7 พฤติกรรมใช้บัตรเครดิตที่ทำให้ดอกเบี้ยพุ่งเงียบๆ
เย็นวันเงินเดือนออก หลายคนแตะบัตรจ่ายกาแฟแถวสยาม เติมน้ำมัน กินข้าวแถว บรรทัดทอง แล้วบอกตัวเองสั้นๆ ว่า "เดี๋ยวเดือนหน้าจ่าย" ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ของชิ้นใหญ่ แต่อยู่ที่พฤติกรรมเล็กๆ ที่ทำให้ยอดค้างเริ่มคิดดอกเบี้ยแบบเงียบ ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมของบัตรเครดิตรวมกันเรียกเก็บได้ไม่เกิน 16% ต่อปี ฟังดูเล็ก แต่ทบเดือนต่อเดือนแล้วโต
ดอกเบี้ยไม่ได้เริ่มจากของแพงเสมอไป
1. จ่ายขั้นต่ำจนเคยชิน ยอดขั้นต่ำเหมือนช่วยหายใจในเดือนที่เงินตึง แต่ถ้าทำติดกัน 3-4 รอบ ยอดต้นจะลดช้า ดอกเบี้ยเกาะยอดค้างไปเรื่อย ใบแจ้งยอด 18,000 บาทแล้วจ่ายขั้นต่ำทุกเดือน ให้ถือเป็นสัญญาณแดง ไม่ใช่ทางเลือกชั่วคราว
2. คิดว่าโปรผ่อน 0% เหมือนกันทุกใบ บางโปรเป็น 0% จริง บางรายการมีค่าธรรมเนียม บางรายการผิดเงื่อนไขแล้วถูกคิดดอกเบี้ยย้อนหลัง ก่อนกดซื้อโทรศัพท์ที่ ไอคอนสยาม หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าราคา 20,000-40,000 บาท ให้ดู 3 จุดเสมอ ระยะผ่อน ยอดผ่อนต่อเดือน และเงื่อนไขถ้าจ่ายช้า
3. กดเงินสดจากบัตรเครดิต จุดที่หลายคนเจ็บเร็วที่สุด เพราะการเบิกเงินสดมักมีค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยอาจเริ่มเดินทันทีตามเงื่อนไขผู้ออกบัตร ต่างจากการรูดซื้อสินค้าที่มีรอบปลอดดอกเบี้ยถ้าจ่ายเต็มและตรงเวลา ธปท. อธิบายว่าการคิดดอกเบี้ยมีหลายแบบตามลักษณะการใช้วงเงิน
พฤติกรรมเล็กที่หลายคนมองข้ามทุกเดือน
4. ใช้หลายใบเพื่อหมุนยอด ใบหนึ่งซื้อของ ใบหนึ่งเติมน้ำมัน อีกใบไว้ผ่อน พอถึงรอบบิลจริงจำไม่ได้ว่าใบไหนตัดวันไหน แค่พลาด 1 ใบ ดอกเบี้ยและค่าติดตามทำให้ยอดดูหนักขึ้นทันที วิธีง่ายกว่าคือกำหนด บัตรหลัก 1 ใบ สำหรับชีวิตประจำวัน แล้วเก็บใบอื่นไว้เฉพาะเหตุจำเป็น
5. จำวันตัดรอบได้ แต่จำวันครบกำหนดจ่ายไม่ได้ สองวันนี้คนละเรื่องกัน วันตัดรอบคือวันสรุปยอด ส่วนวันครบกำหนดคือวันที่ต้องจ่ายจริง คนที่เดินทางผ่าน BTS อโศก หรือ MRT ลาดพร้าว ทุกเช้าอาจตั้งเตือนในมือถือไว้ 3 วันก่อนครบกำหนด ดีกว่ารอ SMS วันสุดท้าย เพราะวันนั้นเงินอาจอยู่ผิดบัญชี
6. ใช้บัตรกับรายจ่ายเล็กจนยอดรวมใหญ่ กาแฟ 80 บาท ค่าส่งอาหาร 60 บาท ค่ารถ 150 บาท ฟังดูไม่เยอะ แต่ถ้ากดวันละหลายครั้ง ยอดปลายเดือนอาจเท่าค่าไฟบ้านหรือค่าผ่อนของชิ้นใหญ่ ถามตัวเองสั้นๆ ก่อนแตะบัตรทุกครั้ง รายการนี้ยังอยากซื้อไหมถ้าต้องจ่ายเงินสดตอนนี้ คำถามนี้ใช้ได้ดีกับกลุ่มที่ใช้บัตรหลายใบและจำวงเงินไม่ทัน อีกกลุ่มที่จดยอดใช้รายวันอยู่แล้วอาจไม่ต้อง
7. ไม่เปิดอ่านใบแจ้งยอด หลายคนดูแค่ยอดรวมแล้วกดจ่าย แต่ใบแจ้งยอดมีข้อมูลที่ช่วยจับพฤติกรรมตัวเอง ยอดค้างเดิม ยอดใหม่ วันครบกำหนด รายการที่อาจไม่คุ้น ถ้าเจอรายการแปลก ร้านชื่อไม่คุ้น หรือยอดซ้ำ ให้รีบติดต่อผู้ออกบัตร อย่ารอให้ผ่านหลายรอบบิล
การตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินควรอ่านเงื่อนไขกรมธรรม์/สัญญาให้ละเอียด หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ก.ล.ต.
บัตรเครดิตไม่ได้อันตรายถ้าใช้เป็น แต่ต้องรู้ว่าพฤติกรรมไหนทำให้ดอกเบี้ยเริ่มเดินเร็ว ถ้าเดือนนี้ยังจ่ายเต็มไม่ไหว ลองหยุดใช้บัตรใบนั้นชั่วคราว แยกยอดจำเป็นออกจากยอดอยากได้ แล้วตั้งเป้าว่าอีก 2 รอบบิลต้องลดหนี้ค้างให้เห็นตัวเลขจริง คำถามที่ควรถามไม่ใช่ "บัตรใบนี้ให้แต้มเยอะไหม" แต่คือ "เราคุมยอดมันอยู่จริงหรือเปล่า"
อ้างอิง: https://www.bot.or.th/th/satang-story/digital-fin-lit/creditcard.html
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
5 สายพันธ์มดที่หาดูได้ยากในไทย
ความลับใต้ผิวหนัง ทำไมแผลที่ปากถึงหายเร็วกว่าแผลที่แขนขาเป็นสิบเท่า
เผยความลับ! ทำไม พนง.โรงแรม และร้านอาหารชอบเทน้ำแข็งลงโถส้วม
10 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่คนไทยเริ่มสนใจ ก่อนเปลี่ยนจากรถน้ำมัน
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
มือถือแอบฟังเราจริงไหม ทำไมพูดอะไรแล้วโฆษณาเด้งจัง
การชาร์จมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน อันตรายและทำให้แบตเสื่อมจริงไหม
ฝรั่งเศสร้อนมาก! หลายคนแห่ซื้อแอร์และพัดลมดับร้อน ทำเอาห้างดังคิวแน่นเพียบ
ทำไมบางทีเรากินส้มตำแล้วท้องเสียทันที? อาหารเป็นพิษหรือแค่ลำไส้ถูกกระตุ้น
ความลับใต้ผิวหนัง ทำไมแผลที่ปากถึงหายเร็วกว่าแผลที่แขนขาเป็นสิบเท่า
เผยความลับ! ทำไม พนง.โรงแรม และร้านอาหารชอบเทน้ำแข็งลงโถส้วม
ทำไมบางทีเรากินส้มตำแล้วท้องเสียทันที? อาหารเป็นพิษหรือแค่ลำไส้ถูกกระตุ้น
แฮงก์เหล้าไม่ได้เกิดจากขาดน้ำอย่างเดียว
"นอร์เวย์" สั่งแบน AI ในโรงเรียนประถมแล้ว
5 สายพันธ์มดที่หาดูได้ยากในไทย



