ศาลสหรัฐฯ ชี้ภาษีนำเข้า 10% ของทรัมป์ขาดฐานกฎหมาย
คำตัดสินจากศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ทำให้มาตรการภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลกของโดนัลด์ ทรัมป์เจอแรงสะเทือนครั้งใหญ่ เพราะศาลเห็นว่ารัฐบาลใช้ฐานกฎหมายไม่เข้าเงื่อนไขที่ควรเป็น
ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องภาษีสินค้า แต่แตะถึงอำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการใช้นโยบายการค้าแบบกว้างและรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมาตรการหนึ่งส่งผลต่อธุรกิจนำเข้า ผู้บริโภค และความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ
ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ มีมติ 2 ต่อ 1 เสียง ให้ธุรกิจขนาดเล็กที่ยื่นฟ้องเป็นฝ่ายชนะ โดยโจทก์โต้แย้งว่ามาตรการภาษีรอบล่าสุดเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต และพยายามเดินอ้อมข้อจำกัดที่เคยถูกตั้งไว้ก่อนหน้า
มาตรการภาษี 10% นี้เริ่มใช้เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยรัฐบาลทรัมป์อ้างมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 เป็นฐานทางกฎหมาย มาตราดังกล่าวเปิดช่องให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเป็นการชั่วคราวได้นานถึง 150 วัน ในกรณีที่มีปัญหาดุลการชำระเงินรุนแรง หรือค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงมาก
จุดที่ศาลไม่เห็นด้วยอยู่ตรงเงื่อนไขของกฎหมาย ศาลมองว่าคำอธิบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการขาดดุลการค้าไม่เพียงพอที่จะเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 122 จึงทำให้มาตรการภาษีดังกล่าวขาดพื้นฐานทางกฎหมายที่รองรับได้อย่างชัดเจน
สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องนำเข้าสินค้า ภาษีลักษณะนี้อาจกลายเป็นต้นทุนทันที ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้า ค่าขนส่ง หรือการวางแผนสต็อก เมื่อศาลชี้ว่าฐานกฎหมายมีปัญหา ประเด็นที่ต้องจับตาจึงไม่ใช่แค่รัฐบาลแพ้คดี แต่คือมาตรการต่อไปจะถูกปรับ แช่แข็ง หรือเดินหน้าสู้ต่ออย่างไร
ในคดีนี้ยังมีผู้พิพากษา 1 คนที่เห็นต่าง โดยมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะตัดสินให้โจทก์ชนะในขั้นตอนนี้ ความเห็นต่างนี้ทำให้ภาพรวมยังไม่ใช่จุดจบของข้อพิพาท แต่เป็นสัญญาณว่าการต่อสู้ทางกฎหมายเรื่องอำนาจภาษีของรัฐบาลทรัมป์ยังอาจลากยาวได้
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังเดินหน้าใช้ประเด็นภาษีเป็นเครื่องมือกดดันคู่ค้า โดยในวันเดียวกัน เขาเตือนสหภาพยุโรปให้ปฏิบัติตามพันธกรณีทางการค้าภายในวันที่ 4 กรกฎาคม ไม่เช่นนั้นอาจเผชิญภาษีนำเข้าสินค้าระดับสูงขึ้น รวมถึงรถยนต์จากยุโรป
ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่าได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับอูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และมีการหารือทั้งเรื่องการค้าและประเด็นอิหร่านไม่ควรครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศว่าจะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหภาพยุโรปจาก 15% เป็น 25% โดยให้เหตุผลว่าสหภาพยุโรปยังไม่ทำตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงที่เคยบรรลุในสกอตแลนด์เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว
ข้อมูลในบทความเป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี ก่อนตัดสินใจดำเนินคดีหรือทำสัญญา ควรปรึกษาทนายความ
เรื่องนี้จึงควรติดตามต่อใน 2 ชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกคือเส้นทางคดีภาษี 10% ว่ารัฐบาลทรัมป์จะตอบโต้ทางกฎหมายอย่างไร ชั้นที่สองคือแรงกดดันด้านภาษีต่อสหภาพยุโรป ซึ่งอาจกลายเป็นอีกแนวรบสำคัญของนโยบายการค้าสหรัฐฯ
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา
ทำไมขวดซีอิ๊ว น้ำปลา มักจะมี "ปุ่มนูนเล็กๆ" อยู่ใต้ขวด?
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
สถานที่ท่องเที่ยวในไทย ที่ชาวต่างชาติรู้จักและนิยมมากกว่าคนไทย
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026
ต่างชาติมองไทยติดโผ "ดาวรุ่งดวงใหม่" ของห่วงโซ่อุปทานโลก
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
"กลิ่นเด็ก" (Newborn Scent) กลิ่นมหัศจรรย์ที่มีแค่ช่วงวัยเด็กเท่านั้น
ทำไมปลาปักเป้าต้องพองตัว แล้วการพองตัวแบบนี้จะทำให้ตัวมันเจ็บหรือเป็นอันตรายไหมนะ?
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
มะพร้าวที่นานสุก และนานได้กิน
"กลิ่นเด็ก" (Newborn Scent) กลิ่นมหัศจรรย์ที่มีแค่ช่วงวัยเด็กเท่านั้น
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล



