หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กระทรวง อว โดย สอวช. จับมือ สจล. และพันธมิตรภาคเอกชน เปิดเวที The Reverse Innovation Summit โชว์ผลงาน 12 ทีมนวัตกรรม ขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมไทยด้วยกลไก Reverse Pitching

เขียนโดย pimdawan2017

กระทรวง อว โดย สอวช. จับมือ สจล. และพันธมิตรภาคเอกชน เปิดเวที The Reverse Innovation Summit โชว์ผลงาน 12 ทีมนวัตกรรม ขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมไทยด้วยกลไก Reverse Pitching

กรุงเทพฯ, 25 เมษายน 2569 — สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และพันธมิตรภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เซ็นทรัล รีเทล ดิจิทัล และธนาคารกรุงไทย จัดงาน "The Reverse Innovation Summit" ณ อาคาร SIAMSCAPE กรุงเทพฯ เพื่อเปิดเวทีแสดงผลงานนวัตกรรมจากนักวิจัยและสตาร์ทอัพ 12 ทีม ที่ผ่านกระบวนการบ่มเพาะเชิงลึกภายใต้โครงการ "The Reverse Innovation Journey" โมเดลต้นแบบสำหรับการพัฒนานวัตกรรมด้วยกลไก Reverse Pitching ที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และสตาร์ทอัพเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางประสานความร่วมมือ

จากช่องว่างสู่กลไก: ที่มาของ The Reverse Innovation Journey

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวในพิธีเปิดว่า ภารกิจสำคัญของ สอวช. คือการออกแบบกลไกที่สามารถปิดช่องว่างในระบบนิเวศนวัตกรรมได้จริง โดยเฉพาะช่องว่างระหว่างโลกของการวิจัยและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้นวัตกรรมไทยยังไม่สามารถสร้างผลกระทบเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ

โครงการ The Reverse Innovation Journey จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะกลไกต้นแบบที่พลิกวิธีคิดจากการพัฒนานวัตกรรมแบบ Supply-Driven มาสู่การเริ่มต้นจากความต้องการที่แท้จริงของตลาด ผ่านกระบวนการหลักสองส่วน ได้แก่ กลไก Reverse Pitching ที่ให้องค์กรขนาดใหญ่เป็นผู้บอกโจทย์ความต้องการ ช่วยลดความเสี่ยงให้สตาร์ทอัพและนักวิจัยในการพัฒนานวัตกรรมให้ตรงกับความต้องการจริง พร้อมเปิดโอกาสเข้าสู่ Value Chain ของอุตสาหกรรมหลักได้ทันที และกลไก Collaborative Bootcamp ที่เป็นกระบวนการบ่มเพาะเชิงลึกเพื่อเสริมทักษะด้านธุรกิจ ทั้งทรัพย์สินทางปัญญา โมเดลธุรกิจ และทักษะการเจรจาต่อรอง เพื่อเปลี่ยนนักวิจัยและนักศึกษาให้กลายเป็นผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprise: IDE) ที่ทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมืออาชีพ

3 ทิศทางสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมไทย

ดร.สุรชัย ย้ำว่าการรวมตัวของทุกภาคส่วนในงานครั้งนี้สะท้อนทิศทางการพัฒนานวัตกรรมของประเทศใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. การสร้างนวัตกรรุ่นใหม่ที่มีทั้งทักษะเทคโนโลยีและทักษะธุรกิจ 2. การเชื่อมโจทย์จริงของภาคอุตสาหกรรมเข้ากับกระบวนการพัฒนานวัตกรรม และ 3. การยกระดับบทบาทมหาวิทยาลัยจากสถาบันการศึกษาสู่ Strategic Intermediary ที่เชื่อมโยงนวัตกรเข้ากับภาคธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

สจล. ขานรับ: มหาวิทยาลัยในฐานะตัวกลางเชิงยุทธศาสตร์

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า โครงการ The Reverse Innovation Journey ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมไทย เพราะเป็นครั้งแรกที่บริษัทขนาดใหญ่จากภาคธุรกิจเป็นผู้เสนอปัญหาและความต้องการที่แท้จริง แล้วจึงเปิดโอกาสให้นักวิจัยและสตาร์ทอัพเข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์ทางออก กระบวนการดังกล่าวไม่เพียงลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยและการนำไปใช้จริง แต่ยังวางรากฐานสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน

ไฮไลท์ของงาน: Demo Day และรางวัล Distinguished Innovation Team

ในงาน The Reverse Innovation Summit นักวิจัยและสตาร์ทอัพทั้ง 12 ทีมได้นำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการและแขกผู้มีเกียรติ โดย 6 ทีมที่โดดเด่นที่สุดในการนำนวัตกรรมไปพัฒนาต่อยอดร่วมกับภาคอุตสาหกรรมจนเกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ได้รับโล่รางวัล "Distinguished Innovation Team" จาก สอวช. สจล. และพันธมิตรบริษัทขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีสัมมนาพิเศษจาก Ms. Sonia Ng ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพจากประเทศมาเลเซีย ที่จะแบ่งปันประสบการณ์จริงด้านการสร้างสตาร์ทอัพและการระดมทุนในระดับสากล รวมถึงการเสวนาพิเศษ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และสตาร์ทอัพ โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นตัวกลาง มีผู้ร่วมเสวนาเป็นตัวแทนจากภาคส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นางสาวมนันยา ชุณหวุฒิยานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนโยบายนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ สอวช. น.สพ.ดร.สนัด วงศ์ทวีทอง' ผู้จัดการกองทุน TED Fund นายจิระภัทร์ เยาว์วัชสกุล ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายโกวินทร์ กุลฤชากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายนวัตกรรม เซ็นทรัล รีเทล ดิจิทัล และนายกิติพงศ์ มุตตามระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย  ดำเนินการเสวนาโดยผศ. ดร.รัชนี กุลยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ สจล. และดร.อภิวัฒน์ ทองประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิสอัพ จำกัด

แผนขยายผลสู่ระบบนิเวศนวัตกรรมในวงกว้าง

หลังการทดลองนำร่องโครงการ สอวช. มีแผนนำบทเรียนจากกลไกต้นแบบนี้ไปขยายผลร่วมกับภาคีในระบบนิเวศนวัตกรรม รวมถึงกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) เพื่อพัฒนากลไกสนับสนุนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจนวัตกรรมในวงกว้างยิ่งขึ้น

"เราเชื่อมั่นว่านวัตกรกลุ่มนี้จะเป็นทรัพยากรที่มีค่าและสร้างคุณค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป" ดร.สุรชัย กล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับ สอวช.: สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ทำหน้าที่สำนักงานเลขานุการของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยมีพันธกิจในการสนับสนุนสภานโยบายในการกำหนด ขับเคลื่อน และติดตามนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ รวมทั้งออกแบบยุทธศาสตร์และกลไก เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและบูรณาการระบบ อววน. ให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อย่างยั่งยืน

ผู้ลงข่าว : PIMDAWAN

เนื้อหาโดย: pimdawan2017
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
pimdawan2017's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย pimdawan2017
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 ผลไม้ป่า ที่หายากที่สุดในประเทศไทยจังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่6 มหาวิทยาลัยเอกชนที่ POP ที่สุดในประเทศไทย10 อันดับแบรนด์กาแฟโลก แบรนด์ไทยก็ติดกับเขาด้วยจังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในไทย ที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเพียงแห่งเดียว6 จังหวัดในไทยที่เศรษฐกิจโตเร็วและน่าจับตาในรอบ 5 ปี"กงเป่าจีติง" ไก่ผัดเม็ดมะม่วงเวอร์ชันจีนบริษัทเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ที่ยังคงเปิดกิจการอยู่ในปัจจุบัน10 สนามบินที่อันตรายที่สุดในโลกสว่างไว้ก่อน... ปลอดภัยกว่า! ทำไมผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ "เปิดไฟห้องน้ำ" ทิ้งไว้เมื่อนอนโรงแรมสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่เหลือเพียง 2 ตัวในโลกประเทศที่คน “ใช้ชีวิตอยู่กับงูเห่าได้แบบปกติ”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่คนจีนนิยมที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ชาปลายนิ้วมือ สาเหตุและวิธีการรักษาอย่างเหมาะสมสมองฝ่อ รู้จักภาวะนี้และแนวทางดูแลอย่างถูกต้องหายใจเหนื่อยเกิดจากอะไร สาเหตุที่ควรรู้และวิธีรับมือเบื้องต้นโรคหัวใจ ทำความรู้จักสาเหตุ อาการ และวิธีป้องกัน
ตั้งกระทู้ใหม่