก น้ำตาเกือบมา แล้วมันก็หายไปเร็วเสียจนบางคนยังไม่ทันตั้งตัว รสแบบนี้ไม่เหมือนพริก ไม่เหมือนพริกไทย และไม่เหมือนซอสเผ็ดที่ค้างอยู่ในปากนาน ๆ วาซาบิมาไว ไปไว แต่ทิ้งกลิ่นเขียว ๆ สด ๆ ไว้พอให้จำได้

ของเล็กข้างจานซูชินี่แหละ มีเรื่องเยอะกว่าที่คิด

วาซาบิแท้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eutrema japonicum อยู่ในวงศ์ Brassicaceae กลุ่มเดียวกับมัสตาร์ด กะหล่ำปลี บรอกโคลี และฮอร์สแรดิช ส่วนที่คนเรียกติดปากว่า “รากวาซาบิ” ความจริงไม่ใช่ราก แต่เป็นเหง้าหรือลำต้นที่อวบแน่นอยู่ใกล้ผิวดิน ผิวด้านนอกเป็นปุ่ม ๆ จากร่องรอยก้านใบเก่าที่หลุดไป พอฝนออกมา เนื้อข้างในจะเป็นสีเขียวอ่อน ไม่ใช่เขียวจัดแบบสีผสมอาหาร

 

ใบกับก้านก็กินได้เหมือนกัน ในญี่ปุ่นมีการนำไปดอง ผัด หรือทำเป็นเครื่องเคียง รสจะฉุนอ่อนกว่าเหง้า กินง่ายกว่า และให้กลิ่นคล้ายผักสดมากกว่าเครื่องปรุงรสจัด

แต่จุดที่ทำให้วาซาบิแท้มีราคาแพง ไม่ได้อยู่ที่รสชาติอย่างเดียว อยู่ที่นิสัยของมันด้วย

วาซาบิเป็นพืชที่เลือกที่อยู่มาก ชอบอากาศเย็น ร่ม ความชื้นสูง และน้ำสะอาดไหลผ่านตลอดเวลา แปลงวาซาบิแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นจึงไม่ได้หน้าตาเหมือนแปลงผักทั่วไป หลายแห่งอยู่ตามลำธารบนภูเขา มีน้ำเย็นใสไหลเอื่อยผ่านโคนต้น บางพื้นที่จัดเป็นขั้นบันไดตามไหล่เขา เพื่อคุมน้ำและอุณหภูมิให้คงที่

กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่นระบุว่า วาซาบิเป็นพืชพื้นเมืองของญี่ปุ่น และมีการปลูกครั้งแรกในจังหวัดชิซูโอกะเมื่อราว 400 ปีก่อน พื้นที่ปลูกแบบดั้งเดิมของชิซูโอกะยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นระบบมรดกทางการเกษตรสำคัญระดับโลกของ FAO ด้วย เพราะไม่ใช่แค่การปลูกพืช แต่เป็นระบบใช้น้ำจากภูเขา ป่า และภูมิประเทศร่วมกันอย่างละเอียดอ่อน

ภาพแปลงวาซาบิที่เห็นบ่อย ๆ จึงเป็นพรมใบเขียวรูปหัวใจเรียงอยู่ในร่องน้ำ ไม่ใช่ดินโล่งกลางแดด ต้นวาซาบิไม่ค่อยถูกกับแสงแรง อากาศร้อนจัดก็ทำให้เสียหายง่าย เงื่อนไขพวกนี้ทำให้ขยายการปลูกจำนวนมากได้ยาก แม้มีตลาดต้องการอยู่ตลอดก็ตาม

ที่สำคัญ มันโตช้า

โดยทั่วไปกว่าจะได้เหง้าวาซาบิขนาดเหมาะสำหรับฝนกินสด ต้องรอราว 18–24 เดือน ระหว่างนั้นต้องระวังเรื่องน้ำ อุณหภูมิ โรคพืช และความเสียหายจากสภาพแวดล้อมแทบตลอดเวลา เกษตรกรปลูกผักบางชนิดอาจเก็บขายได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่วาซาบิแท้ต้องรอเป็นปี ๆ

นี่คือเหตุผลที่วาซาบิสดราคาไม่เบา และไม่ได้มีให้เจอกันง่ายในร้านทั่วไป

เรื่องเก่าของวาซาบิในญี่ปุ่นก็ยาวพอสมควร หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มักถูกอ้างถึงคือ Honzo Wamyo ตำราสมุนไพรญี่ปุ่นช่วงต้นยุคเฮอัน ราวปี ค.ศ. 918 แสดงให้เห็นว่าวาซาบิเป็นพืชที่คนญี่ปุ่นรู้จักมานานก่อนจะกลายเป็นภาพจำคู่ซูชิในยุคหลัง

ตอนแรกมันอยู่ในโลกของสมุนไพรและพืชท้องถิ่นมากกว่าโต๊ะซูชิหรู ๆ

ต่อมาเมื่อวัฒนธรรมอาหารเมืองเอโดะเติบโต ซูชิแบบคำหรือนิกิริซูชิเริ่มแพร่หลาย วาซาบิจึงถูกใช้คู่กับปลาดิบมากขึ้น รสฉุนช่วยตัดกลิ่นคาว ทำให้ปากรู้สึกสะอาด และช่วยดันรสของปลาให้ชัดขึ้น ในยุคที่ยังไม่มีตู้เย็น การกินปลาดิบต้องอาศัยทั้งความสด ความชำนาญ และเครื่องปรุงที่เหมาะกับวัตถุดิบ วาซาบิจึงไม่ใช่แค่ของเผ็ดข้างจาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาการกินปลา

ความเผ็ดของวาซาบิไม่ได้ทำงานแบบพริก พริกมีแคปไซซินที่ให้ความร้อนแสบในปาก แต่วาซาบิเด่นที่สารกลุ่มไอโซไทโอไซยาเนต โดยเฉพาะ allyl isothiocyanate กลิ่นฉุนนี้จะเกิดชัดเมื่อเซลล์ของพืชถูกทำลายจากการฝนหรือบด เอนไซม์ในเนื้อวาซาบิจึงไปทำปฏิกิริยากับสารตั้งต้น แล้วปล่อยกลิ่นฉุนระเหยขึ้นมา งานทบทวนทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวาซาบิอธิบายว่า สารระเหยกลุ่มนี้คือหัวใจของกลิ่นและรสเฉพาะตัวของวาซาบิ

เพราะมันระเหยง่าย วาซาบิสดจึงควรกินหลังฝนใหม่ ๆ

ร้านซูชิที่ใช้วาซาบิสดมักฝนเหง้าวาซาบิบนแผ่นขูดละเอียด บางแบบใช้หนังปลาฉลามเพื่อให้เนื้อแตกตัวนุ่ม กลิ่นออกดี และไม่ช้ำเกินไป วาซาบิที่ได้จะไม่ได้ฉุนอย่างเดียว แต่มีความเขียว หอม สด และหวานปลายนิด ๆ เวลาเชฟป้ายบาง ๆ ระหว่างข้าวกับปลา รสฉุนจะขึ้นจมูกวูบหนึ่ง แล้วปล่อยให้รสหวานของข้าวกับรสอูมามิของปลาเด่นขึ้นมาเอง

 

แต่สิ่งที่คนจำนวนมากกินกันอยู่ทุกวันนี้ อาจไม่ใช่วาซาบิแท้เต็มตัว

วาซาบิหลอด วาซาบิซอง หรือวาซาบิที่เสิร์ฟตามร้านอาหารจำนวนไม่น้อย มักทำจากฮอร์สแรดิช มัสตาร์ด แป้ง น้ำมัน และสีเขียว ฮอร์สแรดิชให้ความฉุนขึ้นจมูกคล้ายกัน เพราะมีสารในกลุ่มใกล้เคียงกัน แต่กลิ่นรสจะตรงกว่า แรงกว่า และซับซ้อนน้อยกว่าวาซาบิสดแท้

 

ไม่ได้แปลว่าของแบบนั้นกินไม่ได้

มันเกิดจากเรื่องราคา การเก็บรักษา และปริมาณความต้องการที่มากเกินกว่าวาซาบิแท้จะรองรับได้ ร้านทั่วไปจึงเลือกใช้วัตถุดิบทดแทนที่ต้นทุนต่ำกว่า เก็บได้นานกว่า และรสคุ้นปากคนจำนวนมากกว่า เพียงแต่ถ้าอยากรู้จักรสวาซาบิจริง ๆ ต้องแยกให้ออกว่ากำลังกินอะไรอยู่

วิธีสังเกตแบบง่ายคือ ดูสี กลิ่น และบริบท วาซาบิสดแท้มักมีสีเขียวอ่อนธรรมชาติ ไม่เขียวสะท้อนตา เนื้อไม่เนียนเป็นครีมโรงงานจนเกินไป กลิ่นฉุนจะสดและหายไว ถ้าร้านฝนจากเหง้าให้เห็นตรงหน้า หรือระบุว่า hon-wasabi โอกาสเป็นวาซาบิแท้ก็สูงขึ้น ส่วนวาซาบิที่สีจัด ฉุนโดด และเสิร์ฟมาเป็นก้อนเนียน ๆ ในร้านทั่วไป มักเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฮอร์สแรดิชเป็นฐานมากกว่า

ในญี่ปุ่น วาซาบิไม่ได้อยู่กับซูชิอย่างเดียว มันไปได้กับโซบะเย็น เต้าหู้ เนื้อย่าง อาหารทะเล ข้าวหน้าต่าง ๆ ของดองจากใบและก้าน รวมถึงขนมขบเคี้ยวหรือซอสสมัยใหม่บางชนิด วัตถุดิบเก่าแก่ชนิดนี้เลยยังไม่กลายเป็นของพิพิธภัณฑ์ มันยังอยู่ในครัว อยู่ในร้านอาหาร และอยู่ในของฝากตามเมืองปลูกวาซาบิ

เสน่ห์ของวาซาบิแท้จึงไม่ได้มีแค่ความฉุนวาบ ๆ ในจมูก แต่มาจากน้ำเย็นบนภูเขา ร่มเงาของหุบเขา เวลาเกือบสองปีในแปลงปลูก และมือของคนที่ต้องดูแลพืชเอาใจยากชนิดนี้จนโตพอจะฝนกินได้

พอรู้เบื้องหลังแล้ว วาซาบิก้อนเล็กข้างจานซูชิก็ดูไม่เล็กเหมือนเดิมอีกต่อไป

 

ตัวอย่างแปลงปลูกวาซาบิ

เนื้อหาโดย: dukedick


แหล่งที่มา: Food and Agriculture Organization of the United Nations, Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries Japan, Traditional WASABI Cultivation in Shizuoka, ScienceDirect, NIH/PMC
อ้างอิง: https://www.fao.org/giahs/giahs-around-the-world/japan-shizuoka-wasabi-system/en, https://www.maff.go.jp/e/policies/rural_dev/giahs/index.html, https://www.shizuoka-wasabi.jp/en/, https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0963996998001057, https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10570882/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 23 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เจาะรหัสลับ "แปลปกสลากฯ" ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 6910 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขโหมดเครื่องบินมีไว้ทำไม?ไขข้อสงสัย! ทะเบียนบ้านไม่มี "เจ้าบ้าน" ได้ไหม? ส่องข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เจ้าของบ้านควรรู้ในวรรณกรรมพงศาวดารจีนเรื่อง "ไซอิ๋ว" มีตัวละครใดที่มีตัวตนจริงอยู่บ้างบ้านหลุมดินส่านโจว หมู่บ้านใต้ดินจีนที่เย็นเองได้กลางที่ราบดินเหลืองกัมพูชาอภัยโทษ เขม โสกา พ้นกักบริเวณ แต่ยังถูกกันจากการเมืองลิงก์ไลฟ์สดไวรัล Lina Miaa ระวังของปลอม กดพลาดเสี่ยงเสียบัญชีภาพ “เอเลียนในสวน” จุดกระแสบน Reddit ก่อนชาวเน็ตชี้อาจเป็นเพียงพร็อพเก่าFairPrice เปิดขายทุเรียน S$1.95 คนสิงคโปร์ต่อคิวแน่น หมด 600 ลูกในราวชั่วโมงเดียวประเทศที่มีความเจริญน้อยที่สุดในอาเซียน9 อำเภอไทย ที่เศรษฐกิจแข็งแกร่งเกินคาด รายได้สะพัดแม้ไร้นักท่องเที่ยวต่างชาติ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
บ้านหลุมดินส่านโจว หมู่บ้านใต้ดินจีนที่เย็นเองได้กลางที่ราบดินเหลืองทำไมวันหยุดถึงลงตัวที่เสาร์-อาทิตย์ ประวัติสั้น ๆ ของสัปดาห์ทำงาน 5 วัน10 แม่น้ำไทยที่สวยน่าไปเห็นสักครั้ง จากโขงถึงตาปีFairPrice เปิดขายทุเรียน S$1.95 คนสิงคโปร์ต่อคิวแน่น หมด 600 ลูกในราวชั่วโมงเดียวในวรรณกรรมพงศาวดารจีนเรื่อง "ไซอิ๋ว" มีตัวละครใดที่มีตัวตนจริงอยู่บ้าง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
บ้านหลุมดินส่านโจว หมู่บ้านใต้ดินจีนที่เย็นเองได้กลางที่ราบดินเหลืองสหรัฐฯ เผชิญเงินเฟ้อหนัก! ธุรกิจความงามหันใช้ “ระบบแลกเปลี่ยนของ” (Barter) – ตัดผมแลกไข่ 1 กล่องกลายเป็นเรื่องปกติทำไมวันหยุดถึงลงตัวที่เสาร์-อาทิตย์ ประวัติสั้น ๆ ของสัปดาห์ทำงาน 5 วันทำไมต้องเป็น “แพะรับบาป”: เรื่องเล่าของสัตว์ตัวเล็กที่แบกความผิดของมนุษย์
ตั้งกระทู้ใหม่