ประเทศกินหวานสูงอันดับต้นของโลก พร้อมย้อนดูสถิติคนไทย
รสหวานเป็นรสชาติที่อยู่กับมนุษย์มานานมาก แต่พอพูดถึงคำว่า “ประเทศที่กินหวานที่สุด” เรื่องนี้ต้องดูให้ดี เพราะแต่ละแหล่งข้อมูลใช้วิธีนับไม่เหมือนกัน บางแห่งนับน้ำตาลและสารให้ความหวานรวมกัน บางแห่งนับน้ำตาลต่อหัวต่อวัน และบางชุดข้อมูลอิงจากปริมาณอาหารที่มีให้บริโภคในประเทศ ไม่ใช่สิ่งที่คนแต่ละคนกินจริงทุกคำ
ผมว่าจุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ เห็นคำว่า “กินน้ำตาลมาก” แล้วรีบตัดสินทันทีว่าประเทศนั้นต้องชอบกินขนมหวานอย่างเดียว ทั้งที่ความหวานจำนวนมากซ่อนอยู่ในเครื่องดื่ม อาหารแปรรูป ซอส ขนมปัง ซีเรียล หรืออาหารสำเร็จรูปที่ไม่ได้ดูหวานจัดตั้งแต่แรก ตรงนี้แหละที่ทำให้ตัวเลขบางประเทศสูงกว่าที่เราคิด
ถ้าดูจากข้อมูลของ World Population Review ปี 2026 ซึ่งนับ “น้ำตาลและสารให้ความหวานต่อหัวต่อปี” ประเทศที่อยู่หัวตารางไม่ใช่สหรัฐฯ อย่างที่หลายคนอาจเดา แต่เป็นลักเซมเบิร์ก ที่มีตัวเลขประมาณ 166.15 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ตามด้วยฟิจิ 135.70 กิโลกรัม ซูรินาม 125.35 กิโลกรัม มอนเตเนโกร 112.32 กิโลกรัม และออสเตรเลีย 102.58 กิโลกรัมต่อคนต่อปี
ตัวเลขนี้ต้องอ่านแบบมีสติ เพราะมันไม่ใช่ภาพเดียวกับ “คนแต่ละคนกินน้ำตาลเข้าปากจริงเท่าไร” แบบเป๊ะ ๆ แต่เป็นข้อมูลการบริโภคเชิงระบบของประเทศ ผมว่าตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเอาไปเขียนแบบฟันธงว่า คนประเทศนั้นกินหวานที่สุดในชีวิตประจำวัน อาจทำให้บทความดูแรงเกินข้อมูลจริงได้
ออสเตรเลียเป็นตัวอย่างที่น่าหยิบมาพูดถึง เพราะติดอยู่ในกลุ่มบนของข้อมูลชุดนี้ด้วยตัวเลขประมาณ 102.58 กิโลกรัมต่อคนต่อปี แม้ภาพจำของประเทศอาจไม่ได้ผูกกับของหวานจัดเท่าบางประเทศ แต่เครื่องดื่มหวาน น้ำผลไม้ปรุงแต่ง เครื่องดื่มชูกำลัง ขนมอบ และอาหารแปรรูปที่เข้าถึงง่าย ก็มีส่วนทำให้ตัวเลขรวมของประเทศสูงขึ้นได้
สหรัฐอเมริกา แม้ไม่ได้อยู่ใน 5 อันดับแรกของชุดข้อมูลนี้ แต่ก็ยังถือว่าเป็นประเทศที่บริโภคน้ำตาลสูงเมื่อเทียบกับคำแนะนำด้านสุขภาพ โดย World Population Review ระบุไว้ที่ประมาณ 67.10 กิโลกรัมต่อคนต่อปี เหตุผลสำคัญไม่ได้มีแค่น้ำอัดลม แต่รวมถึงอาหารแปรรูป ฟาสต์ฟู้ด ขนม เครื่องดื่มหวาน และวัฒนธรรมการกินแบบเร่งรีบที่ทำให้ความหวานอยู่ใกล้ตัวแทบตลอดวัน
ส่วนประเทศยุโรปบางแห่งก็มีตัวเลขที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เช่น ไอร์แลนด์ประมาณ 96.19 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ไอซ์แลนด์ประมาณ 102.31 กิโลกรัม และลิทัวเนียประมาณ 96.84 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ภาพที่เห็นจึงไม่ใช่แค่ประเทศที่มีขนมหวานดัง แต่รวมถึงประเทศที่ระบบอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมีน้ำตาลหรือสารให้ความหวานอยู่ในชีวิตประจำวันจำนวนมาก
สำหรับประเทศไทย ภาพอาจไม่ได้อยู่ในกลุ่ม “แชมป์โลก” แบบชัดเจน แต่สถานการณ์ก็ไม่เบาเลย ในข้อมูลของ World Population Review ไทยอยู่ที่ประมาณ 51.99 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งสูงกว่าหลายประเทศ และสะท้อนว่าความหวานอยู่ใกล้ชีวิตประจำวันของคนไทยมากกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะเครื่องดื่มชง ชาเย็น กาแฟเย็น น้ำอัดลม และชานมไข่มุก
ข้อมูลจากกรมอนามัยที่ถูกนำเสนอในรายงานของ Associated Press ปี 2026 ยังระบุว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยประมาณ 21 ช้อนชาต่อวัน มากกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่มักอ้างกันที่ประมาณ 6 ช้อนชาต่อวันหลายเท่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังเตือนว่าการบริโภคน้ำตาลสูงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวาน และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกิน
จุดที่น่าห่วงคือ แหล่งน้ำตาลของคนไทยจำนวนมากไม่ได้มาจากขนมไทยหรือของหวานหลังอาหารอย่างเดียว แต่ซ่อนอยู่ในเครื่องดื่มที่หลายคนซื้อเป็นกิจวัตร ข้อมูลเดียวกันระบุว่า กาแฟเย็นขนาด 22 ออนซ์ หรือประมาณ 650 มิลลิลิตร มีน้ำตาลเฉลี่ยราว 9 ช้อนชา ส่วนชานมไข่มุกขนาด 10 ออนซ์ หรือประมาณ 300 มิลลิลิตร อาจมีน้ำตาลได้ถึง 12 ช้อนชา
แปลว่าบางคนแค่ดื่มเครื่องดื่มแก้วเดียวก็เกินระดับที่ควรคุมทั้งวันไปแล้ว ที่หลายคนบอกว่า “ไม่ได้กินหวานนะ แค่กินกาแฟ” ผมว่าประโยคนี้แหละที่ควรเริ่มกลับมาดูฉลากหรือถามระดับความหวานให้จริงจังมากขึ้น เพราะร่างกายเราไม่ได้สนใจว่าน้ำตาลมาในรูปขนมหรือเครื่องดื่ม สนใจแค่ว่าวันหนึ่งเข้าไปกี่ช้อนชา
องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่และเด็กลดการบริโภค free sugars ให้น้อยกว่า 10% ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน และถ้าลดได้ต่ำกว่า 5% หรือประมาณ 25 กรัมต่อวัน หรือราว 6 ช้อนชา จะยิ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวมากขึ้น คำว่า free sugars หมายถึงน้ำตาลที่เติมในอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงน้ำตาลในน้ำผึ้ง น้ำเชื่อม น้ำผลไม้ และน้ำผลไม้เข้มข้น แต่ไม่ได้นับน้ำตาลธรรมชาติในผลไม้สด ผักสด หรือนมตามปกติ
ถ้ามองแบบนี้ ประเทศที่กินหวานสูงจึงไม่ได้มีปัญหาเพราะประชาชน “ชอบหวาน” อย่างเดียว แต่เกี่ยวกับระบบอาหารทั้งชุด ตั้งแต่ราคาอาหารแปรรูป การตลาดของเครื่องดื่ม ขนาดแก้วที่ใหญ่ขึ้น ไปจนถึงพฤติกรรมการสั่ง “หวานปกติ” ที่กลายเป็นมาตรฐานโดยไม่รู้ตัว สำหรับไทย ความหวานไม่ได้อยู่แค่ในของหวาน แต่มันอยู่ในมื้อกลางวัน ในแก้วกาแฟตอนเช้า และในเครื่องดื่มแก้วที่ซื้อแก้เหนื่อยตอนบ่าย
เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกกินหวานทั้งหมด เพราะรสหวานก็เป็นส่วนหนึ่งของความสุขในการกิน แต่คำถามที่ควรถามตัวเองคือ เราเลือกความหวานเองจริงไหม หรือแค่รับค่ามาตรฐานที่ร้านตั้งไว้ให้ทุกวันโดยไม่เคยคิดว่ามันมากแค่ไหน ลองเริ่มจากการสั่งหวานน้อยสักแก้วต่อวัน หรือถามตัวเองก่อนสั่งว่าจริง ๆ แล้วเราอยากดื่มเพราะหวาน หรืออยากดื่มเพราะร้อนและล้า
แล้วของคุณล่ะ ลองนึกย้อนดูเครื่องดื่มที่ดื่มไปวันนี้ คิดว่ารวม ๆ แล้วได้น้ำตาลเข้าไปกี่ช้อนชา และถ้าให้ลดลงครึ่งหนึ่งของที่กินอยู่ตอนนี้ คุณคิดว่าทำได้สบาย ๆ หรือยากกว่าที่คิดกันแน่?
อ้างอิง: https://worldpopulationreview.com/country-rankings/sugar-consumption-by-country
, https://www.who.int/news/item/04-03-2015-who-calls-on-countries-to-reduce-sugars-intake-among-adults-and-children
, https://apnews.com/article/thailand-sugar-drinks-less-sweet-f0f328a5c54f61d6a2b9ce5c8228b0f6
เขียนโดย davin
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
คลิปนาทีระทึก! น้ำป่าถล่มเนปาล บ้านพังยับ สูญหายกว่า 44 ชีวิต เร่งอพยพประชาชนหนีตาย
สุรศักดิ์ นุ่นจีน คือใคร? เปิดประวัติ “ลูกเฟิร์ส” หัวหน้าทีมก้าวด้วยใจฯ ปมเงินบริจาคน้ำท่วมถูกจับตา
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
จังหวัดในประเทศไทยที่มีสัดส่วนคนจนต่ำที่สุด
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
29 ปีที่รอคอย! "โซเฟีย ศศิวรารินทร์" คว้ามงกุฎ Miss Asia Pacific 2026
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
พนัสเดือด! โต้ไอซ์ รักชนก หลังพาดพิงผู้สูงอายุ ลั่นรอวันเดินเข้าคุก ท้าสาบานต่อหน้าพระแก้วมรกต
เปิดรายได้ข้าราชการฝ่ายปกครอง ตั้งแต่ปลัดอำเภอถึงนายอำเภอ เงินเดือนเท่าไร มีเงินเพิ่มอะไรบ้าง
ท่าถ่ายภาพชู 2 นิ้ว ทำไมถึงฮิต? ท่านี้มีที่มาอย่างไร
เลข บอล.ชุปเปอร์บอล งวด 16 ต.ค 69
จังหวัดในประเทศไทยที่มีสัดส่วนคนจนต่ำที่สุด
คลิปนาทีระทึก! น้ำป่าถล่มเนปาล บ้านพังยับ สูญหายกว่า 44 ชีวิต เร่งอพยพประชาชนหนีตาย
ทรัมป์ส่งสัญญาณอาจร่วมศึกฮูตี หลังสนามบินซาอุฯ ถูกโจมตี เจ็บกว่า 300 ราย
ชื่อเล่นสุดโหลของคนไทย! เปิด 10 อันดับชาย-หญิง ชื่อไหนได้ยินบ่อยจนคุ้นหู
ดัชนีความยากจนทั่วโลก ปรับตัวสูงขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010
ฝาแฝดคนละซีกโลก: ถอดรหัสความลับ "การุม" น้ำปลาโรมันโบราณ กับ "น้ำบูดู" แดนใต้ของไทย
เบเกิลนิวยอร์ก: ชัยชนะของอาหาร ความพ่ายแพ้ของคนทำ
ประวัติศาสตร์หมากฝรั่ง จากยางไม้โบราณ สู่พลาสติกสังเคราะห์ที่ครองโลก
เบลเยียมวาฟเฟิล เมนูคลาสสิกข้ามทวีปที่ถูกตั้งชื่อใหม่ในนิวยอร์ก






