ไข่เค็ม vs ไข่เยี่ยวม้า ไข่แปรรูปยอดนิยม เลือกแบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่า?
ไข่เค็มและไข่เยี่ยวม้าจัดเป็นไข่แปรรูปยอดนิยมที่อยู่คู่โต๊ะอาหารไทย ไม่ว่าจะนำมาทานคู่กับข้าวต้ม ยำ หรือใส่ในโจ๊ก แต่เนื่องจากทำมาจากไข่เป็ดเหมือนกัน จึงทำให้หลายคนสงสัยว่าแปรรูปแบบไหนให้ประโยชน์โภชนาการมากกว่า และแบบไหนที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพน้อยกว่ากัน
กระบวนการผลิตและเอกลักษณ์เฉพาะตัว
-
ไข่เค็ม: เกิดจากการนำไข่เป็ดไปดองน้ำเกลือหรือพอกด้วยส่วนผสมที่มีเกลือ ความเค็มจะค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ไข่ขาว ส่วนไข่แดงจะเซ็ตตัวแข็ง มีความมัน และสีส้มเข้มขึ้น
-
ไข่เยี่ยวม้า: หมักด้วยส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นด่างร่วมกับเกลือ ส่งผลให้โปรตีนเปลี่ยนสภาพจนไข่ขาวกลายเป็นวุ้นสีน้ำตาลใส ส่วนไข่แดงเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มหรือเทาเนื้อครีม ทั้งนี้ กลิ่นเฉพาะตัวเกิดจากปฏิกิริยาเคมีในสภาวะด่าง ไม่ได้เกิดจากการแช่ปัสสาวะตามความเชื่อผิด ๆ
เปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการ
ในด้านสารอาหาร ไข่เค็มมีปริมาณโปรตีนประมาณ 14% และไขมัน 16.6% ขณะที่ไข่เยี่ยวม้ามีโปรตีนใกล้เคียงกันที่ 13.1% แต่มีไขมันต่ำกว่าอยู่ที่ 10.7% ทำให้ไข่เค็มให้พลังงานและความมันมากกว่าจากส่วนไข่แดง เหมาะกับผู้ที่ต้องการพลังงาน ส่วนไข่เยี่ยวม้าได้เปรียบในเรื่องสัดส่วนไขมันที่น้อยกว่าเมื่อเทียบในน้ำหนักเท่ากัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทั้งสองชนิดมีเหมือนกันคือปริมาณโซเดียมที่สูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับไข่สด
ภัยเงียบจากโซเดียมและข้อกังวลเรื่องสารตะกั่ว
เนื่องจากผ่านกระบวนการดองเกลือ ทั้งไข่เค็มและไข่เยี่ยวม้าจึงสะสมโซเดียมไว้ในปริมาณสูง โดยเฉพาะในส่วนไข่ขาว การบริโภคมากเกินไปอาจทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมเกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำไว้ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับข้อกังวลเรื่องสารตะกั่วในไข่เยี่ยวม้านั้น ในปัจจุบันโรงงานที่ได้มาตรฐานเลิกใช้สารตะกั่วควบคุมการหมัก แล้วเปลี่ยนมาใช้สารประกอบสังกะสีหรือทองแดงแทน จึงปลอดภัยเมื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลาก ตรวจสอบแหล่งผลิตได้ และบรรจุภัณฑ์ไม่ชำรุด
กลุ่มที่ต้องระมัดระวังและข้อแนะนำในการทาน
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ หรือผู้ที่มีอาการบวมน้ำ ควรจำกัดปริมาณการทานไข่แปรรูปทั้งสองชนิดอย่างเข้มงวดเนื่องจากโซเดียมสูง ขณะที่ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงหรือควบคุมน้ำหนักควรระวังไข่เค็มเป็นพิเศษเนื่องจากมีสัดส่วนไขมันสูงกว่า หากต้องการทานให้ดีต่อสุขภาพ ควรกินเป็นเครื่องเคียงในปริมาณน้อย หลีกเลี่ยงการทานเป็นโปรตีนหลักทุกวัน พร้อมทั้งลดการปรุงรสด้วยน้ำปลาหรือซีอิ๊วในมื้อนั้น ๆ และทานควบคู่กับผักสดหรือโปรตีนธรรมชาติที่ไม่ผ่านการหมักเค็ม
หากเปรียบเทียบในมุมสุขภาพ ไข่เยี่ยวม้าได้เปรียบเรื่องปริมาณไขมันที่ต่ำกว่า ขณะที่ไข่เค็มเด่นเรื่องโปรตีนและพลังงาน แต่เนื่องจากทั้งสองชนิดเป็นอาหารที่มีโซเดียมสูง ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลสุขภาพในระยะยาวจึงยังคงเป็น "ไข่ต้มธรรมดา" ส่วนไข่เค็มและไข่เยี่ยวม้าควรทานแต่พอดีเพื่อเปลี่ยนรสชาติเป็นครั้งคราวเท่านั้น
เขียนโดย kyogisa
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ส.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
เลขทะเบียน บ้านเลขที่ หรือเลขวันเกิด คนไทยนิยมเลือกเลขจากอะไร?
8 สิ่งในไทยที่ดังไกลทั่วโลก ความภาคภูมิใจที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
ประเทศไหนใช้ไฟฟ้าต่อคนมากที่สุดในโลก? ไทยแล้วอยู่อันดับไหน
เลขเด็ด "เสือตกถัง (ปกฟ้า)" งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เลขเด่น 4 มาแรง!!
10 เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น ในท้องสนามหลวง ประเทศไทย
คัดแล้ว 5 เลขเด่น หวยลาววันพุธ
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
ยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย
ยาผงสมัยโบราณ ทำไมคนรุ่นก่อนพกติดบ้าน แต่ทุกวันนี้ไม่ค่อยเห็นแล้ว
YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทย
เลขทะเบียน บ้านเลขที่ หรือเลขวันเกิด คนไทยนิยมเลือกเลขจากอะไร?
10 เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น ในท้องสนามหลวง ประเทศไทย
ตลาดลำไยสดโลก ใครส่งออกมาก และไทยอยู่ตรงไหน
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ส.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
คัดแล้ว 5 เลขเด่น หวยลาววันพุธ
7 ผักคู่ครัวไทยที่มีตลาดกว้างและสร้างรายได้ให้เกษตรกร







