หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดความลับ ทำไมสิงคโปร์ถึงใช้ ‘สิงโตพ่นน้ำ’ แต่หางเป็นปลา?”

เขียนโดย Djung

   หลายคนที่ไปเที่ยว Singapore มักต้องถ่ายรูปกับ “เมอร์ไลออน” หรือสิงโตพ่นน้ำเจ้าดังริมอ่าว แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมสัญลักษณ์ประจำประเทศถึงเป็น “ครึ่งสิงโต ครึ่งปลา”?


เปิดที่มาแท้จริงแล้ว รูปปั้นนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นแบบสุ่ม ๆ แต่ซ่อนความหมายเกี่ยวกับต้นกำเนิดของสิงคโปร์เอาไว้ครบทั้งประเทศ เมอร์ไลออน มาจากคำว่า “Merlion” มาจากการรวมคำว่า Mermaid = เงือก
Lion = สิงโต จึงกลายเป็นสัตว์ในตำนานที่มี “หัวสิงโต” และ “ลำตัวหรือหางเป็นปลา”สัญลักษณ์นี้ถูกออกแบบขึ้นในปี 1964 เพื่อใช้เป็นโลโก้การท่องเที่ยวของสิงคโปร์ ก่อนจะกลายเป็นไอคอนระดับโลกในเวลาต่อมา
สัญลักษณ์ “หัวสิงโต” มาจาก คำว่า “สิงคโปร์” มาจากภาษาสันสกฤตว่ “สิงหะประ” (Singapura)


แปลตรงตัวว่า“เมืองแห่งสิงโต”ตามตำนานเล่าว่า เจ้าชายจากเกาะสุมาตราเคยมาถึงเกาะแห่งนี้ แล้วพบสัตว์ลึกลับที่เชื่อว่าเป็นสิงโต จึงตั้งชื่อเมืองตามสิ่งที่เห็น แม้ภายหลังนักประวัติศาสตร์จะเชื่อว่า บนเกาะนี้อาจไม่เคยมีสิงโตจริง ๆ ก็ตาม ดังนั้น “หัวสิงโต” จึงแทนชื่อและตัวตนของประเทศนั่นเอง
ส่วนหางปลา มีที่มาคือ ก่อนจะชื่อสิงคโปร์ เกาะแห่งนี้เคยเป็น “หมู่บ้านชาวประมง” เล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “เทมาเส็ก” (Temasek) คำนี้มีความหมายเกี่ยวข้องกับ “ทะเล” หางปลาของเมอร์ไลออน จึงสื่อถึงจุดเริ่มต้นของประเทศ ที่เติบโตมาจากเมืองท่าริมทะเล ก่อนจะกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับโลกในวันนี้
พูดง่าย ๆ คือ หัวสิงโต = ชื่อและตำนานของสิงคโปร์
หางปลา = อดีตหมู่บ้านชาวประมงของประเทศ
รวมกันจนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่เล่า “อดีตและตัวตน” ของสิงคโปร์ในรูปเดียว และการที่ต้อง “พ่นน้ำ”
น้ำเป็นสัญลักษณ์สำคัญของสิงคโปร์ เพราะประเทศนี้เติบโตจากการเป็นเมืองท่าและการค้าทางทะเล
การพ่นน้ำของเมอร์ไลออน จึงถูกตีความว่าเป็นความรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง และการเชื่อมต่อกับโลกผ่านทะเล


ทุกวันนี้ รูปปั้น Merlion Park กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องแวะไปถ่ายรูป และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่คนทั่วโลกจดจำสิงคโปร์ได้ทันที

เนื้อหาโดย: Djung
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Djung's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย Djung
Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
1 VOTES (1/5 จาก 1 คน)
VOTED: pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อย่าเพิ่งมโน! สรุปให้ชัด "รัฐช่วย 60/40" สรุปต้องเติมเงินเองกี่บาทกันแน่? (วิธีคิดจากเป๋าตัง)ไขข้อสงสัย "ประเทศที่แทบไม่มีน้ำจืด" เขาใช้น้ำจากไหนกัน?เปิด 5 โรงเรียนสายวิทย์-คณิต ที่เด็กเก่งทั่วประเทศอยากสอบติดมากที่สุดประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)จะไม่มีคนไทยไปเที่ยว5 เรื่องการเงินพื้นฐานที่โรงเรียนไม่ได้สอนอาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุดอำเภอที่มีรถไฟผ่าน แต่มีผู้โดยสารใช้บริการน้อยสุดๆโบสถ์ที่สูงที่สุดในโลกใช้เวลาสร้างมานานกว่า 140 ปี ยังไม่เสร็จมันสำปะหลัง พืชเศรษฐกิจสำคัญของคนรากหญ้าประเทศไทยมัดรวมสูตรลับพิกัดทำเงิน “หน้าโรงเรียน” ฉบับพ่อค้าแม่ค้ามือโปรจาก ‘นางนาก’ สู่ ‘อตีตา’ คู่พระ-นาง วินัย ไกรบุตร และ ทราย เจริญปุระ ที่ยังตราตรึงใจผู้ชมวิทยาลัยที่รับเฉพาะนักศึกษาหญิง เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)จะไม่มีคนไทยไปเที่ยวอาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุดอำเภอที่มีรถไฟผ่าน แต่มีผู้โดยสารใช้บริการน้อยสุดๆ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดเหตุผล ทำไมบางประเทศพื้นที่นิดเดียวแต่รวยระดับโลก?งานวิจัยใหม่ตั้งข้อสังเกต สารตกค้างในอาหารสุขภาพอาจเกี่ยวข้องกับมะเร็งปอดในคนอายุน้อย แต่ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนอย่าตื่นตระหนกอำเภอที่มีรถไฟผ่าน แต่มีผู้โดยสารใช้บริการน้อยสุดๆประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)จะไม่มีคนไทยไปเที่ยว
ตั้งกระทู้ใหม่