7 ผลไม้ไทยส่งออกเด่น ทำเงินมหาศาลให้ประเทศ
เขียนโดย kitasan
ประเทศไทยไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารไทยอย่างเดียว แต่ผลไม้เมืองร้อนของเราก็เป็นสินค้าทำเงินที่ตลาดต่างประเทศจับตามองมานาน ทั้งรสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัส และฤดูกาลที่ชัดเจน ทำให้ผลไม้ไทยหลายชนิดขายได้ดีในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่คุ้นเคยกับผลไม้เขตร้อนมากกว่าฝั่งตะวันตก
ข้อมูลของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปี 2567 ไทยส่งออกผลไม้ทั้งแบบสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง รวมมูลค่า 231,401 ล้านบาท ส่วนผลไม้สดอย่างเดียวมีมูลค่า 183,823 ล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่เล็กเลย และผมว่ามันบอกชัดว่าผลไม้ไทยไม่ใช่แค่ของกินตามฤดูกาล แต่เป็นสินค้าส่งออกที่มีน้ำหนักจริงในเศรษฐกิจไทย
ตัวที่ยืนหนึ่งแบบไม่ต้องเถียงคือ ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ที่กลายเป็นสินค้าดาวเด่นของไทยในตลาดโลก ปี 2567 ไทยส่งออกทุเรียนสด 859,183 ตัน มูลค่า 134,852 ล้านบาท คิดเป็น 72.9% ของมูลค่าการส่งออกผลไม้สดทั้งหมดของไทย ตลาดหลักคือจีน ซึ่งกินสัดส่วนสูงถึง 97.4% ของมูลค่าส่งออกทุเรียนสดไทย ตัวเลขนี้ทำให้เห็นเลยว่าทุเรียนไม่ใช่แค่ผลไม้แพง แต่เป็นสินค้าหลักที่พยุงภาพรวมผลไม้ส่งออกของประเทศ
เอาจริง ๆ นะ ความสำเร็จของทุเรียนไทยทั้งน่าภูมิใจและน่าห่วงในเวลาเดียวกัน ภูมิใจเพราะไทยยังเป็นชื่อใหญ่ในตลาดจีน แต่น่าห่วงเพราะการพึ่งตลาดเดียวมากเกินไปเสี่ยงไม่น้อย กระทรวงพาณิชย์เองก็ระบุว่าไทยเริ่มเจอการแข่งขันจากเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซียในตลาดทุเรียนจีนมากขึ้น หลังจีนทยอยเปิดรับทุเรียนจากประเทศคู่แข่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ผลไม้ที่ตามมาแบบเงียบ ๆ แต่ทำเงินจริงคือ ลำไย ปี 2567 ไทยส่งออกลำไยสด 527,927 ตัน มูลค่า 19,698 ล้านบาท ตลาดสำคัญคือจีน อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย และอินเดีย จุดแข็งของลำไยไทยคือความหวาน เนื้อแน่น และกินได้ทั้งแบบสดกับแบบอบแห้ง โดยเฉพาะตลาดจีนที่ใช้ลำไยทั้งกินเล่น ทำขนม และใช้ในวัฒนธรรมอาหารบางแบบ
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือ ผลไม้ส่งออกของไทยไม่ได้มีแค่ทุเรียนเท่านั้น ลำไยนี่แหละคืออีกตัวที่ทำรายได้สูงและมีฐานตลาดของตัวเอง เพียงแต่เสียงในสื่ออาจไม่ดังเท่าทุเรียน เพราะราคาต่อหน่วยและกระแสผู้บริโภคไม่ได้หวือหวาเท่า แต่ถ้ามองจากปริมาณส่งออก ลำไยคือผลไม้ที่ไม่ควรถูกมองข้ามเลย
มังคุด ก็เป็นผลไม้ไทยที่ตลาดต่างประเทศรู้จักดี ปี 2567 ไทยส่งออกมังคุดสด 284,860 ตัน มูลค่า 17,573 ล้านบาท ตลาดหลักยังเป็นจีน ซึ่งมีสัดส่วนถึง 91.0% ของมูลค่าส่งออกมังคุดสดไทย มังคุดได้เปรียบตรงภาพลักษณ์ของผลไม้เมืองร้อนรสหวานอมเปรี้ยว เนื้อขาวนุ่ม และกินง่ายกว่าผลไม้กลิ่นแรงอย่างทุเรียน ทำให้จับตลาดผู้บริโภคต่างชาติได้อีกกลุ่มหนึ่ง
ถัดมาคือ มะพร้าวอ่อน ผลไม้ที่มาแรงในตลาดสุขภาพและเครื่องดื่ม ปี 2567 ไทยส่งออกมะพร้าวอ่อน 257,428 ตัน มูลค่า 7,616 ล้านบาท โดยจีนเป็นตลาดอันดับหนึ่ง ตามด้วยสหรัฐฯ ฮ่องกง สิงคโปร์ และเนเธอร์แลนด์ จุดขายของมะพร้าวอ่อนไทยไม่ได้มีแค่น้ำหวานหอม แต่ยังโยงกับภาพลักษณ์ความสด ความเป็นธรรมชาติ และการใช้ในร้านอาหารหรือเครื่องดื่มทั่วโลก
มะม่วง เป็นอีกผลไม้ที่คนต่างชาติคุ้นชื่อ โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้และมะม่วงเกรดส่งออก ปี 2567 ไทยส่งออกมะม่วงสด 106,753 ตัน มูลค่า 4,716 ล้านบาท ตลาดหลักคือเกาหลีใต้ มาเลเซีย ญี่ปุ่น เวียดนาม และ สปป.ลาว จุดเด่นของมะม่วงไทยคือกินได้ทั้งแบบสุกและดิบ แถมยังต่อยอดเป็นเมนูดังอย่างข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งช่วยดันภาพจำของมะม่วงไทยในสายตาคนต่างชาติได้ดี
สับปะรด อาจไม่ได้เด่นที่สุดในกลุ่มผลไม้สด แต่ถ้ามองในรูปแบบแปรรูป สับปะรดไทยถือว่าน้ำหนักมาก กระทรวงพาณิชย์เคยระบุว่า สับปะรดกระป๋องของไทยมีมูลค่าส่งออก 325.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยมีส่วนแบ่งประมาณ 30.8% ของมูลค่าส่งออกสับปะรดกระป๋องรวมของโลก จุดนี้ทำให้สับปะรดต่างจากผลไม้อื่น เพราะไม่ได้ขายแค่เป็นผลสด แต่ขายผ่านอุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง น้ำผลไม้ และวัตถุดิบแปรรูปด้วย
ปิดท้ายด้วย กล้วย โดยเฉพาะกล้วยหอมทองและกล้วยหอมเขียวที่ถูกผลักดันเป็นพืชส่งออกไปตลาดญี่ปุ่น กล้วยอาจไม่ได้มีมูลค่าส่งออกหวือหวาเท่าทุเรียนหรือมังคุด แต่เป็นผลไม้ที่มีโอกาสเติบโต เพราะกินง่าย ขนส่งได้ และตลาดญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิตสูง กระทรวงพาณิชย์ยังมีการผลักดันกล้วยหอมเขียวหรือกล้วยคาเวนดิชจากพื้นที่แปลงใหญ่เสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งออกไปญี่ปุ่นผ่านกรอบความตกลง JTEPA
ผมมองว่าบทเรียนจากผลไม้ไทยชัดมาก ประเทศเราไม่ได้ขาดของดี แต่โจทย์ใหญ่คือจะขายของดีให้มั่นคงได้อย่างไร ถ้าผลไม้บางชนิดพึ่งพาตลาดจีนมากเกินไป วันหนึ่งเมื่อกฎนำเข้าเข้มขึ้น หรือคู่แข่งตีตลาดหนักขึ้น เกษตรกรไทยก็อาจเจอแรงกระแทกทันที
ผลไม้ไทยทำเงินได้จริง แต่การทำเงินระยะยาวต้องไม่หยุดแค่คำว่า “อร่อย” ต้องไปต่อที่มาตรฐานสวน การคัดเกรด ระบบขนส่งเย็น การแปรรูป และการเปิดตลาดใหม่ให้มากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้วผลไม้หนึ่งลูกไม่ได้มีแค่รสหวานในปากคนซื้อ แต่มันมีรายได้ของเกษตรกรทั้งห่วงโซ่อยู่ในนั้นด้วย แล้วคำถามคือ ไทยจะรักษาความเป็นเบอร์ต้นของผลไม้เมืองร้อนได้อีกนานแค่ไหน ถ้าเพื่อนบ้านเริ่มวิ่งเร็วขึ้นทุกปี
แหล่งที่มา: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ / กระทรวงพาณิชย์ / สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์
อ้างอิง: https://www.tpso.go.th/news/2503-0000000006, https://uploads.tpso.go.th/สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรสำคัญของไทยยังครองแชมป์ในตลาดโลก.pdf, https://phetchabun.moc.go.th/th/content/category/detail/id/161/iid/116385
เขียนโดย kitasan
มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทย
รายได้ข้าราชการทหารของไทย
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก
สะพานวงกลมที่คนทั้งโลกงง… ทำไมไม่สร้างตรงๆ ให้จบ?
มหาวิทยาลัยที่มีรถไฟผ่านใกล้ที่สุด
ส่องเลขจากข่าวดัง...ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569
“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”
ถนนสายหลักที่ชาวอีสานใช้เดินทางมากที่สุด
“ตำนานกลางลาดพร้าว! โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา จากอาคารเรียนสุดล้ำ สู่ห้างใหญ่ในความทรงจำ”
สูตรคำนวณงวด 1/6/69
"Caño Cristales" มหัศจรรย์แม่น้ำ 5 สีที่สวยที่สุดในโลก
เคยสงสัยไหม? ทำไม “เบาะรถเมล์” หลายประเทศต้องใช้ลายมั่วๆ แปลกตา ทั้งที่สีเรียบๆ ก็ดูสะอาดกว่า
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
7 ขนมไทยโบราณ ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น แทบไม่เคยได้ยินชื่อ
จากครรภ์เสี่ยงสูงสู่รอยยิ้มแห่งความสำเร็จ แฝด 4 ที่อุบลราชธานี”
นมเปรี้ยวนมถั่วเหลืองมะม่วง


