หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"บิงซู" ของหวานจากวังหลวง สู่ตำนานน้ำแข็งไสระบือโลก


เขียนโดย davin

        หากย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า "บิงซู" (Bingsu) ได้กลายเป็นเมนูคลายร้อนยอดฮิตที่เข้ามาเปลี่ยนนิยามของน้ำแข็งไสในใจใครหลายคน จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับน้ำแข็งไสจ้ำบ๊ะราคาย่อมเยา บิงซูได้ยกระดับเมนูนี้ให้กลายเป็นของหวานสุดพรีเมียมจากต่างประเทศ แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังเกล็ดหิมะอันนุ่มละมุนนี้ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับร้อยปีที่เดินทางผ่านกาลเวลาและการปรับตัวทางวัฒนธรรมอย่างน่าทึ่ง

        ต้นกำเนิดของบิงซูมาจากสมัยราชวงศ์โชซอนของเกาหลี เชื่อกันว่าชาวเกาหลีรู้จักการเก็บรักษาน้ำแข็งมานานกว่านั้น ดังที่ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่าง "ซอกบิงโก" (Seokbinggo) หรือห้องเก็บน้ำแข็งใต้ดินที่มีมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรซิลลา ในยุคแรกเริ่ม บิงซูเป็นของหวานที่หาทานได้ยากและจำกัดอยู่เฉพาะในราชสำนักเท่านั้น เนื่องจากต้องใช้กรรมวิธีที่ยุ่งยากในการตัดน้ำแข็งจากแม่น้ำในช่วงฤดูหนาวมาเก็บรักษาไว้เพื่อบริโภคในยามที่อากาศร้อนจัด

        บิงซูเริ่มแพร่หลายสู่สามัญชนในช่วงปลายราชวงศ์โชซอน เมื่อเริ่มมีโรงงานผลิตน้ำแข็งเพื่อการค้าเกิดขึ้น นอกจากนี้ในช่วงที่ญี่ปุ่นเข้าปกครองเกาหลี วัฒนธรรมน้ำแข็งไสแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า "คากิโกริ" (Kakigori) ก็ได้เข้ามามีอิทธิพล ทำให้บิงซูเริ่มมีการใช้น้ำเชื่อมและเครื่องเคียงที่หลากหลายมากขึ้น

        ต่อมาในช่วงหลังสงครามเกาหลี บิงซูได้รับอิทธิพลจากตะวันตกเข้ามาผสมผสานอย่างลงตัว ทั้งการใส่นมข้นหวาน วิปครีม และผลไม้เมืองหนาวต่างๆ จนกลายเป็นหน้าตาของบิงซูที่ดูทันสมัยและหลากหลายอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

        ความสำเร็จของบิงซูในระดับโลกส่วนหนึ่งมาจากพลังของกระแสเคป็อป (K-Pop) และซีรีส์เกาหลีที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางทางวัฒนธรรมชั้นยอด บิงซูจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเกาหลีอีกต่อไป แต่มันได้เดินทางไปยังคาเฟ่และห้างสรรพสินค้าทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่เกิดการดัดแปลงนำวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น มะม่วง ทุเรียน หรือชาไทย มาผสมผสานจนเกิดเป็นเมนูใหม่ๆ ที่ถูกใจผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่

เนื้อหาโดย: davin
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
davin's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 22 ครั้ง
เขียนโดย davin
นักเขียนอิสระเน้นวิเคราะห์ความเชื่อ วัฒนธรรม คติชนวิทยา จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ เกร็ดความรู้ และสิ่งที่สนใจส่วนตัว เน้นเข้าใจง่าย ทันต่อสถานการณ์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: davin, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, kyogisa, projor007, famai, goldfish13, Freya Rune
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดที่นักลงทุนต่างชาติจับตาในปี 2569 โอกาสใหม่ของงาน และอสังหาฯ ไทยพบงูเหลือมลายตาข่ายซ้ำในเกาสง ผู้เชี่ยวชาญกังวลอาจเริ่มตั้งประชากรในธรรมชาติ5 อันดับสัตว์ที่มีสมองฉลาดที่สุดในโลกเฉาก๊วยไม่ได้เป็นแค่วุ้นดำ หลายคนเพิ่งรู้ว่าที่แท้มาจากพืชชนิดนี้5 สายเรียนที่มีโอกาสตกงานต่ำในไทย (อิงตลาดแรงงานจริง)อย่าเพิ่งทุบรังดินเล็ก ๆ รู้จัก “หมาร่า” แมลงนักล่าแมงมุมใกล้ตัวประเทศที่ “ไม่มีรถไฟเลย” แม้แต่สายเดียวเงินเดือนของพนักงานเก็บค่าผ่านทางทางด่วนจังหวัดไหนมีประชากรมากที่สุดในไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพฯจังหวัดที่ปลูกขิงมากที่สุดในประเทศไทยใหญ่กว่าอนาคอนดา 2 เท่า! เผยโฉม "ไจแอนโทฟิส" อสรพิษยักษ์ครองโลกเมื่อ 40 ล้านปีที่แล้วเจาะที่มา 5 สีกางเกงขาสั้นมัธยมชายไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ขนลุก! ป้ายเตือนห้องน้ำจุดพักรถ "อย่าทิ้งผ้าอนามัย"แม่ภูมิใจลูกสาวดูแลตัวเองได้ แต่ชาวเน็ตเห็นท่ายืนแล้วรีบเตือนให้พาไปตรวจเจาะที่มา 5 สีกางเกงขาสั้นมัธยมชายไทย5 โรงเรียนแนวใหม่ ที่ไม่ได้สอนแค่ในห้องเรียนเกาะในทะเลอ่าวไทย ที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่มากที่สุด
ข้าวผัดพัทยา ชื่อเหมือนไทย แต่ทำไมคนมาเลเซียถึงคุ้นกว่าเราปลาบู่เวียดนาม จาก “ปลาคนจน” สู่เมนูหลักพัน ทำไมอยู่ๆ ถึงฮิตขึ้นมา?รู้จัก "จ้ำบ๊ะ" น้ำแข็งไสไทย และคำนี้มาจากไหน?เปิดโลก "ถั่วหมัก" วัฒนธรรมความอร่อยที่เชื่อมโยงเอเชีย
ตั้งกระทู้ใหม่