หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หงส์คืนรัง พยัคฆ์ซ่อนเล็บ ตอนที่ 1

เขียนโดย ubon2525

ตอนที่ 1: เสียงกลองรบสะท้านด่านเหนือ
​โฮก—!
​เสียงแตรเขาสัตว์ดังก้องกังวานทะลุผ่านม่านหมอกหนาทึบของด่านเยี่ยนเหมิน ชายแดนทางตอนเหนือของแคว้นต๋าฉี่ ลมหนาวบ้าคลั่งหอบเอาเกล็ดหิมะและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผืนแผ่นดินที่เคยเป็นสีขาวโพลน บัดนี้ถูกย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงฉานและซากศพของทหารทั้งสองฝ่าย
​ณ ใจกลางสมรภูมิอันดุเดือด กองทัพม้าเหล็กแคว้นเป่ยตี๋นับหมื่นกำลังรุกคืบเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์สีดำ ทหารแคว้นต๋าฉี่เริ่มระส่ำระสาย เสียงโลหะปะทะกันและเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วสารทิศ
​"แม่ทัพตายแล้ว! พวกเราต้านไว้ไม่ไหวแล้ว!" ทหารนายหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นร่างของรองแม่ทัพถูกขวานยักษ์ของศัตรูฟันจนขาดเป็นสองท่อน ค่ายกลแนวหน้าเริ่มปริแตก ความสิ้นหวังคืบคลานเข้าเกาะกุมจิตใจของทุกคน
​ทว่า ในวินาทีที่ความพ่ายแพ้กำลังจะมาเยือน...
​ตึง! ตึง! ตึง!
​เสียงกลองรบศึกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนป้อมปราการกลับถูกรัวกระหน่ำขึ้นมาอีกครั้ง จังหวะของมันหนักแน่น ดุดัน และทรงพลัง ราวกับจะปลุกวิญญาณของนักรบที่หลับใหลให้ฟื้นตื่น
​ทหารทุกคนต่างเหลียวหลังไปมอง และภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้พวกเขาลืมหายใจ
​บนป้อมปราการสูงชัน ปรากฏร่างโปร่งระหงในชุดเกราะเหล็กสีเงินวาววับสะท้อนแสงอาทิตย์อันริบหรี่ ผ้าคลุมสีแดงเพลิงสะบัดพลิ้วไปตามแรงลมราวดั่งปีกของนกฟีนิกซ์ที่กำลังเริงระบำท่ามกลางกองเพลิง สองมือของนางกุมไม้ตีกลองขนาดใหญ่ รัวกระหน่ำลงบนหน้ากลองด้วยพละกำลังที่ดุดันไม่แพ้บุรุษอกสามศอก
​นางคือ "มู่หรงชิง" บุตรสาวคนโตของอดีตแม่ทัพใหญ่ผู้ล่วงลับ!
​หลังจากที่บิดาและน้องชายถูกพิษร้ายพรากชีวิตไปในสนามรบเมื่อสามปีก่อน ตระกูลมู่หรงที่เคยเกรียงไกรก็เหลือเพียงนาง สตรีวัยเพียงยี่สิบเอ็ดปีที่ต้องแบกรับชะตากรรมของกองทัพม้าเหล็กสามแสนนายเอาไว้บนบ่าบอบบาง
​"ทหารหาญแห่งแคว้นต๋าฉี่!"
​เสียงของมู่หรงชิงดังกังวาน แฝงด้วยกำลังภายในอันลึกล้ำต้านทานลมหนาว "ข้างหลังของพวกเจ้าคือบ้านเกิด คือบิดามารดา ลูกเมีย และแผ่นดินเกิด! หากวันนี้ด่านเยี่ยนเหมินต้องแตก พลเรือนต๋าฉี่นับแสนจะต้องถูกเหยียบย่ำ! พวกเจ้าจะยอมล่าถอยเป็นสุนัขจนตรอก หรือจะจับกระบี่ขึ้นสู้จนหยาดเลือดหยดสุดท้าย?!"
​"สู้! สู้! สู้!" เสียงกู่ร้องของทหารแนวหน้าเริ่มดังขึ้น ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหิมเมื่อเห็นผู้นำของตนยังคงยืนหยัด
​มู่หรงชิงโยนไม้ตีกลองทิ้ง นางชัก "กระบี่หงส์เหล็ก" กระบี่คู่กายของบิดาออกจากฝัก ประกายกระบี่เย็นเยียบสะท้อนนัยน์ตาคู่คมที่นิ่งสงบดั่งผิวน้ำในสระลึก ทว่าแฝงไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น
​"กองทัพม้าเหล็กตระกูลมู่หรง... บุก!"
​นางกระโดดลงจากป้อมปราการสูงสามจั้ง ร่างกายเบาดั่งขนนก ร่อนลงบนหลังม้าศึกสีดำสนิทที่วิ่งมารับได้อย่างแม่นยำ มู่หรงชิงควบม้านำหน้าเป็นหัวขบวน บุกทะลวงเข้าใส่กองทัพแคว้นเป่ยตี๋ราวกับอุกกาบาตที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า
​ฉัวะ!
​กระบี่แรกตวัดผ่าน ลำคอของแม่ทัพกองหน้าแคว้นเป่ยตี๋ขาดสะบั้น เลือดพุ่งกระฉูดรดใบหน้าเนียนละเอียดของนาง มู่หรงชิงไม่แม้แต่จะปัดป้อง นางหมุนตัวบนหลังม้า ตวัดกระบี่เป็นวงกลม ปราณกระบี่อันคมกริบฉีกกระชากร่างของศัตรูรอบกายล้มตายเป็นใบไม้ร่วง
​ความเด็ดขาดและบ้าบิ่นของแม่ทัพหญิงทำให้นายทหารเป่ยตี๋เริ่มขวัญหนีดีฝ่อ สตรีผู้นี้มิใช่มนุษย์... นางคือปีศาจสงครามในคราบของหงส์!
​การต่อสู้อันดุเดือดดำเนินไปจนกระทั่งแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า กองทัพแคว้นเป่ยตี๋ที่เคยฮึกเหิมถูกตีแตกพ่ายยับเยิน ทหารที่เหลือรอดต่างพากันหนีตายกลับข้ามพรมแดนไปอย่างอนาถ
​มู่หรงชิงหยุดม้าอยู่บนเนินเขา มองดูศัตรูที่ล่าถอยไป แผ่นหลังของนางยังคงเหยียดตรง แม้เกราะเงินจะชุ่มไปด้วยเลือด และตามร่างกายจะมีบาดแผลใหม่อีกหลายแห่ง แต่นางกลับไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนแอให้เห็น
​"ท่านแม่ทัพ! พวกเราชนะแล้ว! ชัยชนะเป็นของตระกูลมู่หรง!" รองแม่ทัพคนสนิทควบม้าเข้ามา รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื้นตัน
​มู่หรงชิงเก็บกระบี่เข้าฝัก แววตาของนางไม่ได้มีแววดีใจแม้แต่น้อย นางรู้ดีว่า... สงครามในสนามรบนั้นจบลงแล้ว แต่วิกฤตที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
​ในมือกำแน่นของนาง มีจดหมายลับฉบับหนึ่งที่เพิ่งส่งมาจากเมืองหลวง เนื้อความด้านในทำให้นางต้องลอบยิ้มหยัน
​‘ฮ่องเต้ทรงพระประชวรหนัก หวาดระแวงกองทัพม้าเหล็กตระกูลมู่หรง มีราชโองการลับเตรียมเรียกตัวแม่ทัพใหญ่กลับเมืองหลวงเพื่อยึดตราเสือและสลายกำลังพล’
​"เมืองหลวงอันศิวิไลซ์..." มู่หรงชิงพึมพำกับตัวเอง สายตามองตรงไปยังทิศใต้ ที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของวังหลวงแคว้นต๋าฉี่ "พวกเจ้าเสวยสุขบนกองเงินกองทอง ในขณะที่ทหารของข้าต้องหลั่งเลือดปกป้องชายแดน แต่บัดนี้... พวกเจ้ากลับคิดจะหักหลังข้า?"
​นางสูดหายใจเข้าลึก ลมหนาวกัดเซาะผิวแก้ม แต่หัวใจของนางกลับร้อนรุ่มไปด้วยไฟแห่งความแค้นและความมุ่งมั่น
​"ในเมื่อเมืองหลวงอยากให้ข้ากลับไป... ข้าก็จะกลับไป!"
​ณ เมืองหลวงฉางอัน, ตำหนักตะวันออก (ที่ประทับของรัชทายาท)
​ท่ามกลางบรรยากาศอันหรูหราของวังหลวง เสียงดนตรีบรรเลงอย่างแผ่วเบา ควันธูปหอมลอยอวลอยู่ภายในห้องโถงกว้าง บุรุษผู้หนึ่งกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งนุ่ม ในมือถือจอกสุราทองคำ ดวงตาเรียวยาวดูเชื่อมปรอยคล้ายคนเมามาย เสื้อคลุมผ้าไหมสีเหลืองแอปริคอทหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผงอกขาวเนียน
​เขาคือ "หลี่เสวียน" องค์ชายรัชทายาทแห่งแคว้นต๋าฉี่ บุรุษที่คนทั้งเมืองหลวงต่างตราหน้าว่าเป็นคนโง่เขลา เสเพล และไร้ประโยชน์ที่สุดในบรรดาองค์ชายทั้งหมด
​"องค์ชายเพคะ... เสวยสุราอีกสักจอกนะเพคะ" นางกำนัลหน้าตาแฉล้มผู้หนึ่งเอ่ยเสียงหวาน พร้อมกับยื่นจอกสุราให้
​หลี่เสวียนหัวเราะเบาๆ แววตาดูเลื่อนลอย "ดี! สุราดี! ใครว่าข้าเป็นรัชทายาทแล้วต้องเหนื่อย บิดาข้าทำงานงุดๆ ส่วนข้าขอดื่มสุราเคล้านารีเช่นนี้ไปชั่วชีวิตก็พอแล้ว ห้าๆๆ"
​ข้ารับใช้รอบกายต่างลอบยิ้มเยาะในใจ ทุกคนต่างรู้ดีว่ารัชทายาทผู้นี้เป็นเพียง "หุ่นเชิด" ที่รอวันถูกปลดโดยองค์ชายรองและอัครเสนาบดีซ่งผู้ทรงอำนาจ
​ทว่า... ในจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ขณะที่หลี่เสวียนแสร้งทำเป็นเซถลาและทำจอกสุราหลุดมือ ร่างกายของเขากลับพลิกแพลงได้อย่างนุ่มนวล นิ้วมือเรียวยาวตวัดรับจอกสุราไว้ได้อย่างเงียบเชียบ โดยที่เหล้าไม่หกแม้แต่หยดเดียว
​ดวงตาที่เคยเชื่อมปรอยและไร้แววเมื่อครู่ พลันเปลี่ยนเป็นคมกริบ ดุดัน และลึกล้ำราวกับมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งในพริบตา แตกต่างจาก "รัชทายาทเสเพล" ราวกับเป็นคนละคน
​‘มู่หรงชิง... หงส์เหล็กแห่งชายแดนเหนือชนะศึกอีกแล้วงั้นหรือ?’ หลี่เสวียนคิดในใจ มุมปากยกยิ้มอย่างมีเลศนัย
​เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับมุมปาก แสร้งทำเป็นไอโขลกๆ เพื่อตบตาผู้คน แต่ในสมองอันอัจฉริยะของเขากำลังหมุนวนชิ้นส่วนกระดานการเมืองอย่างรวดเร็ว
​‘เสด็จพ่อผู้หวาดระแวง ย่อมไม่อาจปล่อยให้นางกุมอำนาจทหารสามแสนนายได้อีกต่อไป ราชโองการเรียกตัวนางกลับมาคงกำลังจะไปถึง... และเมื่อหงส์เหล็กตัวนั้นก้าวเท้าเข้าสู่กรงขังเมืองหลวง แผ่นดินต๋าฉี่แห่งนี้ คงจะถึงเวลาผลัดใบเสียที’
​หลี่เสวียนหลับตาลง ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นใต้หน้ากากอันเน่าเฟะที่เขาจงใจสวมใส่มานานนับสิบปี
​พยัคฆ์ซ่อนเล็บ และ หงส์เหล็กผู้ทรนง... กำลังจะโคจรมาพบกันในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยคาวเลือดแห่งนี้!

จบตอนที่ 1

เนื้อหาโดย: ubon2525
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ubon2525's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย ubon2525
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)จะไม่มีคนไทยไปเที่ยวอย่าเพิ่งมโน! สรุปให้ชัด "รัฐช่วย 60/40" สรุปต้องเติมเงินเองกี่บาทกันแน่? (วิธีคิดจากเป๋าตัง)อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุดเลขเด็ด เลขมาเเรง เลขดัง "รวมหวยเด็ดสำนักดัง vol.1" งวดวันที่ 1 มิถุนายน 25695 อันดับผลไม้ป่าที่หายากในไทย10 แซ่จีนตระกูลดังในเมืองไทย ที่ฝังรากลึกมาหลายชั่วอายุคนเปิด 5 โรงเรียนสายวิทย์-คณิต ที่เด็กเก่งทั่วประเทศอยากสอบติดมากที่สุด8 พืชที่ช่วยไล่ยุงได้ หลายบ้านปลูกไว้โดยไม่รู้10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข“กลิ่นแก่” แก้ได้เทรนด์เลขฮิตและเลขมงคล "สลากพารวย" วันที่ 1/6/69เปิดเหตุผล ทำไมบางประเทศเล็กนิดเดียวแต่รวยระดับโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เรือทหารลำที่ใหญ่ที่สุด ที่มีประจำการอยู่ในกองทัพเรือไทย“เปิดวิธีกำจัดกิ้งกือ ที่หลายบ้านใช้แล้วได้ผลจริง”10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขเทรนด์เลขฮิตและเลขมงคล "สลากพารวย" วันที่ 1/6/69เลขเด็ด เลขมาเเรง เลขดัง "รวมหวยเด็ดสำนักดัง vol.1" งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
หงส์คืนรัง พยัคฆ์ซ่อนเล็บ ตอนที่ 310 แซ่จีนตระกูลดังในเมืองไทย ที่ฝังรากลึกมาหลายชั่วอายุคนหงส์คืนรัง พยัคฆ์ซ่อนเล็บ ตอนที่1หงส์คืนรัง พยัคฆ์ซ่อนเล็บ ตอนที่2
ตั้งกระทู้ใหม่