5 จุดสะสมกลิ่นแก่ที่รุนแรงที่สุดและวิธีรับมืออย่างมืออาชีพ
กลิ่นกายที่เปลี่ยนไปเมื่ออายุมากขึ้นเป็นเรื่องที่หลายคนไม่กล้าพูดตรง ๆ เพราะกลัวถูกมองว่าไม่สะอาด ทั้งที่บางครั้งต้นเหตุอาจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของผิว ไขมัน และการเกิดปฏิกิริยาบางอย่างบนร่างกายตามวัย
กลิ่นลักษณะคล้ายน้ำมันหืนที่มักถูกเรียกกันว่า “กลิ่นผู้สูงวัย” มีการพูดถึงในแวดวงสุขภาพว่าอาจเกี่ยวข้องกับสาร 2-Nonenal ซึ่งเกิดจากกรดไขมันบนผิวทำปฏิกิริยากับออกซิเจน เมื่ออายุมากขึ้น สภาพผิว การผลิตน้ำมัน เหงื่อ เสื้อผ้า และการทำความสะอาดในบางจุด อาจทำให้กลิ่นติดทนนานขึ้นได้
เรื่องนี้ไม่ควรถูกใช้เพื่อล้อเลียนหรือทำให้ใครรู้สึกอาย เพราะกลิ่นกายเป็นเรื่องที่ดูแลได้ และควรมองเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขอนามัยตามวัยมากกว่าการตำหนิเรื่องความสะอาดเพียงอย่างเดียว
ทำไมกลิ่นกายตามวัยจึงเกิดได้ง่ายขึ้น
เมื่อผิวเปลี่ยนไปตามอายุ ความชุ่มชื้นและสมดุลของผิวอาจไม่เหมือนเดิม บางคนมีผิวแห้งง่ายขึ้น แต่บางบริเวณยังมีไขมันสะสม โดยเฉพาะจุดที่มีต่อมไขมันมาก หรือจุดที่เหงื่อและคราบไคลค้างอยู่กับเสื้อผ้าเป็นเวลานาน
สาร 2-Nonenal มักถูกพูดถึงว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นกายตามวัย แต่ในชีวิตจริง กลิ่นตัวไม่ได้มาจากสาเหตุเดียวเสมอไป อาหาร ยา โรคประจำตัว ฮอร์โมน การซักผ้า เครื่องนอน และความอับชื้น ล้วนมีส่วนทำให้กลิ่นชัดขึ้นหรือลดลงได้
ถ้ามีกลิ่นตัวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รุนแรงผิดปกติ มีผื่น คัน แผล เหงื่อออกมากผิดปกติ หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์แรง ๆ มาใช้เอง เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองกว่าเดิม
5 จุดที่ควรดูแลให้มากขึ้น
หนังศีรษะเป็นจุดแรกที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่มีต่อมไขมันจำนวนมาก หากสระผมไม่ทั่ว ล้างแชมพูไม่หมด หรือหมวกและปลอกหมอนสะสมคราบเหงื่อ กลิ่นอับอาจติดอยู่ได้นาน
หลังใบหูเป็นพื้นที่เล็ก แต่มีโอกาสสะสมคราบไขมันและเหงื่อได้ง่าย เวลาล้างหน้า หรืออาบน้ำ หลายคนไม่ได้เช็ดล้างบริเวณนี้ให้ทั่ว จึงกลายเป็นจุดที่มีกลิ่นโดยไม่รู้ตัว
ท้ายทอยมักสัมผัสกับปกเสื้อ เส้นผม และเหงื่อ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนหรืออยู่กลางแจ้งนาน หากปกเสื้อซ้ำหลายครั้งโดยไม่ซัก กลิ่นอาจติดทั้งผิวและเนื้อผ้า
หน้าอกเป็นอีกบริเวณที่มีทั้งเหงื่อและไขมัน โดยเฉพาะคนที่ใส่เสื้อผ้าหนา ออกกำลังกาย หรืออยู่ในพื้นที่อับชื้น การอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศช่วยลดการสะสมได้
แผ่นหลังเป็นจุดที่ทำความสะอาดยากกว่าส่วนอื่น บางคนถูไม่ถึง หรือมีเหงื่อสะสมระหว่างวัน หากมีสิว ผื่น หรือกลิ่นอับร่วมด้วย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการขัดถูแรงเกินไป
วิธีลดกลิ่นแบบไม่ทำร้ายผิว
การดูแลกลิ่นกายตามวัยไม่จำเป็นต้องฟอกสบู่แรงทั่วตัวทุกวัน เพราะผิวที่แห้งหรือระคายเคืองง่ายอาจเสียสมดุลมากขึ้น ควรเน้นล้างจุดที่สะสมเหงื่อและไขมัน ใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยน แล้วเช็ดตัวให้แห้ง โดยเฉพาะจุดพับและบริเวณที่อับชื้น
เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ปลอกหมอน และผ้าปูที่นอนมีผลมากกว่าที่คิด หากกลิ่นติดอยู่ในเส้นใยผ้า ต่อให้อาบน้ำสะอาดก็อาจกลับมามีกลิ่นได้เร็ว ควรซักและตากให้แห้งสนิท ไม่ปล่อยผ้าเปียกหรือผ้าชื้นทิ้งไว้นาน
อาหารและการใช้ชีวิตก็มีส่วนช่วยได้ การกินผักผลไม้ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และลดอาหารมันจัดหรือกลิ่นแรงในบางช่วง อาจช่วยให้กลิ่นกายโดยรวมเบาลงได้ในบางคน แต่ไม่ควรคาดหวังว่าอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งจะแก้กลิ่นได้ทั้งหมด
กลิ่นกายตามวัยดูแลได้ด้วยความเข้าใจและความสม่ำเสมอ เริ่มจากสังเกตจุดที่มักสะสมกลิ่น ดูแลเสื้อผ้าและเครื่องนอนให้สะอาด แล้วเลือกวิธีที่ไม่รุนแรงต่อผิว เท่านี้ก็ช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้มั่นใจขึ้น โดยไม่ต้องรู้สึกอายกับการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกาย
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
โรงเรียนเอกชนที่มีนักเรียนมากที่สุดในประเทศไทย
สะพานมอญน้ำลด เห็นวัดจมน้ำโผล่ ช่วงนี้เกิดจากอะไร
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
ประเทศที่มีโรงแรมสัญชาติไทย ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก
10 จังหวัดที่มักถูกมองว่าเป็นแหล่งผลิตเด็กสอบติดมหาวิทยาลัยดัง
สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่เหลือเพียง 2 ตัวในโลก
7 ผลไม้ป่า ที่หายากที่สุดในประเทศไทย
ประเทศเดียวเท่านั้นบนโลก ที่ไม่มีเมืองหลวงเหมือนประเทศอื่นๆ
ขนมไทยชนิดไหน “ขายดีที่สุด” ในตลาดเช้า
ประเทศที่ “อาจหายไปจากแผนที่โลก” ในอนาคต
5 ประเทศที่คนกินเผ็ดมากที่สุดในโลก (คนไทยอันดับ3)
กาลี สุนัขจรจัดในอินเดีย ขวางงูพิษช่วยเด็ก 30 คนก่อนสิ้นใจ
อย่าทิ้ง! 5 ประโยชน์ของเปลือกทุเรียนที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
อำเภอที่คนจีนนิยมที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในประเทศไทย





