หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 เมนูอาหารไทยที่เผ็ดจัด จนต่างชาติยกให้เป็นด่านทดสอบสายกิน


เขียนโดย kitasan

 

อาหารไทยขึ้นชื่อเรื่องรสจัดมานาน แต่ความเผ็ดแบบไทยไม่ได้มีแค่เผ็ดจนลิ้นชาแล้วจบ ความเก่งของอาหารไทยคือการเอาพริก เครื่องแกง สมุนไพร น้ำปลา กะปิ มะนาว และกลิ่นคั่วต่าง ๆ มารวมกันจนกลายเป็นรสที่ทั้งร้อน แรง และจำได้ทันที ถ้าพูดแบบตรง ๆ อาหารเผ็ดหลายจานของไทยไม่ได้เผ็ดเพื่ออวดความโหดอย่างเดียว แต่มันเผ็ดเพื่อพารสอื่นให้พุ่งขึ้นมาด้วย

เรื่องความเผ็ดมีตัววัดที่คนทั่วโลกรู้จักคือ Scoville Heat Unit หรือ SHU ซึ่งใช้วัดความเผ็ดจากสารแคปไซซินในพริก ระบบนี้เกี่ยวข้องกับชื่อของ Wilbur Scoville นักเภสัชกรชาวอเมริกันที่คิดวิธีวัดความเผ็ดขึ้นตั้งแต่ปี 1912 ส่วนพริกกลุ่ม Thai peppers หรือพริกขี้หนูที่ใช้ในอาหารไทยจำนวนมาก มักถูกอ้างอิงว่าอยู่แถวระดับประมาณ 50,000–100,000 SHU ซึ่งถือว่าแรงกว่าพริกกินเล่นทั่วไปหลายเท่า

 

 

เอาจริง ๆ นะ เมนูแรกที่ควรติดโผแบบแทบไม่ต้องเถียงคือ แกงป่า เพราะนี่คือแกงไทยที่ไม่มี “กะทิ” มาช่วยประคองความเผ็ดเลย เครื่องแกงจึงพุ่งตรงเข้าปากแบบชัดมาก ทั้งพริกแห้ง พริกสด กระชาย ใบกะเพรา มะเขือพวง และเนื้อสัตว์ที่ซึมรสเครื่องแกงเข้าไปเต็ม ๆ คนที่ไม่ชินอาจรู้สึกว่าเผ็ดจนเหงื่อออกตั้งแต่ไม่กี่คำแรก แต่สำหรับคนชอบรสจัด นี่แหละคือเสน่ห์ของแกงป่า

แกงไตปลา ก็เป็นอีกจานที่ไม่ควรถูกมองเป็นแค่ “แกงใต้เผ็ด ๆ” เพราะรสของเมนูนี้ลึกกว่านั้นมาก จุดเด่นคือไตปลาที่ให้กลิ่นและรสเฉพาะตัว ผสมกับเครื่องแกงใต้ที่หนักทั้งพริก ขมิ้น ตะไคร้ ข่า และสมุนไพรหลายชนิด รสที่ได้จึงทั้งเค็ม เผ็ด หอม และแน่นในคำเดียว TasteAtlas ยังอธิบายว่าไตปลาเป็นซอสไทยที่ใช้ทำแกงไตปลา และมีเอกลักษณ์เรื่องกลิ่นกับรสที่ค่อนข้างแรงชัดเจน

ที่หลายคนเข้าใจผิดคือ อาหารเผ็ดที่สุดของไทยไม่จำเป็นต้องเป็นแกงเสมอไป คั่วกลิ้ง เป็นตัวอย่างที่ดีมาก เพราะเป็นอาหารใต้แบบแห้งที่ใช้พริกแกงคลุกกับเนื้อสัตว์จนเครื่องแนบไปกับทุกชิ้น ไม่มีน้ำแกงมาช่วยเจือจาง ไม่มีความมันแบบกะทิมาช่วยลดแรงปะทะ พอกินกับข้าวสวยร้อน ๆ จะเผ็ดแบบค่อย ๆ สะสม แล้วอยู่ในปากนานกว่าที่คิด

ลาบอีสานสูตรเผ็ดจัด ให้ความเผ็ดอีกแบบหนึ่ง ไม่ใช่เผ็ดแบบน้ำแกง แต่เป็นเผ็ดจากพริกป่นคั่วที่คลุกกับเนื้อสัตว์ ข้าวคั่ว มะนาว น้ำปลา หอมแดง และสมุนไพรสด ความแสบของลาบมักมาแบบแห้ง ๆ แต่ติดลิ้น ยิ่งใช้พริกป่นคั่วใหม่ กลิ่นยิ่งชัดและความเผ็ดยิ่งมาเต็ม สำหรับคนกินเผ็ดจริง ลาบไม่ใช่แค่อาหารเรียกน้ำย่อย แต่มันคือจานที่วัดฝีมือคนปรุงได้เลย

อีกเมนูที่ดูธรรมดาแต่เผ็ดได้แบบไม่ปรานีคือ ส้มตำ โดยเฉพาะตำป่า ตำซั่ว หรือตำที่ใส่พริกสิบเม็ดขึ้นไป ความโหดของส้มตำคือมันไม่ได้มีแต่พริก แต่ยังมีมะนาว น้ำปลาร้า กระเทียม มะเขือเทศ และเครื่องเคียงที่ช่วยดันรสให้แหลมขึ้น คนที่ไม่คุ้นอาจรู้สึกว่าเผ็ด เปรี้ยว เค็ม และกลิ่นแรงเข้ามาพร้อมกันแบบตั้งตัวไม่ทัน

ถ้าจะเทียบกับเวทีโลก อาหารไทยอาจไม่ได้ใช้พริกที่เผ็ดที่สุดในโลกเสมอไป เพราะพริกระดับ Pepper X หรือ Carolina Reaper มีค่า SHU สูงกว่าพริกไทยทั่วไปมาก แต่จุดแข็งของอาหารไทยอยู่ที่ “วิธีใช้พริก” มากกว่าแค่ตัวเลข พริกไทยถูกตำ ผัด คั่ว แกง และคลุกเข้ากับวัตถุดิบอื่นจนกลายเป็นความเผ็ดที่มีชั้น ไม่ใช่เผ็ดแบน ๆ แบบเอาแต่ร้อนอย่างเดียว

ความเผ็ดของอาหารไทยยังผูกกับภาพจำระดับนานาชาติด้วย เมนูอย่างต้มยำกุ้งได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกเมื่อปี 2024 โดยยูเนสโกอธิบายว่าต้มยำกุ้งใช้สมุนไพรอย่างตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า และหอมแดง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอาหารไทยไม่ได้เด่นแค่เผ็ด แต่เด่นเพราะการวางกลิ่น รส และวัตถุดิบให้ทำงานร่วมกัน

ส่วนตัวมองว่า 5 เมนูนี้ไม่ได้ชนะเพราะ “เผ็ดที่สุดในโลก” แบบมีถ้วยรางวัลรองรับ แต่ชนะในแง่ประสบการณ์การกินมากกว่า แกงป่าเผ็ดแบบพุ่ง แกงไตปลาเผ็ดแบบลึก คั่วกลิ้งเผ็ดแบบแห้ง ลาบเผ็ดแบบติดลิ้น และส้มตำเผ็ดแบบสดจัด ทุกจานมีบุคลิกของตัวเองชัดมาก ซึ่งนี่แหละที่ทำให้อาหารไทยถูกพูดถึงเสมอเวลาโลกคุยกันเรื่องอาหารรสแรง

ใครที่อยากลองเมนูเหล่านี้แบบไม่ทรมานตัวเองเกินไป ควรเริ่มจากระดับเผ็ดกลางก่อน แล้วค่อยขยับขึ้น เพราะความเผ็ดไม่ใช่การแข่งขันว่าใครทนได้มากกว่าใครเสมอไป บางทีความอร่อยที่สุดอาจอยู่ตรงจุดที่ยังได้กลิ่นสมุนไพร ยังรับรสวัตถุดิบ และยังอยากตักคำต่อไป ไม่ใช่เผ็ดจนจำอะไรในจานไม่ได้เลย

เนื้อหาโดย: kitasan
เนื้อหาโดย: kitasan

แหล่งที่มา: UNESCO Intangible Cultural Heritage, Encyclopaedia Britannica, Food & Wine, TasteAtlas
อ้างอิง: UNESCO Tomyum Kung, Britannica Scoville Scale, Food & Wine Scoville Scale Guide, TasteAtlas Tai Pla
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
kitasan's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 207 ครั้ง
เขียนโดย kitasan
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยดอกสแนปดรากอน ทำไมดอกสวยรูปมังกรจึงกลายเป็นฝักคล้ายกะโหลกซาแซงคืออะไร ทำไมความชอบศิลปินถึงกลายเป็นการคุกคามได้มีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้งเวียดนามกับไทยต่างใช้ Model เกาหลี ว่าแต่ว่าเกาหลีไหนจีนชี้แจงปมรถถัง T-59D ส่งกัมพูชา ทำไมตัวเลข 39 จาก 93 คันจึงถูกจับตาつづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็กซูยุไม่ใช่โชยุ ต่างกันตรงไหน เลือกใช้ให้ถูกกับอาหารญี่ปุ่นกาแฟบนเครื่องบินไม่อร่อย อาจไม่ใช่เพราะเมล็ดแย่ แต่เพราะร่างกายรับรสเปลี่ยนฝนตกหนัก บ้านและคอนโดควรเช็ก 6 จุดก่อนน้ำซึมจนซ่อมแพงฮุน เซนย้ำทางสันติ ปมคำพูดทวงคืนดินแดนชายแดนไทย–กัมพูชา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ดอกสแนปดรากอน ทำไมดอกสวยรูปมังกรจึงกลายเป็นฝักคล้ายกะโหลกซูยุไม่ใช่โชยุ ต่างกันตรงไหน เลือกใช้ให้ถูกกับอาหารญี่ปุ่นท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เห็นรูปแล้วจำได้ทันที! มินิคุกกี้ถุงสีม่วงในตำนาน ทุกวันนี้ยังมีขายอยู่ไหม?ซูยุไม่ใช่โชยุ ต่างกันตรงไหน เลือกใช้ให้ถูกกับอาหารญี่ปุ่นใช้ Ctrl+Alt+Del มาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ว่าคนสร้างตั้งใจไม่ให้กดมือเดียวกาแฟบนเครื่องบินไม่อร่อย อาจไม่ใช่เพราะเมล็ดแย่ แต่เพราะร่างกายรับรสเปลี่ยน
ตั้งกระทู้ใหม่