หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไม พ่อค้า แม่ค้า ถึง กลัว ภาษี ทั้งที่ ยอดขาย สูง ไม่ได้ แปลว่า กำไร เยอะ

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

คนขายไม่ได้กลัวภาษีอย่างเดียว แต่กลัวตัวเลขที่ไม่เคยจด



เวลาพูดเรื่องภาษีกับพ่อค้าแม่ค้า ภาพที่เจอบ่อยคือสีหน้าเริ่มตึงทันที บางร้านขายดีทุกวัน เงินเข้าบัญชีตลอด แต่พอถามว่าปีหนึ่งมียอดขายเท่าไร ต้นทุนเท่าไร กำไรเหลือเท่าไร กลับตอบไม่ได้ชัด จุดนี้แหละที่ทำให้คำว่า ภาษี ฟังเหมือนของน่ากลัว เพราะไม่รู้ว่าตัวเลขปลายทางจะออกมาเท่าไร และไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเผลอทำอะไรขาดไปบ้าง

สาเหตุแรกคือหลายร้านเผลอเอา ยอดขาย ไปคิดรวมกับ กำไร ทั้งที่สองอย่างนี้คนละเรื่อง ร้านขายของได้เดือนละ 100,000 บาท ไม่ได้แปลว่าเหลือ 100,000 บาท ยังมีต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง ค่าเช่า ค่ากล่อง ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าโฆษณา ของเสีย และเงินที่ต้องหมุนซื้อของรอบใหม่ พอได้ยินว่ามีเงินเข้าหลายแสน จึงกลัวว่าจะถูกคิดภาษีจากเงินเข้าทั้งก้อน ทั้งที่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยหลักคำนวณจากเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามสิทธิ ส่วนค่าใช้จ่ายจะหักจริงหรือหักเหมาได้แค่ไหน ต้องดูประเภทกิจการ ไม่ใช่หยิบอัตราเดียวมาใช้กับทุกร้าน

อีกเรื่องที่ทำให้สับสนคือ มีหน้าที่ยื่นแบบ ไม่ได้แปลว่าต้องมีภาษีจ่ายเสมอ บางรายรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่น แต่พอหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว เงินได้สุทธิอาจยังอยู่ในช่วงยกเว้น 150,000 บาทแรกก็ได้ ทว่าคนขายจำนวนไม่น้อยไม่เคยแยกสองคำนี้ พอได้ยินคำว่าให้ยื่นภาษี ก็แปลในหัวทันทีว่าต้องเสียเงินก้อนใหญ่ เลยเลือกไม่แตะเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น

ความกลัวจะหนักขึ้นเมื่อกิจการเดินมาหลายปีโดยไม่มีบัญชี รายรับปนกับเงินส่วนตัว ซื้อของจากตลาดแล้วไม่ได้เก็บหลักฐาน ลูกค้าบางคนโอน บางคนจ่ายสด บางยอดเป็นเงินยืม บางยอดเป็นเงินคืน แต่ทุกอย่างไหลเข้าบัญชีเดียวกันหมด พอถึงวันที่ต้องอธิบาย ตัวเลขแต่ละก้อนจึงไม่มีป้ายบอกว่าเป็นอะไร นี่ไม่ใช่ปัญหาของคนขายไม่เก่งนะ หลายร้านขายเก่งมาก แต่ระบบหลังร้านยังตามยอดขายไม่ทัน

ส่วนร้านออนไลน์ยิ่งรู้สึกว่าหลบสายตายากขึ้น เพราะข้อมูลทางการเงินและข้อมูลจากแพลตฟอร์มมีร่องรอยมากกว่าเดิม กฎหมายกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์รายงานธุรกรรมลักษณะเฉพาะ เช่น รับฝากหรือรับโอนรวมตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี หรืออย่างน้อย 400 ครั้งและยอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทต่อปี ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์บางกลุ่มที่เข้าเกณฑ์ก็มีหน้าที่นำส่งข้อมูลรายรับของผู้ขายให้กรมสรรพากรตั้งแต่รอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2567 แต่ต้องเข้าใจให้ตรงว่า เงินเข้าถึงเกณฑ์ไม่ได้แปลว่าถูกตัดสินว่าหนีภาษีทันที ข้อมูลเหล่านี้ใช้ประกอบกับข้อมูลอื่น เพียงแต่ถ้าตัวเลขที่ยื่นต่างจากร่องรอยมาก การอธิบายก็จะยากขึ้น

จุดที่ทำให้หลายร้านใจหายที่สุดมักเป็นเส้นรายรับ 1.8 ล้านบาทต่อปี เพราะเมื่อรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินเกณฑ์นี้ โดยทั่วไปต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกิน จากเดิมที่เคยคิดภาษีปีละครั้ง กลายเป็นต้องดูภาษีขาย ภาษีซื้อ เอกสาร และแบบรายเดือน ร้านที่กำไรบางแต่ตั้งราคาไว้แน่นจะรู้สึกว่าถูกบีบทันที โดยเฉพาะร้านที่เพิ่งมารู้ตัวตอนยอดเกินไปแล้วหลายเดือน

ยังมีเรื่องภาษีครึ่งปีที่คนขายเล็กหลายรายไม่รู้ เงินได้จากกิจการตามมาตรา 40(5) ถึง 40(8) อยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับแบบ ภ.ง.ด.94 ช่วงครึ่งปี แล้วปลายปียังต้องนำมาคำนวณในแบบประจำปีอีกที พอไม่เคยรู้ว่ามีรอบครึ่งปี ความรู้สึกจึงเหมือนกติกาโผล่มาทีละด่าน ทั้งที่จริงระบบเปิดให้ภาษีที่ชำระครึ่งปีนำไปเครดิตตอนปลายปีได้

ความกลัวอีกก้อนมาจากเรื่องย้อนหลัง ถ้ายื่นช้าหรือชำระไม่ครบ เงินเพิ่มอาจคิดร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และกรณีถูกตรวจพบว่าขาด อาจมีเบี้ยปรับตามเงื่อนไขกฎหมายตามมา ประโยคเล่าต่อกันในตลาดจึงมักกลายเป็นเรื่องใหญ่ เช่น โดนย้อนหลังจนร้านพัง ทั้งที่แต่ละกรณีต่างกันมาก บางรายยอดสูงจริง บางรายไม่มีหลักฐานต้นทุน บางรายปล่อยหลายปี และบางรายแค่ยื่นแก้ไขแล้วจัดระบบใหม่ได้

แก่นของความกลัวจึงไม่ใช่แค่ไม่อยากจ่าย แต่คือไม่รู้ว่าต้องจ่ายเท่าไร

ทางออกไม่ได้เริ่มจากซื้อโปรแกรมแพง แค่แยกบัญชีร้านออกจากบัญชีส่วนตัว จดยอดขายสดและยอดโอนทุกวัน เก็บหลักฐานซื้อของ แยกเงินคืนกับเงินยืม ตรวจยอดสะสมทุกเดือน และเช็กว่ากิจการใช้ค่าใช้จ่ายแบบไหนได้ เท่านี้ภาพจะชัดขึ้นเยอะ ร้านที่เห็นกำไรจริงจะวางราคาได้ดีขึ้น รู้ว่าควรสำรองเงินเท่าไร และรู้ล่วงหน้าว่าใกล้เกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยัง

ภาษีดูน่ากลัวที่สุดตอนตัวเลขทั้งร้านอยู่ในความจำ แต่พอทุกยอดมีที่มา ความกลัวจะเหลือแค่กติกาที่จัดการได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 3 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จากเช่าช่างภาพถึงคนต่อคิว 5 บริการเดินทางที่คาดไม่ถึงสถิติเลขคนถามหาทุกแผง งวดที 16 ส.ค. 69ยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขายซูมน้ำตกก๋วยเตี๋ยวเรือให้ชัด แล้วจะเห็นโลกจิ๋วที่ลอยอยู่ในทุกคำเจาะแนวทางชุดสรุปจาก “ดุ่ย ภรัญฯ”..16 ส.ค. 69เม็ดเลือดขาว เซลล์ชนิดเล็ก อัศวินจิ๋วดูแลความปลอดภัย7 สถานที่ชวนขนลุกทั่วโลก จากสุสานกระดูกถึงเกาะตุ๊กตาถนนที่โค้งเยอะที่สุดในไทยเปิด 5 ความลับของ "ไมเคิล จอร์แดน" ตำนานผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการบาสเกตบอล!!8 ของกินที่หลายคนคิดว่าเป็นอาหารไทย แต่จริง ๆ มีบ้านเกิดอยู่ต่างประเทศมาทำความรู้จักกับ"สาเก" ผลไม้ที่หลายคนคิดว่าเป็นขนุน แต่แท้จริงแล้วต่างจากที่คิดสิ้นเชิงเปิดสถิติ เลขไหนยังไม่เคยออกเลย งวด 16 สิงหาคม ย้อนหลังหลายสิบปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มาทำความรู้จักกับ"สาเก" ผลไม้ที่หลายคนคิดว่าเป็นขนุน แต่แท้จริงแล้วต่างจากที่คิดสิ้นเชิงรู้จักทากใบไม้ป่าชายเลน ทากทะเลที่เก็บคลอโรพลาสต์ไว้สังเคราะห์แสงเจาะลึก 10 อันดับเลขเด็ดงวดนี้ 16 สิงหาคม 2569: รวมเลขดังจากทุกสำนัก พร้อมสถิติย้อนหลังและวิเคราะห์หวย AIทรัมป์ลงนาม 2 คำสั่ง จำกัดสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด–สกัด “การท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด การเงิน
บิดหนี้แล้วจบจริงไหม รู้ความเสี่ยงก่อนเรื่องเงินจะลามถึงศาลและทรัพย์สินหนี้นอกระบบกับหนี้ในระบบ ต่างกันตรงไหน ก่อนกู้ต้องดูอะไรให้ครบทุกบาทเครดิตบูโรเก็บอะไร ทำไมธนาคารดู และติดบูโรจริงหรือแค่เข้าใจผิดคลิกซ์แบงก์คืออะไร ธนาคารไร้สาขารายใหม่ที่คนไทยเริ่มใช้เงินจริงแล้ว
ตั้งกระทู้ใหม่