10 แซ่จีนตระกูลดังในเมืองไทย ที่ฝังรากลึกมาหลายชั่วอายุคน
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับ “แซ่จีน” ของชาวไทยเชื้อสายจีน แล้วต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจกว่าที่คิดมาก เพราะทุกวันนี้คนไทยจำนวนไม่น้อยต่างก็มีเชื้อสายจีนอยู่ในครอบครัว บางบ้านยังคงเรียกตัวเองตามแซ่เดิมของบรรพบุรุษ
ขณะที่บางบ้านเปลี่ยนมาใช้นามสกุลไทยจนแทบไม่มีใครรู้แล้วว่ารากเดิมของตนมาจากตระกูลใดในแผ่นดินจีน แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ “แซ่” ของชาวจีน ไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียกธรรมดา หากเปรียบเหมือนร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ติดตัวบรรพบุรุษข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามาในสยามเมื่อหลายร้อยปีก่อน
ในอดีต ชาวจีนจำนวนมากอพยพมาจากมณฑลทางตอนใต้ของจีน โดยเฉพาะชาวแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน ไหหลำ และกวางตุ้ง หลายคนเดินทางมาแบบแทบไม่มีอะไรติดตัว นอกจากแรงกาย ความอดทน และความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมในแผ่นดินใหม่
พวกเขาเริ่มต้นจากอาชีพรับจ้าง กุลี คนลากเรือ คนขายของริมถนน ก่อนค่อยๆ สร้างฐานะ กลายเป็นพ่อค้า เจ้าของโรงสี ร้านทอง บริษัท และธุรกิจใหญ่ในประเทศไทย กระทั่งลูกหลานจำนวนมากกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยอย่างเต็มตัว และสิ่งที่ยังคงถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นก็คือ “แซ่”
จากข้อมูลของสมาคมตระกูลแซ่และงานศึกษาหลายชิ้นพบว่า แซ่ที่พบมากที่สุดในประเทศไทยอันดับต้นๆ คือ “แซ่ตั้ง” หรือ “เฉิน” ซึ่งถือเป็นตระกูลใหญ่ของชาวจีนแต้จิ๋ว มีลูกหลานกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยคำว่า “เฉิน” มีรากมาจากชื่อรัฐโบราณของจีน สื่อถึงความมั่นคงและเก่าแก่
รองลงมาคือ “แซ่ลิ้ม” หรือ “หลิน” ที่แปลว่า “ป่าไม้” ให้ความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์และการเติบโตมั่นคง ขณะที่ “แซ่ลี้” หรือ “หลี่” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแซ่ใหญ่ของโลก ก็มีความหมายเกี่ยวข้องกับต้นพลัม อันเป็นสัญลักษณ์ของความอดทนและความแข็งแกร่งในวัฒนธรรมจีน
ส่วน “แซ่อึ้ง” หรือ “หวง” นั้นมีความหมายว่า “สีเหลือง” ซึ่งในจีนโบราณถือเป็นสีของจักรพรรดิและความมั่งคั่ง จึงเป็นแซ่ที่มีความหมายเป็นมงคลอย่างมาก
ขณะที่ “แซ่โง้ว” หรือ “อู๋” มีต้นกำเนิดมาจากรัฐอู๋ในประวัติศาสตร์จีน ส่วน “แซ่โค้ว” หรือ “สวี่” ก็มีความหมายสื่อถึงความน่าเชื่อถือและการได้รับการยอมรับจากผู้คน
นอกจากนี้ยังมี “แซ่เตีย” หรือ “จาง” ที่มีความหมายเกี่ยวกับการโก่งธนู สื่อถึงพลังและความก้าวหน้า “แซ่แต้” หรือ “เจิ้ง” ที่มีรากจากรัฐโบราณในยุคชุนชิว “แซ่เล่า” หรือ “หลิว” ซึ่งเป็นแซ่ของราชวงศ์ฮั่น และ “แซ่เฮ้ง” หรือ “หวัง” ที่แปลตรงตัวว่า “กษัตริย์”
แม้เวลาจะผ่านมาหลายชั่วอายุคน แต่ชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากก็ยังคงรักษาความผูกพันกับรากเหง้าของตนเองไว้ ไม่ว่าจะเป็นการไหว้บรรพบุรุษ การรวมญาติ การตั้งสมาคมตระกูล หรือการเล่าประวัติของอากงอาม่าให้ลูกหลานฟัง
บางครอบครัวแม้จะพูดภาษาจีนไม่ได้แล้ว แต่เพียงได้ยินคำว่า “แซ่ลิ้ม” “แซ่ตั้ง” หรือ “แซ่อึ้ง” ก็ยังรู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างกับคนรุ่นก่อนอย่างประหลาด
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า เรื่องของ “แซ่จีน” เป็นมากกว่าชื่อสกุล แต่มันคือเรื่องราวของผู้คนรุ่นหนึ่งที่ดิ้นรนต่อสู้ชีวิตอย่างหนักในต่างแดน กว่าที่ลูกหลานจะมีชีวิตมั่นคงเหมือนทุกวันนี้ หลายครอบครัวผ่านความลำบากมานับไม่ถ้วน
และบางครั้ง การได้รู้ว่าตัวเองมาจากแซ่อะไร ก็อาจทำให้เราเข้าใจรากเหง้าและเห็นคุณค่าของความเสียสละจากบรรพบุรุษได้มากขึ้นกว่าที่เคย
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาท
ทำไมชาวจีนจึงนิยมให้อั่งเปา ? เปิดความหมายซองแดงที่มากกว่าเงินในเทศกาลสำคัญ
สนามบินแห่งเดียวของไทย ที่ตัวสนามบินตั้งอยู่ในเขต 2 จังหวัด
ทำไมข้าวเหนียวเย็นแล้วแข็ง แต่อุ่นใหม่กลับนุ่ม
เจาะลึกแนวทางเลขมงคลจากปฏิทินจีน 2 ฉบับคัดพิเศษ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
จังหวัดเดียวของประเทศไทย ที่ไม่มี พื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเลย
เลข AI งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเด่น 79-97 จับคู่ 48 มีชุดไหนน่าสนใจบ้าง
เจาะรายได้ทหารอาชีพ ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารสัญญาบัตร มีเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการอะไรบ้าง
รับ e-Bill แล้ว มิเตอร์น้ำส่งข้อมูลเองหรือเปล่า
ทำไมดวงจันทร์ใกล้ขอบฟ้าจึงดูใหญ่กว่าตอนอยู่สูง
ทำไมยี่เป็งกับลอยกระทงจึงจัดในคืนเดียวกัน
จังหวัดแรกของประเทศไทย ที่ได้เริ่มระบบนำสายไฟลงใต้ดิน
ไดอารี่ 18/10/69
กรณีศึกษา: ผลกระทบของวัฒนธรรมการสื่อสารที่ไม่เหมาะสมและมาตรการการจัดการความรุนแรงในองค์กร
100 คำคมสู้ชีวิตในวันที่ไม่เหลือใคร อ่านแล้วมีแรงลุกขึ้นสู้ แม้วันที่มืดมนที่สุด
เปิด 5 ตำแหน่งไฝผู้ชาย ตามความเชื่อโหงวเฮ้ง เชื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ และความมั่งคั่ง