หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ศึกกาแฟดำ โอเลี้ยง VS อเมริกาโน แบบไหนดีกว่ากัน?

เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา

 

เมื่อมองดูแก้วกาแฟสีดำเข้มสองแก้ววางคู่กัน หลายคนอาจคิดว่า “อเมริกาโน” กับ “โอเลี้ยง” คือเครื่องดื่มคล้ายกัน เพียงแต่เรียกต่างกันตามสไตล์ตะวันตกและไทย แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองอย่างแตกต่างกันตั้งแต่วัตถุดิบ วิธีชง รสชาติ ไปจนถึงปริมาณน้ำตาลที่เราอาจได้รับ

1. จุดกำเนิดและเรื่องราวที่ต่างกัน

อเมริกาโน (Americano) คือกาแฟที่นำเอสเปรสโซมาเจือจางด้วยน้ำร้อน ส่วนเรื่องเล่าที่ว่าเครื่องดื่มชนิดนี้เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะทหารอเมริกันในอิตาลีเติมน้ำลงในเอสเปรสโซเพื่อให้ดื่มง่ายขึ้นนั้น เป็นเรื่องเล่าที่แพร่หลาย แต่หลักฐานด้านที่มาของชื่อยังไม่ลงรอยกันทั้งหมด

พจนานุกรม Merriam-Webster ระบุหลักฐานการใช้คำว่า café Americano ย้อนไปถึงปี 1943 ขณะที่ Oxford English Dictionary ระบุหลักฐานภาษาอังกฤษที่พบในปี 1964 ดังนั้นการระบุชัด ๆ ว่าอเมริกาโน “ถือกำเนิดจากทหารอเมริกันในอิตาลี” จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังมากกว่าเขียนเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

โอเลี้ยง เป็นเครื่องดื่มกาแฟเย็นแบบที่คุ้นเคยกันมายาวนานในไทย โดยมักใช้ “ผงกาแฟโบราณ” ซึ่งสูตรไม่ได้เหมือนกันทุกยี่ห้อหรือทุกร้าน บางสูตรอาจมีกาแฟผสมกับวัตถุดิบอื่น เช่น เมล็ดมะขามหรือธัญพืช เพื่อสร้างกลิ่นและรสเฉพาะตัว มหาวิทยาลัยมหิดลมีข้อมูลว่ากาแฟโบราณในอดีตบางชนิดมีการใช้เมล็ดมะขามคั่วหรือผสมกับกาแฟจริงด้วย

2. วัตถุดิบคือจุดต่างสำคัญ

อเมริกาโน มีองค์ประกอบพื้นฐานค่อนข้างตรงไปตรงมา คือเอสเปรสโซกับน้ำ หากไม่ได้เติมน้ำตาล น้ำเชื่อม นม หรือครีม ก็ไม่มีน้ำตาลที่เติมเพิ่มจากการปรุงเครื่องดื่ม

โอเลี้ยง ซับซ้อนกว่า เพราะผงกาแฟโบราณแต่ละสูตรอาจแตกต่างกัน บางผลิตภัณฑ์ใช้กาแฟร่วมกับธัญพืชหรือวัตถุดิบคั่วชนิดอื่น จึงไม่ควรเหมารวมว่าโอเลี้ยงทุกแก้วมีสูตรเดียวกัน หรือทุกสูตรมีน้ำตาลและไขมันผสมอยู่ในผงกาแฟตั้งแต่ต้น

ที่สำคัญ โอเลี้ยงแบบที่ขายตามร้านมักมีการเติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมในขั้นตอนชงด้วย ดังนั้นคำว่า “ไม่หวาน” หรือ “ไม่เติมน้ำตาล” จะช่วยลดน้ำตาลได้มากแค่ไหน ต้องดูทั้งสูตรผงกาแฟและวิธีชงของร้านนั้น ๆ

3. กระบวนการชงและรสสัมผัส

อเมริกาโน เริ่มจากการสกัดเอสเปรสโซ แล้วเติมน้ำร้อนหรือน้ำตามรูปแบบของเครื่องดื่ม ทำให้รสชาติถูกเจือจางจากเอสเปรสโซ แต่ยังคงกลิ่นและบุคลิกของเมล็ดกาแฟไว้

โอเลี้ยง แบบดั้งเดิมนิยมชงผงกาแฟโบราณผ่านถุงกรองกับน้ำร้อน ให้ได้น้ำกาแฟสีเข้มและกลิ่นคั่วชัด จากนั้นจึงปรุงรสและเสิร์ฟกับน้ำแข็ง

ตรงนี้เองที่ทำให้แม้หน้าตาจะเป็น “กาแฟดำใส่น้ำแข็ง” เหมือนกัน แต่รสสัมผัสและส่วนประกอบอาจต่างกันมาก

4. ถ้ามองในมุมสุขภาพ แบบไหนได้เปรียบกว่า?

หากเปรียบเทียบ อเมริกาโนที่ไม่เติมน้ำตาล กับ โอเลี้ยงที่เติมน้ำตาลตามสูตรทั่วไป อเมริกาโนย่อมได้เปรียบในแง่การหลีกเลี่ยงน้ำตาลเติมเพิ่ม

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กจำกัด “น้ำตาลอิสระ” ให้ต่ำกว่า 10% ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน และเสนอว่าการลดลงต่ำกว่า 5% จะให้ประโยชน์เพิ่มเติม ซึ่งสำหรับผู้ใหญ่โดยทั่วไปคิดเป็นประมาณ 25 กรัม หรือราว 6 ช้อนชาต่อวัน

ในประเทศไทย สสส. และภาคีเครือข่ายเคยแนะนำว่า หากเลือกเครื่องดื่มเย็น ควรเลือกระดับความหวานที่มีน้ำตาลเติมไม่เกินประมาณ 2 ช้อนชาต่อแก้ว เพื่อเหลือ “โควตาน้ำตาล” สำหรับอาหารและเครื่องดื่มอื่นตลอดวัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าอเมริกาโนเป็นเครื่องดื่มที่ “ปลอดภัยกว่า” สำหรับทุกคนโดยอัตโนมัติ เพราะยังมีคาเฟอีน และปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับขึ้นอยู่กับชนิดกาแฟ ปริมาณกาแฟ และวิธีชง เช่นเดียวกับโอเลี้ยง

ดังนั้น หากเป้าหมายคือ ลดน้ำตาลและพลังงานจากการปรุงเครื่องดื่ม การเลือกอเมริกาโนไม่เติมน้ำตาลเป็นทางเลือกที่ตรงไปตรงมากว่า ส่วนคนที่ชอบเสน่ห์ของโอเลี้ยงก็ยังดื่มได้ โดยอาจสั่งหวานน้อยหรือไม่เติมน้ำตาล และควรถามร้านหรือดูฉลากหากต้องการทราบส่วนผสมให้แน่นอน

ความคล้ายคลึงกันของสีไม่ได้หมายความว่าเครื่องดื่มสองแก้วนี้เหมือนกัน สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่แค่ชื่อว่า “กาแฟดำ” แต่คือ กาแฟแก้วนั้นทำจากอะไร และเติมอะไรลงไปบ้าง

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 129 ครั้ง
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
นักเขียนออนไลน์อิสระ และนักพยากรณ์ดวงชะตา เน้นเนื้อหาตามเหตุการณ์ปัจุบัน ความเชื่อจิตวิญญาณ ประวัติศาสตร์ เเค๊ปซูลกาลเวลา รวมถึงสถิติชาวบ้าน สรุปเเบบเข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: goldfish13, kyogisa, famai, projor007, Freya Rune, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, davin, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดพระบุญสิน หรือ “แม่ทัพกุ้ง” แจงภาพคู่ “นุช” ยืนยันไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยมอบหมายให้เป็นผู้ติดตาม“นุช” เจอคำสั่งศาลฎีกากลางรายการโหนกระแส คดีฟ้องพ่ออดีตแฟนยุติอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย“แตงโมสี่เหลี่ยม” แห่งญี่ปุ่น เมื่อเกษตรกรไม่ได้เปลี่ยนพันธุ์ แต่เปลี่ยน “รูปทรง” ให้แตงโมกลายเป็นลูกบาศก์รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรกู้ภัยบางละมุงค้นหาจระเข้ หลังเด็กอ้างพบในลำห้วย สุดท้ายไม่พบตัว ภาพที่นำมาแสดงถูกสงสัยว่าเป็น AIโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยญาติสาวไทยถูกฆ่าหมกกระเป๋าที่ไต้หวัน เล่าไม่รู้เดินทางไปเมื่อไหร่ แฟนเกาหลีกับผู้ก่อเหตุเป็นคนละคนAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนแปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นักวิชาการ ม.อ.ไม่ปลื้ม! "ลิซ่า" ชวนดื่มหมดแก้ว ลั่น! เหยื่อเหล้าในไทยตายเยอะกว่าก่อการร้ายทั่วโลกกู้ภัยบางละมุงค้นหาจระเข้ หลังเด็กอ้างพบในลำห้วย สุดท้ายไม่พบตัว ภาพที่นำมาแสดงถูกสงสัยว่าเป็น AIเด็กไทยเกิดน้อยลงแค่ไหน ? ตัวเลขใหม่กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับอนาคตไทยเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ“ต้นฉบับฟิล์มกระจก” อยู่ในไทย! รมว.วัฒนธรรมแจงปม Miss Universe Cambodia นำภาพประวัติศาสตร์ไปใช้ ย้ำเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก
จากยาพิษโบราณสู่อาณาจักรหมื่นล้าน: มหากาพย์ “อัลมอนด์” พืชเศรษฐกิจที่สร้างแคลิฟอร์เนียประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกัน3 กาแฟนมยอดฮิต: ลาเต้ คาปูชิโน แฟลตไวต์ แตกต่างกันอย่างไร?ต้มจับฉ่าย: บทเรียนก้นครัวเปลี่ยนของเหลือสู่เส้นทางสร้างเนื้อสร้างตัว
ตั้งกระทู้ใหม่