"Spam" จุดกำเนิดจากเนื้อกระป๋องสู่คำเรียกขยะออนไลน์
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
ในยุคดิจิทัลที่เราต้องติดต่อสื่อสารผ่านอีเมลเป็นหลัก หลายคนคงเคยหงุดหงิดกับข้อความโฆษณาที่ถาโถมเข้ามาในกล่องจดหมายโดยไม่ได้เชื้อเชิญ จนต้องคอยไล่ลบสิ่งที่เราเรียกกันติดปากว่า "สแปม" (Spam) แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมคำที่ฟังดูเหมือนชื่ออาหารประเภทเนื้อกระป๋อง ถึงกลายมาเป็นนิยามของขยะออนไลน์ที่สร้างความรำคาญใจไปทั่วโลก
จุดกำเนิดจากเนื้อกระป๋องสู่คำเรียกขยะออนไลน์
คำว่า "สแปม" มีที่มาที่น่าสนใจและคาดไม่ถึง โดยเริ่มจากการเป็นชื่อผลิตภัณฑ์เนื้อหมูปรุงสุกบรรจุกระป๋องของบริษัทแห่งหนึ่งในอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1937 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในฐานะเสบียงหลักของกองทัพ แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้คำนี้กลายเป็นความหมายเชิงลบมาจากซีรีส์ตลกของอังกฤษเรื่องหนึ่ง
ในซีรีส์เรื่องนั้น มีฉากที่ร้านอาหารนำเสนอเมนูที่มีแต่ "สแปม" ในทุกรายการ จนสร้างความรำคาญให้ตัวละครอย่างมาก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คำว่าสแปมจึงถูกนำมาใช้เป็นคำสแลงหมายถึง "สิ่งน่ารำคาญที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
ก้าวเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต
การใช้คำว่าสแปมในโลกออนไลน์เริ่มต้นขึ้นในยุค 80 ผ่านเกมออนไลน์ประเภท Multiuser Dungeon (MUD) โดยผู้เล่นใช้เรียกบอทที่ส่งข้อมูลไร้สาระจำนวนมากเข้ามาในระบบแชท จนกระทั่งปี ค.ศ. 1978 ได้เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เมื่อนักการตลาดชื่อ Gary Thuerk ส่งอีเมลโฆษณาไปหาผู้ใช้จำนวนมากพร้อมกันเพื่อโปรโมทระบบปฏิบัติการใหม่ แต่เกิดความผิดพลาดทางเทคนิคทำให้ข้อความถูกส่งซ้ำไปหลายครั้ง นี่จึงถือเป็น "อีเมลขยะฉบับแรกของโลก" ที่ถูกบันทึกไว้ และทำให้เขากลายเป็นผู้สร้างสแปมเมลคนแรกในสถิติโลก
ต่อมาในปี ค.ศ. 1993 บนชุมชนออนไลน์ Usenet นักพัฒนาซอฟต์แวร์คนหนึ่งทำพลาดจนโปรแกรมโพสต์ข้อความเดิมซ้ำกันกว่า 200 โพสต์ เขาจึงออกมาขอโทษและเรียกการกระทำนั้นว่า "สแปม" นับแต่นั้นมา คำนี้ก็กลายเป็นคำสากลที่ใช้เรียกข้อความขยะที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกออนไลน์เคียงคู่กับการเติบโตของอินเทอร์เน็ต
ดังนั้น ที่มาของคำว่า "สแปม" สะท้อนให้เห็นว่าคำศัพท์ในโลกเทคโนโลยีบางครั้งก็มีรากเหง้ามาจากเรื่องราวธรรมดาในชีวิตประจำวัน แม้ปัจจุบันระบบกรองอีเมลจะพัฒนาไปไกล แต่ความระมัดระวังยังคงเป็นสิ่งสำคัญ การฝึกสังเกตและไม่คลิกลิงก์ที่น่าสงสัย รวมถึงการหมั่นจัดการกล่องจดหมาย ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความรำคาญ แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับการใช้งานโลกดิจิทัลในระยะยาวอีกด้วย
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?
8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
นกเอี้ยงสาริกา จากนกมงคลแดนสยาม สู่มหันตภัยมีปีกแห่งออสเตรเลีย
"ปลากระป๋อง" เปิดแล้วกินเลยหรือควรอุ่นก่อน?
10 ที่เที่ยวลับในไทย สวยระดับโลก แต่คนยังไปไม่เยอะ
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่ถือครองทองคำสำรองน้อยที่สุดในอาเซียน
10 อันดับนักเตะไทยที่ค่าตัวแพงที่สุดในไทยลีก ปี 2025/2026
ทำไมแอร์ BTU ใหญ่เกินไปถึงกลายเป็นตัวการกินไฟ
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
รู้หรือไม่? สงกรานต์ไม่ได้มีแค่ในไทย
สุพรรณบุรี ก็มีกะเหรี่ยง “บ้านห้วยหินดำ” แหล่งวัฒนธรรมและท่องเที่ยวธรรมชาติ
สงกรานต์เดือด! ไทยร้อนทะลุ 42 องศา เตือนรับมือพายุฤดูร้อนระลอกใหญ่ 16–18 เม.ย. นี้
ทำไมแอร์ BTU ใหญ่เกินไปถึงกลายเป็นตัวการกินไฟ
6 ข้อ ต่างชาติ มั่นใจสงกรานต์ไทยสนุกที่สุดในโลก







