ชุมเห็ดเทศ ดอกเหลืองสวย สมุนไพรช่วยระบายที่ต้องใช้อย่างระวัง
เขียนโดย Zummarikun
ชุมเห็ดเทศ เป็นพืชสมุนไพรที่หลายคนคุ้นตาจากช่อดอกสีเหลืองสด ตั้งตรงคล้ายแท่งเทียน จึงมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Senna Alata หรือ Candle Bush นอกจากความสวยงามแล้ว ชุมเห็ดเทศยังเป็นสมุนไพรที่มีประวัติการใช้ในตำรับยาไทย โดยเฉพาะเรื่องบรรเทาอาการท้องผูกและการใช้ภายนอกกับปัญหาผิวหนังบางชนิด
ชุมเห็ดเทศมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Senna alata (L.) Roxb. เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง พบได้ในหลายพื้นที่ของไทย ใบเป็นใบประกอบ ดอกออกเป็นช่อตั้งสีเหลืองทองสะดุดตา ส่วนที่มีการนำมาใช้ทางยาโดยทั่วไปคือใบ และในบางตำรับอาจใช้ดอกด้วย
สารสำคัญที่มักกล่าวถึงในชุมเห็ดเทศ คือกลุ่มแอนทราควิโนน หรือ hydroxyanthracene derivatives เช่น rhein, aloe-emodin และ chrysophanol สารกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับฤทธิ์ช่วยระบาย เพราะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้และการขับถ่าย จึงทำให้ชุมเห็ดเทศถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรสำหรับบรรเทาอาการท้องผูกเป็นครั้งคราว
ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุ “ยาชงชุมเห็ดเทศ” อยู่ในกลุ่มยาระบาย โดยใช้ผงใบชุมเห็ดเทศในรูปแบบซองชง ขนาด 3 กรัม และมีคำแนะนำให้ชงกับน้ำเดือด 120 มิลลิลิตร แช่ประมาณ 10 นาที ดื่มวันละครั้งก่อนนอน ทั้งนี้ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำจากบุคลากรสาธารณสุข ไม่ควรเพิ่มปริมาณเอง
อีกสรรพคุณที่พบในภูมิปัญญาพื้นบ้าน คือการใช้ใบชุมเห็ดเทศภายนอกกับโรคผิวหนังบางชนิด เช่น กลากหรือเกลื้อน เพราะมีรายงานการศึกษาเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านเชื้อราของสารสกัดจากใบชุมเห็ดเทศ อย่างไรก็ตาม การใช้กับผิวหนังควรระวังการระคายเคือง โดยเฉพาะคนที่ผิวแพ้ง่าย มีแผลเปิด หรือมีอาการอักเสบรุนแรง ควรพบแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
จุดที่ต้องเน้นให้ชัดคือ ชุมเห็ดเทศไม่ใช่สมุนไพรที่ควรใช้ต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลานาน การใช้ยาระบายกลุ่มกระตุ้นลำไส้นานเกินไปอาจทำให้เกิดอาการถ่ายเหลว ปวดท้อง สูญเสียน้ำ หรือเสียสมดุลเกลือแร่ เช่น โพแทสเซียมได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่กินยาขับปัสสาวะ ยาหัวใจ หรือยาหลายชนิดร่วมกัน
สตรีมีครรภ์ ผู้ให้นมบุตร เด็กเล็ก ผู้ที่มีอาการปวดท้องไม่ทราบสาเหตุ ลำไส้อุดตัน ถ่ายเป็นเลือด หรือท้องผูกเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยงการใช้เอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาการท้องผูกบางครั้งอาจมีสาเหตุอื่นที่ต้องตรวจเพิ่มเติม ไม่ควรแก้ด้วยยาระบายซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ต้นเหตุ
ถ้าต้องการดูแลอาการท้องผูกแบบปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ควรเริ่มจากการดื่มน้ำให้พอ เพิ่มอาหารที่มีกากใย เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และขยับร่างกายสม่ำเสมอ หากปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น น้ำหนักลด ปวดท้องมาก อาเจียน หรือถ่ายดำ ควรพบแพทย์
โดยสรุป ชุมเห็ดเทศเป็นสมุนไพรไทยที่มีทั้งความสวยงามและประโยชน์เด่นด้านการช่วยระบาย รวมถึงมีการใช้ภายนอกกับปัญหาผิวหนังบางชนิด แต่เพราะมีฤทธิ์ทางยา จึงควรใช้เท่าที่จำเป็น ใช้ระยะสั้น และไม่มองว่าเป็นสมุนไพรที่ปลอดภัยเสมอไปสำหรับทุกคน ความรู้และความระมัดระวังคือสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้สมุนไพรชนิดนี้
แหล่งที่มา: ศูนย์ข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล / กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข / WHO National List of Essential Medicines Thailand
อ้างอิง: https://medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/cassiaal.html, https://bdn-thp.dmsc.moph.go.th/ebook/nGO4BKOCoG93qRkhoJIaqUEhnJ94LjWewEb3QWewEb3Q, https://www.who.int/publications/m/item/thailand--national-list-of-essential-medicines-(nlem)-(thai)
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
ถุงพลาสติกไม่ได้เริ่มจากขยะ เรื่องจริงของของใช้ใกล้ตัวที่ควรใช้ให้คุ้ม
รีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray disc
ปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
30 คำอวยพรวันเกิดแฟน ซึ้งๆ ความหมายดี สุขสันต์วันเกิดแฟน
LTT 9779b ดาวเคราะห์กระจกที่ร้อนจัด แต่สะท้อนแสงจ้าเกือบทั้งดวง
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
กะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อ
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
จีนชี้แจงปมรถถัง T-59D ส่งกัมพูชา ทำไมตัวเลข 39 จาก 93 คันจึงถูกจับตา
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย


