หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เผยเคล็ดลับใช้แอร์ยังไงให้ประหยัดไฟ..ความลับที่หลายคนไม่รู้!


เขียนโดย Mac Casanova

 

              เผยเคล็ดลับใช้แอร์ยังไงให้ประหยัดไฟ..ความลับที่หลายคนไม่รู้! ลองทำตามเทคนิคเหล่านี้เชื่อว่าสามารถช่วยคุณประหยัดเงินได้เป็นอย่างมาก และหากสับเบรกเกอร์ลงจะช่วยประหยัดไฟได้จริงๆ มั๊ย 

               เมืองไทยตอนนี้อากาศมันร้อนมาก หากบ้านไหนไม่มีแอร์เชื่อว่าคงจะอยู่กันลำบาก แต่บ้านที่มีแอร์ก็ใช่ว่าจะสบายสิ้นเดือนทีไรเห็นบิลค่าไฟก็แทบเป็นลมเพราะค่าไฟมหาโหดจริงๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าแค่กดรีโมทปิดเครื่องมันก็จบแล้ว แต่ความจริงแล้วคุณอาจจะพลาดจนทำให้แอร์กินไฟอย่างเงียบๆ และพังเร็วขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว

               สำหรับเทคนิคการใช้แอร์ที่ถูกต้องและช่วยประหยัดค่าไฟมีดังนี้

              1. ปิดรีโมทอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องสับเบรกเกอร์ลงด้วย การกดปิดที่รีโมทแอร์ยังคงมีกระแสไฟเลี้ยงวงจรอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะกินไฟไปเรื่อยๆ ถ้าสะสมไปนานๆ เข้าก็กลายเป็นเงินไม่น้อย ดังนั้นหลังกดรีโมทปิดแล้ว ควรสับเบรกเกอร์ลง เพื่อตัดไฟแบบ 100% และช่วยยืดอายุการใช้งานด้วย

              2. เลือกใช้โหมด "Dry" (หยดน้ำ) ในวันที่สภาพอากาศอบอ้าว บนปุ่มรีโมทแอร์จะมีโหมด Cool (หิมะ) ที่เน้นทำความเย็นอย่างเต็มที่ ถ้าวันไหนอากาศไม่ได้ร้อนจัดแต่รู้สึกแค่เหนียวๆ ตัว ให้ลองใช้โหมด Dry (รูปหยดน้ำ) แทน เพราะโหมดนี้จะช่วยลดความชื้นในอากาศ และช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าโหมด Cool อย่างเห็นได้ชัด

              3. เลิกเปิดๆ ปิดๆ แอร์ เพราะกลัวเปลืองไฟ หลายคนชอบเปิดแอร์พอห้องเย็นแล้วรีบปิด แต่พอร้อนอีกก็เปิดใหม่ พฤติกรรมแบบนี้คือตัวกินไฟของแทร่ เพราะทุกครั้งที่เริ่มเดินเครื่องใหม่ แอร์จะต้องใช้พลังงานมหาศาลในการทำความเย็นให้ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ การเปิดทิ้งไว้ที่อุณหภูมิพอดีๆ (26-27 องศา) จะช่วยประหยัดกว่าการเปิด-ปิดบ่อยๆ 

              4. เทคนิคการใช้ "แอร์ + พัดลม" เป็นสูตรเร่งความเย็นแบบประหยัด แทนที่จะตั้งอุณหภูมิแอร์ไว้ที่ 20-23 องศาเพื่อให้รู้สึกเย็นฉ่ำ แต่ลองตั้งที่ 26-28 องศา แล้วเปิดพัดลมช่วยด้วย พัดลมจะช่วยกระจายลมเย็นให้ทั่วห้อง และทำให้เรารู้สึกเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา โดยที่คอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก

              5. ปิดห้องอย่างมิดชิด เพื่อไม่ให้ความเย็นรั่วไหล เช็กขอบประตู หน้าต่าง หรือช่องว่างใต้ประตูให้ดีๆ หากมีแสงส่องเข้ามาได้ ความเย็นก็รั่วไหลออกไปได้เช่นกัน เมื่อความเย็นรั่วไหล จะทำให้แอร์ทำงานหนักตลอดเวลาเพื่อรักษาอุณหภูมิ ทำให้ค่าไฟพุ่งกระฉูด

              6. ตำแหน่งติดตั้งและเฟอร์นิเจอร์ก็สำคัญ ตัวคอยล์ร้อน (ตัวนอกบ้าน): ควรตั้งอยู่ในที่ร่ม ไม่โดนแดดส่องโดยตรง เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดี และอย่าวางตู้หรือเฟอร์นิเจอร์บังทิศทางลมแอร์ เพราะจะทำให้ลมเย็นหมุนเวียนไปไม่สะดวก และแอร์จะตรวจจับอุณหภูมิผิดพลาด

              7. หมั่นล้างแอร์ทุกๆ 3-6 เดือน อย่ารอให้แอร์ไม่เย็นแล้วค่อยมาล้าง ฝุ่นที่เกาะตามแผ่นกรองและคอยล์เย็นคืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้น การล้างแอร์เป็นประจำจะช่วยทำให้แอร์เย็นเร็วขึ้น ประหยัดไฟ และอากาศในห้องสะอาดขึ้นด้วย

 

เนื้อหาโดย: Mac Casanova
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mac Casanova's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 132 ครั้ง
เขียนโดย Mac Casanova
นักเขียนข่าวไวรัลและกระแสสังคม ที่เชี่ยวชาญการเล่าเรื่องให้ “หยุดนิ้วได้ในไม่กี่วินาที” ครอบคลุมข่าวแรง เหตุการณ์จริง และเรื่องที่คนกำลังพูดถึง พร้อมรักษาความน่าเชื่อถือของข้อมูลในทุกบทความ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการพริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อนถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตารีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรกฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาดเสียบปลั๊กทิ้งไว้กินไฟจริงไหม 4 อุปกรณ์ที่ควรตัดไฟหลังใช้รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบันนักฟุตบอลสัญชาติไทย ที่ทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยสิ้นเดือนนี้กินอะไรดี? 10 เมนูสุดครีเอทีฟสำหรับคนรอเงินเดือนออก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ยางพารา “หน้าตาย” ภัยเงียบที่เกษตรกรไม่อยากเจอ ทำไมต้นยางถึงหมดน้ำยาง?ซื้อของแก้เครียดบ่อยๆ ระวัง! สัญญาณของ “Stress Spending” ที่คุณอาจมองข้ามทำไมคนเก่งหลายคนกลับไม่เชื่อมั่นในตัวเอง? รู้จัก “Imposter Syndrome” ก่อนที่มันจะฉุดคุณไว้ความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่การวิ่งตามไม้บรรทัดของคนอื่น
ตั้งกระทู้ใหม่