หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความอร่อยคู่ครัวไทย ขาดไม่ได้แน่นอน กับ "น้ำปลา"


เขียนโดย Zummarikun

ความกลมกล่อมของเครื่องปรุงในครัวเรา หากขาดสิ่งนี้ไป รับรอง ขาดความหอม อร่อยไปเลยทีเดียว!!

หลากหลายเมนู ในครัว มักมีส่วนประกอบที่มีขวดเครื่องปรุงนี้อยู่แน่นอน น้ำปลา เครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ ต้องเหยาะลงในอาหารแต่ละเมนูที่ คู่ครัวไทยมายาวนาน 

ตามร้านสะดวกซื้อ หรือซุปเปอร์มาร์เกต ตลาดสด เคยสังเกตกันบ้างไหม? น้ำปลายี่ห้อทิพรส ไม่ได้มีแค่แบบเดียวนะคะ เอ๊ะ!!ต้องรีบลงไปที่ร้านสะดวกซื้อกันหรือเปล่า?

ถ้าไม่สังเกต จะไม่ทราบเลยว่า น้ำปลาทิพรส มีฉลากอยู่ 2 แบบด้วยกัน เนื่องจากมีความหลากหลายของวัตถุดิบในการหมัก ความกลมกล่อม ยี่ห้อ และความยาวนาน คงความอร่อยมาต่อเนื่อง คงไม่พลาดกับ "น้ำปลาทิพรส" แน่นอน

 


          แต่รู้หรือไม่ น้ำปลาทิพรส มีขวดชมพู กับขวดเหลือง แต่สองอย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร มาดูกันค่ะ

เครื่องปรุงรส ที่มีอยู่ทุกครัว คู่ครัวไทยมายาวนาน คงไม่พลาด "น้ำปลา" เครื่องปรุงที่เพิ่มความหอม อร่อยให้กับเมนูจานโปรด ของทุกครอบครัวก็ว่าได้ อาหารจะได้รสชาติที่กลมกล่อม ลงตัว หนึ่งในแบรนด์ยอดนิยม ที่คู่กับครัวไทยมานานแสนนาน นั่นคือ น้ำปลาทิพรส นั่นเอง


เคยสังเกตกันบ้างมั๊ยคะ น้ำปลาทิพรส จะมีสีฉลากที่แตกต่าง ทั้งในแง่ของวัตถุดิบและคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย

ถ้าเราหยิบดูขวดน้ำปลา ก็จะพบว่า มีส่วนประกอบที่แตกต่างกัน แน่นอน ส่งผลต่อ รสชาติและปริมาณโซเดียม คือ

          ขวดชมพูมีส่วนประกอบ ที่ทำจากปลากะตัก 60% น้ำตาลทรายขาว 4.5% น้ำตาลทรายขาว 4.5% น้ำเกลือ 30.5% ให้คุณค่าโปรตีน 1 กรัม และมีโซเดียม 1,320 มิลลิกรัม

         รสชาติจะไม่เข้มข้นเท่าไร โซเดียมน้อยกว่า จะเหมาะสำหรับการทำอาหารปริมาณมากๆ ที่ไม่เน้นความเค็ม เน้นความกลมกล่อม ไม่ต้องการให้เค็มจนเกินไป เช่น พวกยำต่างๆ ส้มตำ เมนูผัดผัก น้ำซุปต้มจืด หรือพวกเมนูผัดผักต่างๆ สำหรับใครที่ต้องการควบคุมโซเดียมควรเลือกใช้ด้วยนะคะ

         ขวดที่มีฉลากสีเหลือง มีส่วนประกอบจากปลากะตัก 65.0% น้ำตาลทรายขาว 4.5% น้ำเกลือ 30.5% ให้คุณค่าโปรตีน 2 กรัม และมีโซเดียม 1,590 มิลลิกรัม เนื่องจากมีสัดส่วนปลามากกว่า รสชาติจึงเข้มข้นและมีกลิ่นหอมชัดเจน เหมาะสำหรับนำไปทำ เครื่องจิ้ม เช่น น้ำปลาพริก ใช้ปรุงอาหารที่ต้องการความหอมของน้ำปลาเป็นหลัก เหยาะลง กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือ เช่น กำหล่ำปลีผัดน้ำปลา หมูทอด ไก่ทอดน้ำปลา

        การเลือกน้ำปลา ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการรสชาติที่กลมกล่อม หรือความเข้มข้น ในอาหารจานนั้นๆ ก็ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์พ่อครัวแม่ครัวที่ชอบทำอาหารนะคะ  แต่อย่าลืม ต้องเลือกใช้ในปริมาณที่เหมาะสมต่อสุขภาพด้วยนะคะ 

เนื้อหาโดย: Zummarikun
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Zummarikun's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 102 ครั้ง
เขียนโดย Zummarikun
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Zummarikun
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)ไม่มีคนไทยไปเที่ยวเจาะรหัสลับ "แปลปกสลากฯ" ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 69ประเทศที่มีความเจริญน้อยที่สุดในอาเซียนวิทยาลัยที่รับเฉพาะนักศึกษาหญิง เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทยไขข้อสงสัย! ทะเบียนบ้านไม่มี "เจ้าบ้าน" ได้ไหม? ส่องข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เจ้าของบ้านควรรู้10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข5 อันดับผลไม้ป่าที่หายากในไทยบ้านพักส่วนตัวที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เตรียมขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติโหมดเครื่องบินมีไว้ทำไม?อย่าเพิ่งมโน! สรุปให้ชัด "รัฐช่วย 60/40" สรุปต้องเติมเงินเองกี่บาทกันแน่? (วิธีคิดจากเป๋าตัง)
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัญญาณอันตราย! 5 ขนมไทยโบราณที่คนรุ่นใหม่เริ่มลืม (และกำลังจะหายไปตลอดกาล)3 อันดับคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่มีนิสิตนักศึกษามากที่สุดในไทย อัปเดตล่าสุดเด็กวัย 6 ขวบเลี้ยงหนอนไหม เพื่อทำผ้าห่มไหมของตัวเอง5 อันดับผลไม้ป่าที่หายากในไทยวิทยาลัยที่รับเฉพาะนักศึกษาหญิง เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ให้ภาพเล่าเรื่อง
ชุมเห็ดเทศ ดอกสวย ประโยชน์ดีสุกๆ ดิบๆ ความลงตัวของการย่างเนื้อแบบ "ไม่คาว"ทำความรู้จักถุงน่อง และที่มาก่อนจะเป็นถุงน่องNarwhal หรือ “วาฬนาร์วา” ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล
ตั้งกระทู้ใหม่