รื้อโครงสร้างพลังงานไทย! ภาคประชาชนยื่นคำขาด 7 วัน บีบรัฐแก้สูตรน้ำมันแพง ชี้ลดได้ทันที 7 บาท/ลิตร!
ช่วงนี้ใครไปเติมน้ำมันที่ปั๊มคงจะรู้สึกเหมือนกันครับว่าราคามันพุ่งจนกระเป๋าฉีกไปหมดแล้ว ล่าสุดมีประเด็นเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่น่าสนใจมากจากฝั่งภาคประชาชน โดยสภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมมือกับเครือข่ายภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ ออกมาทำแคมเปญที่ชื่อว่า “แพงไม่ไหวแล้ว” เพื่อส่งเสียงไปถึงรัฐบาลให้ทำการรื้อโครงสร้างราคาพลังงานของบ้านเราใหม่ทั้งระบบ โดยพวกเขายืนยันเลยว่า ถ้าหากรัฐบาลกล้าที่จะเปลี่ยนโครงสร้างบิดเบี้ยวที่ใช้กันมานานกว่า 30 ปีนี้ จะสามารถทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงได้ทันทีถึง 7 บาทต่อลิตรเลยทีเดียว พร้อมกับยื่นคำขาดขีดเส้นตายให้รัฐบาลต้องมีคำตอบภายใน 7 วันนี้ครับ
หลายคนอาจจะสงสัยใช่ไหมครับว่า ทำไมน้ำมันในบ้านเราถึงได้แพงขนาดนี้ ทั้งที่จริงประเทศเราก็มีโรงกลั่นเองตั้งมากมาย ถ้าเราลองมาแกะข้อมูลดูโครงสร้างราคาน้ำมันที่เราจ่ายกันอยู่ทุกวันนี้ จะเห็นเลยว่าราคาต่อลิตรมันไม่ได้มาจากแค่เนื้อน้ำมันดิบๆ เท่านั้น แต่มันถูกบวกค่าโน่นค่านี่เข้าไปเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นราคาเนื้อน้ำมันสำเร็จรูปที่ทุกวันนี้เราไปใช้วิธีอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ แถมยังบวกค่าขนส่งเสมือนว่าเรานำเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งที่โรงกลั่นก็ตั้งอยู่ในไทยแท้ๆ นอกจากนี้ยังมีภาษีอีกหลายตัว ทั้งภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล และภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นรายได้ส่งเข้าภาครัฐ รวมไปถึงเงินที่ต้องเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อเอาไปอุ้มราคาก๊าซหุงต้มและดีเซลในช่วงก่อนหน้านี้ จนตอนนี้กองทุนติดหนี้เป็นแสนล้าน และส่วนสุดท้ายคือค่าการตลาดที่เป็นกำไรของปั๊มน้ำมันนั่นเองครับ
พอเห็นโครงสร้างแบบนี้แล้ว ทางสภาองค์กรของผู้บริโภคเลยมองว่า ปัญหาน้ำมันแพงมันไม่ได้เกิดจากกลไกโลกเพียงอย่างเดียว แต่มันมีส่วนต่างกำไรที่เกินจริงซ่อนอยู่ จึงได้ยื่น 5 ข้อเสนอสำคัญให้รัฐบาลเอาไปทำตามเพื่อลดราคาน้ำมันให้ประชาชน ข้อแรกคือต้องรื้อสูตรราคาสมมุติหน้าโรงกลั่นเลิกอ้างอิงราคาเสมือนนำเข้าจากสิงคโปร์ ตัดค่าขนส่งทิพย์และค่าประกันภัยทิพย์ออกไป ข้อสองคือต้องควบคุมเพดานค่าการกลั่นให้เฉลี่ยไม่เกิน 1.48 บาทต่อลิตร ข้อสามคือคุมค่าการตลาดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยุติธรรม ข้อสี่คือปรับเงื่อนไขการผสมน้ำมันชีวภาพอย่างแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลให้ยืดหยุ่นตามต้นทุนจริง และข้อสุดท้ายคือให้หยุดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันชั่วคราวเพื่อลดราคาหน้าปั๊มลงมาทันที
การออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ภาคประชาชนระบุชัดเจนครับว่า โครงสร้างแบบเดิมมันสร้างกำไรให้กลุ่มทุนพลังงานมากเกินไปมาตลอด 30 ปี ถึงเวลาแล้วที่ต้องทวงคืนความเป็นธรรมให้คนไทยซะที งานนี้เลยเป็นการวัดใจรัฐบาลไปในตัวด้วยการขีดเส้นตาย 7 วัน ให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ถ้าหากว่าครบกำหนดแล้วยังไม่มีความคืบหน้าหรือท่าทีตอบรับจากรัฐบาล ทางกลุ่มเครือข่ายก็เตรียมที่จะยกระดับการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม
ถ้าจะให้พูดกันตามตรง หากรัฐบาลมีความกล้าพอที่จะทุบโครงสร้างราคาแบบเดิมๆ แล้วหันมาคุมเพดานกำไรโรงกลั่นรวมถึงค่าการตลาดอย่างจริงจัง ราคาน้ำมันในประเทศเราจะลดลงทันทีถึง 7 บาท โดยที่รัฐบาลไม่ต้องควักเงินงบประมาณแผ่นดินมาอุ้มเลยสักบาทเดียว หลังจากนี้อีก 7 วันมารอติดตามกันครับว่า รัฐบาลชุดนี้จะกล้าตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศหรือไม่
อัปเดตข้อมูลจาก: สภาองค์กรของผู้บริโภค (Consumer Council) ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2569
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
ประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)จะไม่มีคนไทยไปเที่ยว
โคอาล่ามีลายนิ้วมือเหมือนคนมาก จนเคยทำให้ตำรวจสับสนในที่เกิดเหตุอาชญากรรมมาแล้ว
"ดวงหนุมาน" ชะตายอดนักสู้ ล้มกี่ครั้งก็ฟื้น!!
อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุด
โหมดเครื่องบินมีไว้ทำไม?
10 แซ่จีนตระกูลดังในเมืองไทย ที่ฝังรากลึกมาหลายชั่วอายุคน
เปิด 5 โรงเรียนสายวิทย์-คณิต ที่เด็กเก่งทั่วประเทศอยากสอบติดมากที่สุด
รถจักรไอน้ำรุ่นสุดท้าย ที่ปัจจุบันยังถูกใช้งานจริงในประเทศไทย
เทรนด์เลขฮิตและเลขมงคล "สลากพารวย" วันที่ 1/6/69
เลขเด็ด เลขมาเเรง เลขดัง "รวมหวยเด็ดสำนักดัง vol.1" งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569
10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
8 พืชที่ช่วยไล่ยุงได้ หลายบ้านปลูกไว้โดยไม่รู้
ประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)จะไม่มีคนไทยไปเที่ยว
4 วิธีถูพื้นบ้านหอมทั่วอย่างยาวนาน
"ดวงหนุมาน" ชะตายอดนักสู้ ล้มกี่ครั้งก็ฟื้น!!






