หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ศึกรบภพรักเทพสวรรค์ ตอนที่16

เขียนโดย ubon2525

ตอนที่ 16 

ชื่อตอน การต่อสู้ระหว่างสายเลือด

   เมื่อลูกศรสีขาวที่พุ่งมาในอากาศด้วยความเร็วสูงนั้นเข้าใกล้ร่างของท่านเซียนเผิงซียี่ ที่เหลือระยะห่างแค่ไม่ถึงฝ่ามือก็มีวัตถุบางอย่างกระแทกเข้ากับลูกศรมังกรขาวของท่านอ๋องฟางอี้ย่งอย่างรุนแรง จนกระทั่งลูกศรนั้นเปลี่ยนทิศทางอย่างกระทันหันลูกศรสีขาวพุ่งขึ้นบนท้องฟ้ากลายร่างเป็นมังกรสีขาวดังเดิม ส่วนวัตถุลึกลับซึ่งนั่นก็คือ “ดาบอัคคีเทวะ”ในตำนานที่เสียบอยู่ที่แท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ต้าหลงเป็นของวิเศษของหุบเขาเซียนต้าเผิง ที่ไม่มีใครดึงออกมาได้แม้กระทั่งท่านเซียนเผิงซียี่ก็ตามที เดิมนั้นเป็นดาบของท่านปรมาจารย์เผิงกวงซ่านแห่งหุบเขาเซียนต้าเผิง

ที่เขานั้นได้ทำการต่อสู้อย่างดุเดือดกับจอมมารเซี่ยกงถิง จอมมารผู้มีพลังมากมาย มีความเกรียงไกร อหังการไม่กลัวผู้ใด จนกระทั่ง ทั้งสองนั้นได้ต่อสู้กันจนแตกดับไปในการต่อสู้ครั้งนั้น แต่ทว่า ท่านปรมาจารย์เผิงกวงซ่านนั้นได้ ถอดพลังปราณของเขาหลังจากที่ได้สังหารจอมมารเสร็จเรียบร้อยใส่ใน ดาบอัคคีเทวะ และดาบนั้นก็ลอยมาเสียบอยู่ที่ แท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ต้าหลงมานับพันปีแล้ว

    ดาบอัคคีเทวะ กลายร่างเป็นมังกรสีน้ำเงิน ทะยานขึ้นบนท้องฟ้าและต่อสู้กับมังกรขาวอย่างดุเดือด บนท้องฟ้านั้นเต็มไปด้วยประกายสีฟ้าและสีขาว ที่ก่อเกิดขึ้นจากการปะทะกันของมังกรผู้เกรียงไกรทั้ง 2 ตัวเป็นภาพการต่อสู้ที่ดุเดือด ดุดัน น่าชมยิ่งนัก ทั้งเทพเซียนและประชาชนทั่วไปที่อยู่ ณ สถานที่ลานกว้างแห่งนั้นต่างก็เงยหน้ามองดูบนท้องฟ้าเฝ้ามองดูเหตุการณ์การต่อสู้นั้นอย่างไม่วางสายตา

   นั่นมันอะไรกัน ดาบอัคคีเทวะ ในตำนาน ถูกดึงออกมาได้แล้วอย่างนั้นหรือแล้วใครกันคือผู้ที่มีความสามารถ ดึงดาบวิเศษอัคคีเทวะ ออกมาจากแท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ต้าหลงได้กันนะ เสนาบดีกู่ตงเมิ่ง เขาพูดออกมาเสียงเบาๆ และรู้สึกมีความยินดีบางอย่างในใจ เพราะว่าดาบอัคคีเทวะ นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นดาบปราบมาร ในตำนานของท่านปรมาจารย์ เผิงกวงซ่านเขานั้นเฝ้าสังเกตมังกรทั้ง 2 ตัวต่อสู้กันบนท้องฟ้าด้วยความสนใจ

   ดาบอัคคีเทวะหรือท่านพ่อ เป็นดาบปราบมารในตำนานของท่านปรมาจารย์เผิงกวงซ่าน อย่างนั้นหรือขอรับท่านพ่อ กูไท้ซาน เขาเอ่ยถามผู้เป็นบิดาของเขาเพื่อความแน่ใจ

   ใช่แล้วลูกพ่อ ดาบอัคคีเทวะ คือดาบปราบมารที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมังกรสีน้ำเงินได้ตามตำราเขาเขียนบันทึกไว้เช่นนั้นนะ เท่าที่พ่อเคยศึกษาและได้ยินมา

   การต่อสู้นั้นดำเนินอยู่สักครู่ เจ้ามังกรสีขาวนั้นดูเริ่มจะพลาดท่าเสียทีให้กับมังกรสีน้ำเงิน จนใดที่สุดมังกรสีขาว ก็พุ่งตัวกลับมาหาท่านอ๋องฟางอี้ย่ง กลายเป็นดาบวิเศษไท้หลง ดังเดิมสร้างความประหลาดใจให้ท่านอ๋องไม่น้อย นี่มันอะไรกัน ใครที่มาช่วยตาแก่เผิงซียี่ แล้วยังมีพลังวิเศษมากมาย สามารถเอาชนะดาบวิเศษไท้หลงของข้าได้นะ เป็นใครกันที่เก่งกล้าสามารถเยี่ยงนี้ ท่านอ๋องพูดออกมาด้วยความรู้สึกสงสัยแคลงใจยิ่งนัก

   เพียงไม่นานนักก็มีลำแสงพุ่งลงมาหน้าลานกว้างเบื้องหน้ามากมายหลายลำแสงและกลายเป็นร่างขององค์หญิงฟางอี้หลงและเหล่าองครักษ์เกาะทอง 18 คน องค์หญิงฟางอี้หลงและเหล่าองครักษ์ต่างก็โน้มตัวลงทำความเคารพท่านเจียนเผิงซียี่ด้วยความเคารพนพน้อม

   คารวะท่านอาจารย์ค่ะ วันนี้ศิษย์ และเหล่าองครักษ์ทั้ง 18 คนจะมาช่วยท่านอาจารย์กลับหุบเขาเซียนต้าเผิงค่ะ

   ขอบพระทัยองค์หญิงมาก ที่ยังนึกถึงชายชราอย่างกระหม่อม ท่านเซียนเผิงซียี่ ตอบกลับองค์หญิงและยิ้มให้นางอย่างมีมิตรไมตรีจิต สายตานั้นอ่อนโยนเป็นมิตรและเต็มไปด้วยความเมตตา

    องค์หญิงอย่างนั้นหรือ นี่เจ้าคือลูกชู้ของตงหยางจื่อกับเจ้าคนทรยศหมงต้าลี่ หรอกเหรอเนี่ย ที่มีพลังวิเศษมากมายเช่นนี้ ท่านอ๋องฟางอี้ย่ง ตระโกนออกไปเสียงดัง ทักทาย องค์หญิงฟางอี้หลงที่อยู่เบื้องหน้าของเขา

    หญิงสาวหันกลับมามองผู้เป็นบิดาของนางและพูดตอบกลับไป ท่านพ่อข้าเป็นลูกสาวของท่านพ่อกับท่านแม่หาใช่ลูกชู้เหมือนที่ท่านกล่าวอ้างและเข้าใจผิดข้าไม่ ข้านั้นเป็นทายาทของตำหนักฟางเต๋อ โดยชอบธรรม เป็นสายเลือดของท่านโดยบริสุทธิ์มิได้เป็นลูกชู้ อย่างที่ท่านเข้าใจผิดเลยแม้แต่น้อยนะค่ะ ท่านพ่อ

   เข้าใจผิดกระนั้นหรือ ถ้าไม่ใช่ลูกชู้แล้ว เจ้าหมงต้าลี่ ทำไมถึงต้องเสี่ยงตายพาเจ้าหนีไปล่ะ ตอนเด็กๆแถมเจ้าหมงต้าลี่ ยังเข้าไปอยู่ในห้องของแม่ของเจ้าบ่อยๆมันหมายความว่าอย่างไร

   ที่ท่านพ่อเห็นเช่นนั้นเป็นเพราะมนต์ของนางมารที่ครอบงำจิตใจของท่านพ่ออยู่น่ะสิ นางมารใช้มนต์ควบคุมและนางก็พูดเป่าหูท่านพ่อ นางทำให้ท่านเกิดภาพหลอน ความจริงแล้วท่านลุงหมงต้าลี่กับท่านแม่ของข้าหาได้เคยทำผิดต่อท่านพ่อไม่แม้แต่ครั้งเดียวนั่นคือความสัตย์จริง

   พูดจาเหลวไหลทั้งเพ ข้าคือผู้ปกครองตำหนักสวรรค์ฟางเต๋อใครเล่าจะมาควบคุมข้าได้ เจ้าอย่ามาแก้ตัวแทนแม่ของเจ้าหน่อยเลย ในเมื่อวันนี้เจ้ากล้าบุกมาถึงที่นี่สถานที่แห่งนี้เจ้าก็อย่าหวังเลยว่าเจ้าจะได้ออกไปโดยง่าย ข้าไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นหรอก

   ท่านพ่อทำไมท่านถึงได้เลอะเลือนและพูดจาฟังไม่รู้เรื่องเช่นนี้นะ ไม่ยอมรับฟังในสิ่งที่ข้าพยายามจะอธิบายเลยแม้แต่น้อยเดียว

ถ้าเจ้าเป็นลูกสาวของข้าจริงๆเราสองคนก็มาต่อสู้กันให้รู้ดำรู้แดงไป ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าน่ะมีเลือดนักสู้ของข้าอยู่ในร่างกายของเจ้าบ้างหรือไม่ กล้าหรือเปล่าล่ะ หรือว่าเจ้านั้นกลัว และขี้ขลาด

ก็ได้ ในเมื่อท่านพ่อต้องการเช่นนั้น ก็อย่าว่าลูกอกตัญญูนะ ข้ายินดีประลองกับท่านพ่อ วันนี้พวกข้าทุกคนมาที่นี่หาได้อาลัยในชีวิตไม่พวกเราต้องการที่จะช่วยท่านอาจารย์ออกไปให้ได้ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของพวกเราก็ตาม แล้วทั้งสองพ่อลูกก็เริ่มการต่อสู้กันอีกอย่างดุเดือดเลือดพล่านหลายกระบวนท่า เซี่ยหลิงเฟยนางนั้นเฝ้ามองดูการต่อสู้ระหว่างสองพ่อลูกไม่วางสายตาองค์หญิงฟางอี้หลง นางสามาร ดึงดาบอัคคีเทวะดาบปราบมาร ออกจากแท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ต้าหลงได้อย่างนั้นหรือ ดาบปราบมารในตำนาน เราจะปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่ไม่ได้จริงๆแล้วล่ะสิเนี่ยนางเป็นอันตรายต่อเผ่ามารมากๆ

มู่กง เจ้าให้คนของเราจัดการกับองค์หญิงและองครักษ์เกาะทองทั้ง 18 คนนั้นซะ พวกเขาเป็นอันตรายต่อพวกเรามากๆ

อย่าปล่อยให้พวกเขามีลมหายใจออกไป นางสั่งการกับมู่กงทหารคนสนิทของนาง

พะยะค่ะ ฝ่าบาท มู่กง เขารีบรับคำสั่งและยกมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขาซึ่งมีแต่ยอดฝีมือทั้งนั้นให้รุมเข้าเล่นงานองค์หญิงและเหล่าองครักษ์เกาะทองทั้ง 18 คน ทำให้เบื้องล่างตรงหน้าลานกว้างนั้น

เกิดการต่อสู้อย่างชุลมุน ดุเดือดมากๆ ท่านอ๋องฟางอี้ย่งและองค์หญิงฟางอี้หลง ทั้งสองนั้นต่อสู้กันอยู่หลายกระบวนท่าแต่ก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะแต่อย่างใด ในระหว่างการต่อสู้ที่ดุดัน รุนแรงนั้นมีหลายครั้งที่องค์หญิงฟางอี้หลงนั้นสามารถเอาชนะและเป็นต่อท่านอ๋องฟางอี้ย่ง สามารถที่จะทำร้ายเขาได้แต่ทว่านางก็ยั้งมือเอาไว้ และไม่ได้ลงมือรุนแรงกับท่านอ๋องแต่อย่างใด

ส่วนท่านอ๋องเองเมื่อเขานั้นได้สบสายตากับองค์หญิงฝางอี้หลงใกล้ๆสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกนั้นก็ทำให้เขารู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูกว่าทำไมแววตาของนางจึงช่างเหมือนกับแววตาของเขาเมื่อยังเด็ก จู่ๆนั้นเขาก็รู้สึกว่าเลิกเกลียด โกรธนาง ทั้งๆที่เขานั้นคิดมาตลอดว่านางเป็นลูกของชายชู้ และเมื่อเห็นการต่อสู้ที่เก่งกาจ องอาจสามารถเหนือชายของนาง เขานั้นก็รู้สึกชื่นชมในความสามารถขององค์หญิงมากๆ

ในขณะที่ทุกคนนั้นกำลังต่อสู้อยู่อย่างชุลมุน มู่กงเขาแอบจ้องและใช้อาวุธลับเข้าลอบทำร้ายองค์หญิงฟางอี้หลงจากทางด้านหลังแต่ทว่า ก็มีเสียง ของแข็งบางอย่างกระทบเข้ากับอาวุธลับอาบยาพิษของเขาเสียงดัง ปิ๊งๆๆๆปิ๊งๆๆ เสียงกระบี่กิเลนไฟของ ฉีฟ่งเทียน ซึ่งเขาใช้กระบี่ของเขาสกัดอาวุธลับอาบยาพิษของ มู่กง ที่ซัดออกมาลอบทำร้ายองค์หญิงฟางอี้หลงจากทางด้านหลังเสียงที่กระบี่สกัดอาวุธลับทำให้องค์หญิงฟางอี้หลงนางหันกลับมามองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉีฟ่งเทียน ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน แววตาขององค์หญิงฟางอี้หลง นั้นเต็มไปด้วยความสงสัย ที่จู่ๆนางก็ได้เห็น ฉีฟ่งเทียน อยู่สถานที่แห่งนี้

แล้วจู่ๆก็มีเสียงแหลมคม ดั่งเล็ดลอดเข้ามาในขณะที่นางกำลังสงสัย ท่านพี่อี้หลงเป็นข้าเองที่เป็นคนชวนท่านพี่ฉีฟ่งเทียน มาที่นี่ พี่เป็นพี่สาวบุญธรรมของข้า ข้าย่อมเป็นห่วงท่าน เมื่อท่านอยู่ในอันตราย ข้า และพี่ชายไม่มีทางที่จะดูดายท่านได้หรอก เสียงเจื้อยแจ้วสดใสของ ฉีเหม่ยลี่ ดังขึ้นมาพร้อมกับร่างที่บอบบางของนางที่กำลังต่อสู้กับเหล่าลูกน้องของ มู่กง อยู่อย่างดุเดือดเช่นกัน

น้องเหม่ยลี่ เจ้านี่ช่างใจกล้าบ้าบิ่นซะจริงๆที่นี่อันตรายมากๆถึงชีวิต เจ้ากล้ามาที่นี่ ได้เยี่ยงไรกัน อี้หลงตะโกนพูดกับเหม่ยลี่ ด้วยความเป็นห่วงนาง

อย่าเป็นกังวลไปเลยท่านพี่อี้หลง ข้าน่ะมีวิชาพอตัวนะ ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน ท่านพี่อี้หลงเข้าใจความหมายของคำพูดนี้ใช่ไหมคะ

อืม !! ข้าล่ะ เถียงสู้เจ้าไม่ไหวจริงๆเหม่ยลี่ องค์หญิงฟางอี้หลง หันมาทาง ฉีฟ่งเทียน ซึ่งเขานั้นอยู่ใกล้กับนางมาก ข้าขอขอบใจท่าน ฉีฟ่งเทียน ที่มีน้ำใจมาช่วยข้า

ไม่ต้องขอบใจข้าหรอก แม่นางฟางอี้หลง ข้านั้นเต็มใจช่วยเจ้าเสมอทุกอย่างที่ข้านั้นสามารถกระทำได้ บทสนทนาระหว่างการต่อสู้ของทั้ง 3 คนนั้นเมื่อเซี่ยหลิงเฟยนางได้ยินชื่อของ ฉีฟ่งเทียน นางถึงกับชะงัก

แล้วเมื่อเพ่งมองดูใบหน้าของเขานางก็ยิ่งรู้สึกอึ้งเข้าไปใหญ่เพราะใบหน้า

ของเขานั้นช่างดูละม้ายคล้ายคลึงกับใครบางคน ที่นางเคยรักมาก

และตอนนี้เขาก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจของนางอยู่ นั่นก็คือ ฉีฟ่งเย่ ซึ่งเป็นคนรักของนาง หนุ่มคนนั้นชื่อ ฉีฟ่งเทียน หรือ “ลูกแม่” นี่เจ้าโตเป็นหนุ่มขนาดนี้แล้วหรือเนี่ย นางอุทานเบาๆในใจ และจ้องมองดูชายหนุ่มด้วยความรู้สึกคิดถึงสุดหัวใจ เขานั้นช่างดูหล่อเหลาองอาจ ไม่ผิดจากพ่อของเขาเลยแม้แต่น้อย นางนั้นรู้สึกอยากจะร้องไห้เมื่อได้เห็นหน้าลูกชายเพียงคนเดียวของนางที่เกิดกับ ฉีฟ่งเย่ เมื่อ 20 กว่าปีก่อน

“ลูกแม่ แม่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน ลูกรักของแม่ ฉีฟ่งเทียน” เซี่ยหลิงเฟย

นางอุทานออกมาเบาๆอย่างลืมตัว 

จบตอนที่ 16.

เนื้อหาโดย: ubon2525
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ubon2525's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 14 ครั้ง
เขียนโดย ubon2525
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รายได้คนขับรถไฟจังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทยโรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย3 มหาวิทยาลัยที่บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ดีและสวยที่สุดในประเทศไทย5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”ทำไม "ข้าวกะเพราร้านข้างทาง" ถึงอร่อยสะท้านใจกว่าร้านหรูแพงระยับ?สลัมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกจังหวัดที่คนทำงานเริ่มย้ายออกรายได้ของพนักงานขับรถเมล์ในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เกาะของไทยขนาดใหญ่ที่สุด ที่ไม่มีประชากรอาศัยอยู่แบบถาวรทำไมเราถึงเรียกเมนูเนื้อย่างแบบหนึ่งว่า "เสือร้องไห้" ทั้งๆ ที่เมนูนี้ทำมาจากเนื้อวัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
จดหมายจากฉันถึงเธอ ตอนที่1ร้านอาหารตามสั่งศึกรบภพรักเทพสวรรค์ ตอนที่30ศึกรบภพรักเทพสวรรค์ ตอนที่29
ตั้งกระทู้ใหม่