เงินเดือนหมดเร็ว อาจไม่ได้มาจากรายจ่ายใหญ่ แต่เป็น 9 ค่าใช้จ่ายนี้
โพสท์โดย กฤติน พันธ์ดี
เงินเดือนหมดเร็วไม่ได้แปลว่าเราใช้เงินฟุ่มเฟือยเสมอไป บางคนไม่ได้ซื้อของแพง ไม่ได้เที่ยวหนัก ไม่ได้ผ่อนของชิ้นใหญ่ แต่พอถึงปลายเดือนกลับรู้สึกเหมือนเงินหายไปเฉย ๆ
ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่รายจ่ายก้อนใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่รายจ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำบ่อยจนเราไม่ทันนับ พอรวมกันทั้งเดือน ตัวเลขอาจสูงกว่าที่คิดมาก
หน่วยงานด้านการเงินผู้บริโภคอย่าง Consumer Financial Protection Bureau แนะนำให้ดูรายจ่ายจริงจากรายการเดินบัญชีหรือบัตร ไม่ใช่ดูจากความรู้สึกว่าเราควรใช้เท่าไหร่ เพราะตัวเลขจริงมักบอกพฤติกรรมได้ตรงกว่า
ค่าใช้จ่ายแรกคือกาแฟ เครื่องดื่ม และของกินเล่นระหว่างวัน แก้วละ 40–80 บาทอาจดูไม่เยอะ แต่ถ้าซื้อเกือบทุกวัน เดือนหนึ่งอาจกลายเป็นหลักพันโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่มีทั้งกาแฟเช้า ชานมบ่าย และขนมเล็ก ๆ ระหว่างทำงาน
อย่างที่สองคือค่าส่งอาหาร เดี๋ยวนี้หลายคนไม่ได้แพงเพราะค่าอาหารอย่างเดียว แต่แพงเพราะค่าจัดส่ง ค่าบริการ และส่วนต่างราคาในแอป บางครั้งเมนูที่หน้าร้านไม่ถึงร้อย พอกดสั่งจริงอาจขยับไปอีกหลายสิบบาท ถ้าสั่งบ่อย เงินรั่วตรงนี้ชัดมาก
อย่างที่สามคือโปรโมชันลดราคา การเห็นคำว่า ลด 50%, ซื้อ 1 แถม 1 หรือส่งฟรี ทำให้เรารู้สึกว่ากำลังประหยัด ทั้งที่บางครั้งเป็นของที่ไม่ได้จำเป็นตั้งแต่แรก เงินที่เสียไปจึงไม่ใช่การประหยัด แต่เป็นรายจ่ายที่เกิดจากความรู้สึกว่าคุ้ม
อย่างที่สี่คือค่าสมัครรายเดือน ทั้งแอปดูหนัง เพลง คลาวด์ เกม ฟิตเนส หรือบริการเล็ก ๆ ที่ผูกบัตรไว้แล้วลืมยกเลิก จุดที่อันตรายคือแต่ละรายการดูไม่แพง แต่เมื่อรวมกันหลายแอป ตัวเลขต่อเดือนอาจใกล้เคียงบิลสำคัญหนึ่งใบได้เลย
อย่างที่ห้าคือของใช้จุกจิกจากร้านสะดวกซื้อ เข้าไปซื้อของชิ้นเดียว แต่ออกมาพร้อมน้ำ ขนม ทิชชู่ หรือของลดราคาอีกสองสามอย่าง รายจ่ายแบบนี้แทบไม่รู้สึกเจ็บตอนจ่าย แต่เกิดซ้ำบ่อยมาก โดยเฉพาะคนที่แวะร้านสะดวกซื้อทุกวัน
อย่างที่หกคือค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ เช่น ค่ากดเงินต่างธนาคาร ค่าปรับจ่ายบิลช้า ค่าธรรมเนียมบัตร หรือดอกเบี้ยจากการจ่ายขั้นต่ำ สิ่งเหล่านี้ไม่ทำให้เงินหมดในวันเดียว แต่ค่อย ๆ กินเงินในแบบที่เราไม่ค่อยได้สังเกต
อย่างที่เจ็ดคือการซื้อของแก้เครียด บางคนไม่ได้ซื้อเพราะจำเป็น แต่ซื้อเพราะเหนื่อย เบื่อ หรืออยากให้รางวัลตัวเองหลังทำงานหนัก การให้รางวัลตัวเองไม่ผิด แต่ถ้าใช้วิธีซื้อของทุกครั้งที่เครียด เงินเดือนอาจกลายเป็นที่ระบายอารมณ์โดยไม่รู้ตัว
อย่างที่แปดคือค่าเดินทางที่ไม่วางแผน เช่น เรียกรถบ่อยเพราะตื่นสาย จอดรถผิดที่ เสียค่าที่จอดแพง หรือเดินทางหลายต่อโดยไม่ได้คิดล่วงหน้า รายจ่ายกลุ่มนี้มักเกิดจากความเร่งรีบมากกว่าความตั้งใจใช้เงิน
อย่างที่เก้าคือของถูกที่ซื้อบ่อยเกินไป หลายคนยอมซื้อเพราะคิดว่าไม่กี่สิบบาท แต่ของถูกจำนวนมากรวมกันแล้วไม่ถูกเลย โดยเฉพาะของที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้จริง เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อุปกรณ์แต่งโต๊ะ หรือของออนไลน์ชิ้นเล็ก ๆ
วิธีเช็กง่ายที่สุดคือเปิดรายการเดินบัญชีหรือประวัติบัตรย้อนหลัง 30 วัน แล้วแยกดูเฉพาะรายจ่ายต่ำกว่า 300 บาท หลายคนจะตกใจ เพราะเงินที่ดูเหมือนเล็กอาจรวมกันเป็นเงินก้อนใหญ่กว่าค่าใช้จ่ายประจำบางรายการ
ไม่จำเป็นต้องตัดทุกอย่างออกทันที เพราะการใช้เงินเพื่อความสุขเล็ก ๆ ยังเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ควรทำคือเลือกให้ชัดว่าอะไรคุ้มจริง อะไรซื้อเพราะเคยชิน และอะไรเป็นเงินรั่วที่ไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้น
ถ้าอยากเริ่มแบบไม่กดดัน ลองตั้งกติกาง่าย ๆ เช่น กาแฟนอกบ้านไม่เกินสัปดาห์ละกี่แก้ว สั่งอาหารผ่านแอปเฉพาะวันที่จำเป็น หรือเช็ก subscription เดือนละครั้งก่อนตัดเงิน วิธีเล็ก ๆ แบบนี้มักทำได้จริงกว่าการสั่งตัวเองให้ประหยัดทุกอย่างทันที
สุดท้าย เงินเดือนหมดเร็วไม่ใช่เรื่องที่ต้องโทษตัวเองเสมอไป แต่เป็นสัญญาณให้กลับมาดูว่าเงินไหลออกตรงไหนบ้าง บางครั้งการรู้ทันรายจ่ายเล็ก ๆ เพียงไม่กี่จุด อาจทำให้ปลายเดือนมีเงินเหลือมากกว่าที่คิด
สรุปเป็นข้อ ๆ ได้แบบนี้
- กาแฟ / เครื่องดื่ม / ขนมระหว่างวัน
แก้วละไม่กี่สิบบาท แต่ถ้าซื้อทุกวัน เดือนหนึ่งรวมเป็นหลักพันได้ - ค่าส่งอาหารและค่าบริการในแอป
อาหารอาจไม่ได้แพงมาก แต่พอรวมค่าส่ง ค่าบริการ และส่วนต่างราคา ทำให้จ่ายเกินจำเป็น - โปรโมชันลดราคา
คำว่า ลดราคา หรือ ส่งฟรี ทำให้รู้สึกว่าคุ้ม ทั้งที่บางครั้งเป็นของที่ไม่ได้จำเป็น - ค่าสมัครรายเดือน
เช่น แอปดูหนัง เพลง คลาวด์ เกม ฟิตเนส หรือบริการที่ผูกบัตรไว้แล้วลืมยกเลิก - ของจุกจิกจากร้านสะดวกซื้อ
เข้าไปซื้อของชิ้นเดียว แต่ออกมาพร้อมของเล็ก ๆ หลายอย่างโดยไม่รู้ตัว - ค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ
เช่น ค่ากดเงินต่างธนาคาร ค่าปรับจ่ายบิลช้า ค่าธรรมเนียมบัตร หรือดอกเบี้ยจากการจ่ายขั้นต่ำ - ซื้อของแก้เครียด
ซื้อเพราะเหนื่อย เบื่อ หรืออยากให้รางวัลตัวเอง แม้ไม่ได้จำเป็นจริง - ค่าเดินทางที่ไม่วางแผน
เช่น เรียกรถบ่อยเพราะตื่นสาย เสียค่าจอดรถแพง หรือเดินทางแบบเร่งรีบ - ของถูกที่ซื้อบ่อยเกินไป
ของราคาหลักสิบหลักร้อยดูไม่แพง แต่ถ้าซื้อถี่ ๆ รวมกันแล้วเป็นเงินก้อนใหญ่
เงินเดือนหมดเร็วไม่ได้เกิดจากรายจ่ายก้อนใหญ่เสมอไป แต่เกิดจากรายจ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำบ่อย วิธีเช็กง่ายที่สุดคือเปิดรายการใช้เงินย้อนหลัง 30 วัน แล้วดูว่ารายจ่ายต่ำกว่า 300 บาทรวมกันเป็นเท่าไหร่ครับ
อ้างอิง: https://www.consumerfinance.gov/owning-a-home/prepare/assess-your-spending/
โพสท์โดย กฤติน พันธ์ดี
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
ทำไมคนไทยถึง "ชิดซ้าย" และใช้ "พวงมาลัยขวา"
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
"นามสกุลลงท้าย 'กลาง-กระโทก-ขุนทด' รู้ยังว่าคือรหัสลับบอกถิ่นกำเนิด?"
ขนมไทยชนิดไหน “ขายดีที่สุด” ในตลาดเช้า
5 ประเทศและเขตเศรษฐกิจเอเชียที่ HDI สูงสุด ทำไมญี่ปุ่นไม่ใช่อันดับ 1
จังหวัดที่มีควายมากที่สุด อันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
น้ำพุร้อนที่ดีที่สุดในไทย
ประเทศที่ "เงินเดือนวิศวกร" สูงที่สุดในโลก
จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์: บุรุษเหล็กผู้ให้กำเนิดอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย
ประโยขน์ของถั่วเหลือง
ทุเรียนลูกละ100บาท!ถูกจริงหรือแค่กระแส?
หญิงวัย 66 กินแตงกวาวันละ 3 ครั้ง ผ่านไป 3 เดือน สุขภาพดีจนหมออึ้ง!!
7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
อำเภอที่คนจีนนิยมที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในประเทศไทย


