เผยเคล็ดลับใช้แอร์ยังไงให้ประหยัดไฟ..ความลับที่หลายคนไม่รู้!
เผยเคล็ดลับใช้แอร์ยังไงให้ประหยัดไฟ..ความลับที่หลายคนไม่รู้! ลองทำตามเทคนิคเหล่านี้เชื่อว่าสามารถช่วยคุณประหยัดเงินได้เป็นอย่างมาก และหากสับเบรกเกอร์ลงจะช่วยประหยัดไฟได้จริงๆ มั๊ย
เมืองไทยตอนนี้อากาศมันร้อนมาก หากบ้านไหนไม่มีแอร์เชื่อว่าคงจะอยู่กันลำบาก แต่บ้านที่มีแอร์ก็ใช่ว่าจะสบายสิ้นเดือนทีไรเห็นบิลค่าไฟก็แทบเป็นลมเพราะค่าไฟมหาโหดจริงๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าแค่กดรีโมทปิดเครื่องมันก็จบแล้ว แต่ความจริงแล้วคุณอาจจะพลาดจนทำให้แอร์กินไฟอย่างเงียบๆ และพังเร็วขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว
สำหรับเทคนิคการใช้แอร์ที่ถูกต้องและช่วยประหยัดค่าไฟมีดังนี้
1. ปิดรีโมทอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องสับเบรกเกอร์ลงด้วย การกดปิดที่รีโมทแอร์ยังคงมีกระแสไฟเลี้ยงวงจรอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะกินไฟไปเรื่อยๆ ถ้าสะสมไปนานๆ เข้าก็กลายเป็นเงินไม่น้อย ดังนั้นหลังกดรีโมทปิดแล้ว ควรสับเบรกเกอร์ลง เพื่อตัดไฟแบบ 100% และช่วยยืดอายุการใช้งานด้วย
2. เลือกใช้โหมด "Dry" (หยดน้ำ) ในวันที่สภาพอากาศอบอ้าว บนปุ่มรีโมทแอร์จะมีโหมด Cool (หิมะ) ที่เน้นทำความเย็นอย่างเต็มที่ ถ้าวันไหนอากาศไม่ได้ร้อนจัดแต่รู้สึกแค่เหนียวๆ ตัว ให้ลองใช้โหมด Dry (รูปหยดน้ำ) แทน เพราะโหมดนี้จะช่วยลดความชื้นในอากาศ และช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าโหมด Cool อย่างเห็นได้ชัด
3. เลิกเปิดๆ ปิดๆ แอร์ เพราะกลัวเปลืองไฟ หลายคนชอบเปิดแอร์พอห้องเย็นแล้วรีบปิด แต่พอร้อนอีกก็เปิดใหม่ พฤติกรรมแบบนี้คือตัวกินไฟของแทร่ เพราะทุกครั้งที่เริ่มเดินเครื่องใหม่ แอร์จะต้องใช้พลังงานมหาศาลในการทำความเย็นให้ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ การเปิดทิ้งไว้ที่อุณหภูมิพอดีๆ (26-27 องศา) จะช่วยประหยัดกว่าการเปิด-ปิดบ่อยๆ
4. เทคนิคการใช้ "แอร์ + พัดลม" เป็นสูตรเร่งความเย็นแบบประหยัด แทนที่จะตั้งอุณหภูมิแอร์ไว้ที่ 20-23 องศาเพื่อให้รู้สึกเย็นฉ่ำ แต่ลองตั้งที่ 26-28 องศา แล้วเปิดพัดลมช่วยด้วย พัดลมจะช่วยกระจายลมเย็นให้ทั่วห้อง และทำให้เรารู้สึกเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา โดยที่คอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก
5. ปิดห้องอย่างมิดชิด เพื่อไม่ให้ความเย็นรั่วไหล เช็กขอบประตู หน้าต่าง หรือช่องว่างใต้ประตูให้ดีๆ หากมีแสงส่องเข้ามาได้ ความเย็นก็รั่วไหลออกไปได้เช่นกัน เมื่อความเย็นรั่วไหล จะทำให้แอร์ทำงานหนักตลอดเวลาเพื่อรักษาอุณหภูมิ ทำให้ค่าไฟพุ่งกระฉูด
6. ตำแหน่งติดตั้งและเฟอร์นิเจอร์ก็สำคัญ ตัวคอยล์ร้อน (ตัวนอกบ้าน): ควรตั้งอยู่ในที่ร่ม ไม่โดนแดดส่องโดยตรง เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดี และอย่าวางตู้หรือเฟอร์นิเจอร์บังทิศทางลมแอร์ เพราะจะทำให้ลมเย็นหมุนเวียนไปไม่สะดวก และแอร์จะตรวจจับอุณหภูมิผิดพลาด
7. หมั่นล้างแอร์ทุกๆ 3-6 เดือน อย่ารอให้แอร์ไม่เย็นแล้วค่อยมาล้าง ฝุ่นที่เกาะตามแผ่นกรองและคอยล์เย็นคืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้น การล้างแอร์เป็นประจำจะช่วยทำให้แอร์เย็นเร็วขึ้น ประหยัดไฟ และอากาศในห้องสะอาดขึ้นด้วย
เขียนโดย Mac Casanova
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
10 ความเข้าใจผิดเรื่องรักษ์โลก ใช้แบบไหนถึงช่วยจริง
10 ความเข้าใจผิดเรื่อง Smart Home ที่อาจทำให้บ้านเสี่ยงถูกแฮก
10 ความเข้าใจผิดเรื่องกาแฟที่คนทำงานทำทุกเช้า ดื่มถูกเวลาอาจได้ผลต่างกัน
ถูกรางวัลที่ 1 ต้องทำอะไรก่อน 10 ขั้นตอนกันพลาดก่อนขึ้นเงิน
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
"นกตาทิพย์" งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569
10 ความเชื่อผิดเรื่องความจำ ทำไมเราจำอดีตได้ชัดแต่ยังอาจผิด
สถิติหวย 16 มิถุนายน ย้อนหลัง 10 ปี ก่อนงวด 16/6/69
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
พืชสายพันธุ์หายากที่พบได้เฉพาะที่ไทยเพียงแห่งเดียวในโลก
ถูกรางวัลที่ 1 ต้องทำอะไรก่อน 10 ขั้นตอนกันพลาดก่อนขึ้นเงิน
เชร็ค แกะเมอริโนที่หลบตัดขน 6 ปี จนมีขนหนัก 27 กิโลกรัม
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล







