7 เส้นทางรถไฟวิวสวยระดับโลก ที่ควรนั่งสักครั้งในชีวิต
เขียนโดย Idea DD
บางเส้นทางรถไฟไม่ได้มีดีแค่พาผู้โดยสารไปถึงปลายทาง แต่ทำให้เวลาระหว่างทางกลายเป็นภาพจำ ทั้งภูเขาหิมะ ฟยอร์ด สะพานโค้ง และทุ่งกว้างที่มองได้จากหน้าต่างขบวนเดียว
สำหรับคนที่ชอบเดินทางแบบไม่เร่งรีบ รถไฟชมวิวคืออีกวิธีที่ทำให้เห็นภูมิประเทศเปลี่ยนไปทีละฉาก ต่างจากการบินที่ตัดช่วงกลางทางออกไปทั้งหมด เสน่ห์อยู่ตรงจังหวะช้า ๆ ที่ได้มองวิวแบบเต็มตา
นี่คือ 7 เส้นทางรถไฟวิวสวยจากหลายมุมโลก ที่แต่ละสายมีบุคลิกต่างกัน บางสายเด่นที่เทือกเขา บางสายเด่นที่สะพาน บางสายชนะใจคนรักหนัง และบางสายให้ประสบการณ์แบบหรูหราไปพร้อมกับวิวสองข้างทาง
- Glacier Express, สวิตเซอร์แลนด์
Glacier Express เป็นเส้นทางรถไฟที่เชื่อมระหว่างเมือง Zermatt และ St. Moritz จุดขายที่หลายคนจำได้คือภาพรถไฟที่แล่นผ่านเทือกเขาแอลป์แบบค่อยเป็นค่อยไป จนได้ชื่อว่าเป็นรถไฟด่วนที่ช้าที่สุดในโลก
ความพิเศษอยู่ที่หน้าต่างพาโนรามาขนาดใหญ่ ทำให้ผู้โดยสารมองเห็นยอดเขาหิมะ ทุ่งหญ้า และภูมิประเทศแบบภูเขาสูงได้กว้างมาก เส้นทางนี้ยังผ่านอุโมงค์ 91 แห่ง และสะพาน 291 แห่ง จึงเหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์รถไฟสายภูเขาแบบเต็มวันมากกว่าการเดินทางสั้น ๆ
- Bernina Express, สวิตเซอร์แลนด์ - อิตาลี
Bernina Express เหมาะกับคนที่อยากเห็นความต่างของภูมิประเทศในทริปเดียว เพราะเส้นทางนี้พาผู้โดยสารข้ามเทือกเขาแอลป์จากเมือง Chur ในสวิตเซอร์แลนด์ ไปยัง Tirano ในอิตาลี
ไฮไลต์ที่ทำให้เส้นทางนี้โดดเด่นคือ Brusio Spiral Viaduct สะพานโค้งที่กลายเป็นภาพจำของสายนี้ รวมถึงการไต่ระดับความสูงที่ทำให้มองเห็นธารน้ำแข็งและทะเลสาบในระยะใกล้ อีกจุดสำคัญคือเส้นทางนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO จึงไม่ได้สวยแค่ในเชิงท่องเที่ยว แต่ยังมีคุณค่าด้านภูมิทัศน์และเส้นทางรถไฟด้วย
- Rocky Mountaineer, แคนาดา
Rocky Mountaineer เป็นชื่อที่คนรักทริปรถไฟชมวิวมักนึกถึง โดยเฉพาะเส้นทาง First Passage to the West จากแวนคูเวอร์ไปยัง Banff ซึ่งพาผู้โดยสารเข้าสู่ใจกลาง Canadian Rockies
ภาพจำของเส้นทางนี้คือแม่น้ำสายใหญ่ หน้าผาสูงชัน และแนวภูเขาที่ทอดยาวสุดสายตา จุดที่ทำให้ทริปมีสีสันขึ้นคือโอกาสเห็นสัตว์ป่าจากบนรถไฟ เช่น หมีกริซลีหรือกวางเอลค์ เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติขนาดใหญ่และอยากได้บรรยากาศแบบอเมริกาเหนืออย่างชัดเจน
- West Highland Line, สกอตแลนด์
West Highland Line เป็นเส้นทางที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก โดยเฉพาะสำหรับแฟน Harry Potter เพราะรถไฟจะวิ่งผ่านสะพาน Glenfinnan Viaduct ซึ่งหลายคนคุ้นตาในฐานะเส้นทางของรถไฟฮอกวอตส์
แต่นอกเหนือจากความผูกพันกับภาพยนตร์ เส้นทางนี้ยังมีวิวที่ชวนให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในดินแดนเก่าแก่ ทั้งทุ่งหญ้าที่ราบสูงของสกอตแลนด์ ทะเลสาบ และชายฝั่งทะเลที่เงียบสงบ เป็นสายที่เหมาะกับคนชอบบรรยากาศเหงา ๆ สวย ๆ มากกว่าความหรูหรา
- TranzAlpine, นิวซีแลนด์
TranzAlpine เชื่อมระหว่าง Christchurch และ Greymouth บนเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ จุดเด่นคือความเปลี่ยนแปลงของวิวตลอดทาง ตั้งแต่ที่ราบ Canterbury ไปจนถึงเทือกเขา Southern Alps
เสน่ห์ของสายนี้คือผู้โดยสารจะได้เห็นภูมิประเทศเปลี่ยนจากทุ่งหญ้าไปเป็นภูเขาหิมะ แล้วต่อด้วยบรรยากาศป่าฝนทางชายฝั่งตะวันตกในปลายทาง เป็นเส้นทางที่เหมาะกับคนอยากเห็นความหลากหลายของนิวซีแลนด์ในทริปรถไฟครั้งเดียว
- The Blue Train, แอฟริกาใต้
The Blue Train ต่างจากหลายเส้นทางในลิสต์นี้ เพราะไม่ได้ขายแค่วิวธรรมชาติ แต่ยังขายประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียมด้วย รถไฟสายนี้วิ่งระหว่างพริทอเรียและเคปทาวน์ พร้อมภาพสองข้างทางของแอฟริกาใต้
ผู้โดยสารจะได้เห็นทุ่งสะวันนา พื้นที่เกษตรกรรมกว้างใหญ่ และบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามภูมิประเทศ จุดที่ควรคิดก่อนเลือกสายนี้คือ ถ้าต้องการวิวภูเขาหิมะหรือฟยอร์ด อาจไม่ใช่คำตอบแรก แต่ถ้าอยากได้รถไฟหรูระดับ 5 ดาวที่ผสมวิวกับบริการ The Blue Train เป็นตัวเลือกที่มีบุคลิกชัดมาก
- Flam Railway หรือ Flamsbana, นอร์เวย์
Flam Railway เป็นเส้นทางสั้นเพียงประมาณ 20 กิโลเมตร แต่โดดเด่นเพราะเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่ชันที่สุดในโลกที่ไม่ได้ใช้ระบบเฟืองช่วย จึงให้ความรู้สึกเข้มข้นแม้ระยะทางไม่ยาว
เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่อยากเห็นฟยอร์ด น้ำตก และภูเขาในแบบนอร์เวย์ รถไฟยังมีจุดที่จอดให้ผู้โดยสารลงไปถ่ายรูปน้ำตกขนาดใหญ่ด้วย ถ้าชอบทริปสั้นแต่ภาพจำแรง สายนี้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าจัดไว้สูงมาก
ก่อนเลือกเส้นทางรถไฟชมวิว ควรถามตัวเองก่อนว่าอยากได้ประสบการณ์แบบไหน ถ้าชอบภูเขาหิมะ สวิตเซอร์แลนด์และนิวซีแลนด์อาจตอบโจทย์ ถ้าชอบบรรยากาศหนังและที่ราบสูง สกอตแลนด์มีเสน่ห์มาก ถ้าอยากได้ความหรูหรา แอฟริกาใต้คืออีกแนวทางหนึ่ง
สำหรับปี 2026 ยังมีเส้นทางที่น่าจับตามองในไทยอย่าง The Blue Jasmine รถไฟนอนหรูที่ปรับปรุงจากรถไฟญี่ปุ่น วิ่งเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวและวิวสองข้างทางของภาคเหนือ ถือเป็นตัวเลือกใกล้ตัวสำหรับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศรถไฟชมวิวโดยไม่ต้องเริ่มจากต่างประเทศ
เส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดจึงไม่จำเป็นต้องมีคำตอบเดียว บางคนอาจจำสะพาน บางคนจำหิมะ บางคนจำฟยอร์ด แต่ถ้าทริปหนึ่งทำให้คุณอยากมองออกนอกหน้าต่างนานขึ้น นั่นอาจเป็นเส้นทางที่คุ้มที่สุดแล้ว
เขียนโดย Idea DD
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/69
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทย
แนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
จังหวัดที่คนย้ายไปแล้วไม่อยากกลับกรุงเทพ”
จังหวัดที่จะขึ้นชื่อว่า มหานครเศรษฐกิจแห่งใหม่ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ปุ่มพลาสติกจิ๋ว บนสายเข็มขัดนิรภัย มีไว้ทำไม?
วิธีเลือกน้ำปลาแท้ดูยังไงไม่ให้โดนหลอก
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ 2498 เชียงราย จังหวัดเดียวในไทยที่เคยมี "หิมะ" ตกจริงหรือ?
โรงอาหารมหาวิทยาลัยที่ของกินถูกที่สุด
"เครื่องอบผ้ายุคอวกาศ" ตำนานลวงโลกราคา $49 ของ สตีฟ โคมิซาร์










