ภาพวาดมูลค่าสูงที่สุดในโลก ที่มหาเศรษฐียอมทุ่มเงินซื้อ
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับตลาดงานศิลปะระดับโลก แล้วต้องยอมรับตรง ๆ ว่า บางตัวเลขนั้นสูงจนแทบไม่น่าเชื่อว่า “ภาพวาดเพียงหนึ่งภาพ” จะมีมูลค่ามหาศาลได้ถึงขนาดนั้น
บางภาพถูกประมูลในราคาหลายหมื่นล้านบาท ส่วนบางภาพมีคนยอมขายเครื่องบินส่วนตัวเพื่อแลกมา
และบางภาพ ถึงขั้นถูกเก็บซ่อนไว้เหมือนสมบัติล้ำค่าของโลก
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ภาพวาดเหล่านี้ไม่ได้มีราคาเพราะใช้สีแพงหรือผ้าใบหายาก แต่สิ่งที่ทำให้มันมีมูลค่ามหาศาล กลับเป็น “ชื่อของศิลปิน” ประวัติศาสตร์ เรื่องราวเบื้องหลัง และความหายากที่ไม่มีวันสร้างซ้ำได้อีกแล้ว
ในโลกของมหาเศรษฐี งานศิลปะไม่ใช่แค่ของตกแต่งบ้านอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นทั้งทรัพย์สิน สัญลักษณ์สถานะ และบางครั้งก็เป็นเหมือน “ขุมทรัพย์” ที่มูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี
วันนี้ผู้เขียนจึงอยากพาไปดู 10 ภาพวาดที่ถูกยกให้เป็นผลงานมูลค่าสูงที่สุดในโลก ซึ่งบางภาพมีราคาสูงกว่างบประมาณทั้งจังหวัดเสียอีก
อันดับ 1 ยังคงเป็นภาพ “ผู้กอบกู้โลก” ของ เลโอนาร์โด ดา วินชี ที่ถูกขายไปในปี 2017 ด้วยมูลค่าราว 450.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยเกินกว่า 16,000 ล้านบาท ภาพนี้ถูกเชื่อว่าเป็นผลงานของดา วินชีที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นบนโลก และเพียงแค่ชื่อของศิลปิน ก็เพียงพอจะทำให้มหาเศรษฐียอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครอง
รองลงมาคือ “การเปลี่ยนผ่าน” ของ วิลเล็ม เดอ คูนนิง ที่มีรายงานว่าถูกซื้อขายกันในราคาเกือบ 300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ “นักเล่นไพ่” ของ ปอล เซซานน์ ก็มีมูลค่าประมาณ 250 ล้านดอลลาร์ ซึ่งประเทศกาตาร์เป็นผู้ซื้อไปเก็บสะสม
ส่วนภาพที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อมากที่สุด คือ “มาริลีนสีน้ำเงิน” ของ แอนดี วอร์ฮอล ซึ่งเป็นภาพของ มาริลีน มอนโร ถูกขายในราคาสูงถึง 195 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นหนึ่งในงานศิลปะยุคใหม่ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์
ขณะที่ ปาโบล ปิกัสโซ ก็ยังคงติดอันดับอย่างต่อเนื่องกับภาพ “หญิงแห่งแอลเจียร์” ที่ถูกประมูลไปในราคากว่า 179 ล้านดอลลาร์ และแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี ชื่อของปิกัสโซก็ยังคงทรงอิทธิพลในโลกศิลปะอย่างไม่น่าเชื่อ
อีกภาพที่ถูกพูดถึงมากคือ “หมายเลข 6 สีม่วง เขียว และแดง” ของ มาร์ก รอธโก ซึ่งเป็นภาพแนวแอบสแตรกต์เรียบง่าย แต่กลับมีมูลค่ากว่า 186 ล้านดอลลาร์ หลายคนอาจมองแล้วสงสัยว่า “แค่สีไม่กี่ก้อนทำไมถึงแพงขนาดนี้” แต่สำหรับนักสะสมระดับโลก สิ่งที่พวกเขาซื้อ ไม่ใช่แค่รูปภาพ แต่คือประวัติศาสตร์ของวงการศิลปะทั้งยุคสมัย
นอกจากนี้ ยังมีผลงานของ อาเมเดโอ โมดิกลิอานี, ฟรานซิส เบคอน และ กุสตาฟ คลิมต์ ที่ติดอยู่ในกลุ่มภาพวาดมูลค่ามหาศาลเช่นกัน โดยบางภาพมีราคาแตะหลักแสนล้านบาทเมื่อรวมอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน
สิ่งที่ผู้เขียนรู้สึกน่าสนใจมากที่สุด คือโลกของงานศิลปะนั้นแตกต่างจากโลกของคนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะในขณะที่คนธรรมดาอาจมองภาพวาดเป็นเพียงของตกแต่งบ้าน แต่มหาเศรษฐีกลับมองมันเป็น “สินทรัพย์ระดับโลก” ที่ทั้งหายากและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
บางภาพถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
บางภาพไม่เคยเปิดให้สาธารณชนเห็น
และบางภาพ ต่อให้มีเงินก็อาจไม่มีสิทธิ์ซื้อ
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า ราคาของภาพวาดเหล่านี้ ไม่ได้สะท้อนแค่ความสวยงามของงานศิลปะเท่านั้น แต่มันสะท้อนถึง “คุณค่าทางวัฒนธรรม” และอำนาจของชื่อเสียงที่มนุษย์สร้างขึ้นตลอดหลายร้อยปี
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ภาพวาดหนึ่งภาพอาจเป็นได้มากกว่ารูปบนผืนผ้าใบ แต่มันอาจเป็นทั้งประวัติศาสตร์ ความเชื่อ อำนาจ เงินตรา และความต้องการครอบครองของมนุษย์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
และนั่นเองที่ทำให้โลกของงานศิลปะ กลายเป็นอีกโลกหนึ่งที่คนธรรมดาอาจมองไม่เข้าใจ…แต่กลับมีเงินมหาศาลไหลเวียนอยู่ในนั้นตลอดเวลา
แหล่งที่มาของข้อมูล :
Guinness World Records – Most Expensive Paintings Sold
Christie’s Auction Records
Sotheby’s Global Auction Data
Visual Capitalist – Most Expensive Artworks Ever Sold
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
ยิ่งไถฟีดยิ่งรู้สึกล้มเหลวเพราะสมองเผลอเอาชีวิตคนอื่นมาเทียบกับตัวเอง
หลักฐานทางประวัติศาสตร์บอกอะไรเกี่ยวกับการมีตัวตนจริงของพระพุทธเจ้า
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
ถึงแม้ชายวัย 80 จะถูกผึ้งต่อย แต่เขาก็ยังเลือกที่จะไปรับหลาน จนทำให้ตัวเองเกือบตายขณะกลับบ้าน
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
ทำไมผีเสื้อใช้เท้าชิมรสก่อนตัดสินใจว่าจะกินหรือวางไข่ตรงไหน
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
10 คู่ “อาหารและเครื่องดื่ม” ที่ไม่ควรกินคู่กัน เพราะอาจเป็นอันตราย
รหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569
หลักฐานทางประวัติศาสตร์บอกอะไรเกี่ยวกับการมีตัวตนจริงของพระพุทธเจ้า
ยิ่งไถฟีดยิ่งรู้สึกล้มเหลวเพราะสมองเผลอเอาชีวิตคนอื่นมาเทียบกับตัวเอง
ทำไมผีเสื้อใช้เท้าชิมรสก่อนตัดสินใจว่าจะกินหรือวางไข่ตรงไหน
ทำไมแม่ถึงฟังคำพูดไม่ชัดของลูกวัยเตาะแตะแล้วเข้าใจความหมายได้แม่นกว่าคนอื่น
ชีวิตไม่สมมาตรคือการเสี่ยงแบบพลาดแล้วไม่พังแต่สำเร็จแล้วเปิดทางได้ไกล
ทำไมลางสังหรณ์ของแม่เรื่องเพื่อนลูกถึงแม่นเหมือนมีตาทิพย์



