หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ประวัติศาสตร์สายดาร์ก..ว่าด้วยธรรมเนียมการชนเเก้ว จากพิธีกรรมกันยาพิษสู่สุนทรียภาพในวงสังสรรค์


เขียนโดย davin

        เบื้องหลังเสียง "กริ๊ง" ของแก้วที่กระทบกันท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในงานปาร์ตี้ อาจไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ของการแสดงความยินดีอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ ทว่าในมิติประวัติศาสตร์ ภาษากายของการยกแก้วขึ้นชนกันคือพิธีกรรมเอาชีวิตรอดจากการลอบสังหารอันนองเลือด และเป็นกุศโลบายในการเติมเต็มประสาทสัมผัสของมนุษย์ให้สมบูรณ์แบบ วัฒนธรรมการดื่มสังสรรค์ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันจึงเต็มไปด้วยเรื่องราวเบื้องลึกที่ทั้งน่าทึ่งและคาดไม่ถึง

ถอดรหัสรากเหง้าประวัติศาสตร์: การชนแก้วเพื่อเอาชีวิตรอด
        วัฒนธรรมการยกแก้วขึ้นชนกันแรงๆ มีจุดเริ่มต้นและข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ถูกส่งต่อมาผ่าน 3 ทฤษฎีหลัก ดังนี้:

        มาตรการป้องกันการลอบสังหารในยุคกลาง: ทฤษฎีที่น่าตื่นเต้นที่สุดย้อนกลับไปในยุคกลาง (Middle Ages) ซึ่งเป็นยุคที่การก้าวขึ้นสู่อำนาจมักแฝงมากับการวางยาพิษในเครื่องดื่ม การชนแก้วอย่างรุนแรงในยุคนั้นทำไปเพื่อตั้งใจให้ของเหลวในแก้วของทั้งสองฝ่ายกระฉอกสลับผสมกัน เป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่าเจ้าบ้านไม่ได้วางยาผู้มาเยือน เพราะหากมีพิษร้ายแรง ทั้งคู่จะต้องได้รับพิษและเสียชีวิตไปพร้อมกัน

        ศาสตร์แห่งการเติมเต็มประสาทสัมผัสทั้ง 5: ในแง่สุนทรียศาสตร์ การดื่มด่ำกับเครื่องดื่มรสเลิศในอดีตสามารถตอบสนองประสาทสัมผัสได้เพียง 4 ส่วน คือ ดวงตา (มองสี), จมูก (ดมกลิ่น), ผิวสัมผัส (การจับแก้ว) และลิ้น (รับรสชาติ) โดยมีเพียง "หู" ที่ขาดหายไป การชนแก้วเพื่อให้เกิดเสียงกังวานใสจึงเป็นประดิษฐกรรมทางสังคมที่เข้ามาเติมเต็มประสาทสัมผัสให้ครบทั้ง 5 มิติ

        กุศโลบายขับไล่สิ่งชั่วร้าย: ในยุคโบราณมีความเชื่อเชื่อมโยงกับศาสนาว่า เสียงสะท้อนที่เกิดจากแก้วกระทบกันมีความคล้ายคลึงกับเสียงระฆังศักดิ์สิทธิ์ในโบสถ์ ซึ่งสามารถขับไล่ปีศาจหรือวิญญาณร้ายที่คอยแฝงตัวอยู่ในน้ำเมาไม่ให้เข้ามาทำร้ายผู้ดื่มได้

วิวัฒนาการของคำศัพท์ และยุคมืดของการสรวลเสเฮฮา
        นอกเหนือจากท่าทางแล้ว ถ้อยคำที่ใช้ประดับในวงเหล้าอย่างคำว่า "Cheers" และ "Toast" ก็มีที่มาที่น่าสนใจ โดย Cheers มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศสโบราณที่หมายถึง "ใบหน้า" สื่อถึงอารมณ์อันร่าเริง ส่วนคำว่า Toast เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 16 จากพฤติกรรมการใส่ "ขนมปังปิ้ง" ลงไปในก้นแก้วไวน์เพื่อทำหน้าที่ดูดซับตะกอนและรสเปรี้ยวของไวน์ที่ยังไม่ได้คุณภาพในยุคนั้น

        อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมการดื่มเคยเผชิญกับ "ยุคมืด" ในศตวรรษที่ 17 ของประเทศอังกฤษ เมื่อกลุ่มพิวริตัน (Puritans) เคร่งศาสนาได้ก้าวขึ้นมามีอำนาจและสั่งแบนเทศกาลคริสต์มาสรวมถึงการดื่มฉลองทุกรูปแบบ โดยส่งทหารออกตรวจตราจับกุมบ้านที่แอบจัดงานสังสรรค์ จนกระทั่งเมื่อมีการฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ วัฒนธรรมการชนแก้วและการดื่มอวยพรจึงได้กลับมาเบ่งบานอีกครั้ง


        การชนแก้วในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงแค่พฤติกรรมความสนุกสนานในงานรื่นเริงชั่วครั้งชั่วคราว แต่คือการสืบสานพิธีกรรมทางสังคมที่ผ่านการหล่อหลอมและเอาชีวิตรอดมานับพันปี ตั้งแต่กลยุทธ์การระแวงภัยยาพิษ ความเชื่อทางจิตวิญญาณ ไปจนถึงการแสวงหาความสุนทรีขั้นสูงสุดผ่านเสียงกังวาน ดังนั้น ในครั้งต่อไปที่คุณยกแก้วขึ้นชนกับผู้คนรอบข้าง โปรดจำไว้ว่าคุณกำลังขับเคลื่อนหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานและทรงคุณค่าผ่านปลายนิ้วของคุณเอง

เนื้อหาโดย: davin
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
davin's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 131 ครั้ง
เขียนโดย davin
นักเขียนอิสระเน้นวิเคราะห์ความเชื่อ วัฒนธรรม คติชนวิทยา จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ เกร็ดความรู้ และสิ่งที่สนใจส่วนตัว เน้นเข้าใจง่าย ทันต่อสถานการณ์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: famai, projor007, goldfish13, Freya Rune, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, kyogisa, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, davin
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พระไตรปิฎกอธิบายว่าอย่างไร?ทำไมบางวันเห็นดวงจันทร์ได้ทั้งที่ยังเป็นเวลากลางวัน?เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรูทำไมแมลงหวี่ชอบบินวนรอบผลไม้สุก?ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่นล้างหม้อทอดไร้น้ำมันอย่างไรไม่ให้สารเคลือบลอก?ฝั่งโขง อ.น็อตตี้ งวด 20 ต.ค. 69 เปิดเลขเด่น 9999 จับตาชุด 2 ตัว–3 ตัว พร้อมเลข 4 หลักเปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอาทิตย์ ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569ตำนานเมืองลับแลเล่าว่าทำไมคนในเมืองจึงห้ามโกหก?หวยลาวเด็ดวันนี้ 20 ต.ค. 69 เปิดสถิติย้อนหลังวันอังคาร 7 งวด จับตาเลข 2 ตัวบน-ล่าง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
พงศาวดารสองเล่มบันทึกเรื่องเด็กผิวเขียวแห่งวูลพิตต่างกันอย่างไร?ในวันที่คนทั้งโลกนอนไม่หลับ โนบิตะกลับมีสิ่งที่เงินก็ซื้อไม่ได้เปิด 6 ท่ามวยไทยโบราณสุดอันตราย ที่กติกาสมัยใหม่ไม่เปิดทางให้ใช้ได้เต็มรูปแบบนกยืนขาเดียวไม่ได้มีไว้แค่พัก แต่ยังช่วยจัดการความร้อนในร่างกายกระท่อมขาไก่ของบาบายากามาจากนิทานเรื่องไหนกันแน่?
ปรากฏการณ์บะหมี่ต้มโคล้งใส่ต้นหอมเต็มชาม เมื่อวัตถุดิบธรรมดากลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์เปิดตำนาน “กวยจี๊” ธัญพืชคั่วเคี้ยวเพลิน กับประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซ่งเปิดตำนานสะเต๊ะ จากเนื้อย่างเครื่องเทศสู่หมูสะเต๊ะยอดฮิตบนถนนเมืองไทยท้าวทองกีบม้า กับชะตากรรมการเมืองและตำนานขนมไทยที่ไม่ได้หวานเหมือนชื่อ
ตั้งกระทู้ใหม่