หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 รร.รัฐบาล ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย


เขียนโดย Mind Matter

โรงเรียนรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในไทย 10 แห่ง ส่วนใหญ่วางรากฐานไว้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาไปทั่วพระราชอาณาจักร เริ่มต้นจากห้องเรียนไม่กี่ห้องกับนักเรียนหลักสิบคน จนกลายเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่อยู่คู่ชุมชนกว่าร้อยปี ทุกแห่งยังเก็บอาคารเดิม ธรรมเนียม และเรื่องเล่ารุ่นสู่รุ่นไว้ครบ ลองไล่เรียงจากโรงเรียนที่อายุมากที่สุดไปหาน้อยที่สุด

 

1.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย — ก่อตั้ง พ.ศ. 2425

 

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับการสถาปนาขึ้นในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2425 ถือเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของประเทศไทย

 

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็ก ทรงดำริจะจัดตั้งโรงเรียนขึ้นเพื่อฝึกหัดหม่อมเจ้าและหม่อมราชวงศ์ให้เป็นทหารมหาดเล็ก เพราะสมัยนั้นราชการกระทรวงต่างๆ เปลี่ยนแปลงแบบแผนเป็นอย่างใหม่ เป็นที่นิยมของคนหนุ่มๆ ขึ้นมาก ทรงนำความเห็นขึ้นกราบทูล และได้รับความเห็นชอบ จึงขอใช้พระตำหนักสวนกุหลาบซึ่งตอนนั้นรกอยู่ไม่เป็นประโยชน์นักมาจัดตั้งโรงเรียน และนั่นคือที่มาของชื่อ "โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ"

 

 

ในช่วงแรก โรงเรียนแห่งนี้รับนักเรียนที่เป็นลูกหลานชนชั้นสูง มีทั้งการฝึกทหารและการเรียนแบบสามัญ ต่อมาในปี พ.ศ. 2427 โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบได้เปลี่ยนจากโรงเรียนมหาดเล็กเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือน รับนักเรียนชั้นเล็ก ชั้นกลาง ชั้นผู้ใหญ่ ครั้นมีนักเรียนมากขึ้นสภาพโรงเรียนได้เปลี่ยนแปลงไปตามลำดับ ในปี พ.ศ. 2436 ย้ายออกไปตั้งนอกพระบรมมหาราชวัง โดยแยกเป็นสองแห่งก่อน คือที่วัดมหาธาตุและวังหน้า ก่อนจะมารวมกันและย้ายมาอยู่ที่ถนนตรีเพชรในที่ตั้งปัจจุบัน

 

การสร้างอาคารเรียนแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2454 เป็นอาคารทรงยุโรป 2 ชั้น ขนานไปกับถนนตรีเพชร หลังคามุงด้วยกระเบื้องลอนสีอิฐ ภายในกั้นเป็นห้องๆ อาคารหลังนี้เรียกกันติดปากว่า "ตึกยาว" และปัจจุบันขึ้นทะเบียนกรมศิลปากรเป็นโบราณสถานของชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 และเป็นอาคารเรียนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

 

2.โรงเรียนวัดมหรรณพาราม — ก่อตั้ง พ.ศ. 2427

 

โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ เป็นโรงเรียนรัฐบาลในสังกัดสำนักงานเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ถือว่าเป็นโรงเรียนประถมศึกษาแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร ตั้งโรงเรียนขึ้นในปี พ.ศ. 2427

 

ความแตกต่างสำคัญระหว่างโรงเรียนสวนกุหลาบกับโรงเรียนวัดมหรรณพารามอยู่ตรงที่กลุ่มเป้าหมาย สวนกุหลาบเริ่มต้นจากการรับนักเรียนจากชนชั้นสูง แต่วัดมหรรณพารามมีเจตนาชัดเจนตั้งแต่แรกว่าจะเปิดให้ลูกหลานสามัญชนได้เรียนหนังสือ การเลือกวัดเป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนหลวงถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด เนื่องจากวัดเป็นศูนย์กลางชุมชน ราษฎรมีความคุ้นเคยและศรัทธาในวัดอยู่เดิม ทำให้การเปลี่ยนผ่านรูปแบบการเรียนรู้ทำได้ง่ายขึ้น

 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ ดังปรากฏในลายพระราชหัตถเลขาความตอนหนึ่งว่า "เจ้านายราชตระกูล ตั้งแต่ลูกฉันเป็นต้นไป จนถึงราษฎรที่ต่ำที่สุด จะได้มีโอกาสเล่าเรียนได้เสมอกัน ไม่ว่าเจ้า ว่าขุนนาง ว่าไพร่"

 

หลังจากนั้น โรงเรียนแห่งนี้ก็กลายเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนหลวงที่ตั้งขึ้นตามมณฑลต่างๆ ทั่วประเทศ โรงเรียนวัดมหรรณพารามถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนเทศบาล 22 (วัดมหรรณพ์)" ในปี พ.ศ. 2480 และเปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นชื่อเดิมอีกครั้งในปี 2556 ปัจจุบันโรงเรียนยังคงตั้งอยู่ที่วัดมหรรณพารามวรวิหาร ย่านเสาชิงช้า เขตพระนคร เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา และอยู่ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

 

3.โรงเรียนเทพศิรินทร์ — ก่อตั้ง พ.ศ. 2428

 

โรงเรียนเทพศิรินทร์เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่ได้รับการสถาปนาจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2428 โดยในช่วงแรกของการจัดตั้งโรงเรียนนั้น ได้อาศัยศาลาการเปรียญของวัดเทพศิรินทราวาสเป็นที่ทำการเรียนการสอน

 

ตั้งแต่เปิดวันแรก ความพิเศษของเทพศิรินทร์คือการที่มีวัดรองรับอยู่ด้านหลัง ทำให้ในช่วงแรกโรงเรียนแห่งนี้ค่อนข้างผสมผสานระหว่างการศึกษาสมัยใหม่กับบรรยากาศของวัด ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาและสร้างอาคารเรียนของตัวเอง ในช่วงปี พ.ศ. 2438 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ได้ทรงดำริที่จะสร้างตึกเรียนหลังแรกขึ้น โดยตึกนี้ออกแบบให้เป็นศิลปะแบบโกธิค ซึ่งถือว่าเป็นอาคารศิลปะโกธิคยุคแรกและมีที่เดียวในประเทศไทย โดยมีสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้านริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้ออกแบบ

 

ตึกโกธิคหลังนั้นกลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเทพศิรินทร์มาจนถึงทุกวันนี้ ตั้งตระหง่านเป็นพยานของเวลามากกว่าร้อยปี ท่ามกลางอาคารสมัยใหม่ที่ค่อยๆ เพิ่มเข้ามาในรั้วโรงเรียน

 

4.โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี — ก่อตั้ง พ.ศ. 2429

 

โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2429 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเริ่มจากใช้สถานที่ของวัดสัตตนารถปริวัตร เปิดสอนตั้งแต่ชั้นมูลถึงชั้นประถมศึกษา นับว่าเป็นหนึ่งในโรงเรียนรัฐที่เก่าแก่ที่สุดนอกกรุงเทพฯ และเป็นหลักฐานว่าการปฏิรูปการศึกษาในรัชกาลที่ 5 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในพระนครเท่านั้น

 

น่าสนใจที่ว่าโรงเรียนแห่งนี้มีชื่อเดิมก่อนที่จะได้รับพระราชทานนาม "เบญจมราชูทิศ" วันที่ 21 กันยายน 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาทรงทำพิธีเปิดโรงเรียนและพระราชทานนามว่า "โรงเรียนเบญจมราชูทิศ" แปลว่า อุทิศแด่พระราชาองค์ที่ 5 ซึ่งหมายถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นการสืบสานพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 5 ที่ทรงวางรากฐานโรงเรียนแห่งนี้ไว้

 

ตลอดช่วงเวลาร้อยกว่าปีที่ผ่านมา เบญจมราชูทิศ ราชบุรี เติบโตจากโรงเรียนเล็กๆ ในวัด มาสู่โรงเรียนประจำจังหวัดที่มีอาคารเรียน 7 ชั้นและขยายตัวรองรับนักเรียนหลายพันคน ชื่อ "เบญจมราชูทิศ" กลายเป็นตราสัญลักษณ์ที่โรงเรียนในหลายมณฑลทั่วประเทศได้รับพระราชทานในเวลาต่อมา มีการจัดสร้างขึ้น 6 แห่งใน 6 มณฑล ได้รับพระราชทานนามว่า "เบญจมราชูทิศ" ทั้งหมด

 

5.โรงเรียนวัดบวรนิเวศ — ก่อตั้ง พ.ศ. 2436

 

โรงเรียนวัดบวรนิเวศเป็นอีกหนึ่งสถาบันที่เกิดขึ้นในช่วงยุคปฏิรูปการศึกษาของรัชกาลที่ 5 ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งเป็นวัดสำคัญที่มีความเชื่อมโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นแฟ้น เพราะพระมหากษัตริย์หลายพระองค์เคยผนวชที่วัดแห่งนี้

 

การที่โรงเรียนตั้งอยู่ในวัดที่มีสถานะสูงส่งเช่นนี้ทำให้มีบรรยากาศที่แตกต่างออกไปจากโรงเรียนอื่นๆ ในยุคเดียวกัน มีทั้งการเรียนวิชาสามัญและการอบรมในแบบแผนของพระพุทธศาสนา การศึกษาในบริบทของวัดชั้นสูงช่วยให้นักเรียนได้รับการกล่อมเกลาทางจิตใจควบคู่ไปกับวิชาความรู้ด้วย

 

จากโรงเรียนเล็กๆ ในยุคปลายรัชกาลที่ 5 โรงเรียนวัดบวรนิเวศได้ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของการเป็นโรงเรียนในวัดที่มีความเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับประวัติศาสตร์พุทธศาสนาของไทย

 

6.โรงเรียนทวีธาภิเศก - ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2438

 

โรงเรียนทวีธาภิเศกนับเป็นโรงเรียนรัฐบาลที่มีอายุมากกว่า 120 ปี โรงเรียนนี้ตั้งอยู่ในเขตธนบุรี ซึ่งในอดีตเป็นอีกฝั่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่มีความสำคัญด้านการเมืองและเศรษฐกิจไม่แพ้ฝั่งพระนคร

 

ทวีธาภิเศกเริ่มต้นจากแนวคิดของรัฐบาลที่ต้องการให้ท่ามกลางเขตธนบุรีมี “โรงเรียนรัฐบาล” ที่ให้โอกาสเด็กหญิงและเด็กชายจากครอบครัวทั่วไปได้เรียนหนังสือในระดับมัธยม ไม่ต้องข้ามฟากมาเรียนในกรุงเทพฯ ทุกวัน โรงเรียนนี้อาจเริ่มต้นจากกลุ่มครูท้องถิ่น ข้าราชการ และผู้มีจิตอาสา ที่รวมกันจัดตั้งโรงเรียนเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายโครงสร้างเป็นรัฐบาลเต็มใบภายใต้การควบคุมของกรมวิสามัญและกระทรวงศึกษาธิการในเวลาต่อมา

 

ในช่วงแรก โรงเรียนทวีธาภิเศกเรียนแบบเรียบง่าย ใช้ห้องแถวไม้ ห้องประชุมกลางแจ้ง หรือห้องเรียนในวัดบ้าง นักเรียนเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิชาการทั่วไป คุณครูมักเป็นคนที่มีความรู้จากสถาบันการศึกษาอื่น ๆ มารับใช้ในชุมชน

 

7.โรงเรียนมหาวชิราวุธ (สงขลา) - ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2439

 

โรงเรียนมหาวชิราวุธ ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา นับเป็นหนึ่งในโรงเรียนรัฐบาลเก่าแก่ที่สุดในภาคใต้ โรงเรียนนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) และพระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา) ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ตั้งโรงเรียนขึ้นในเมืองสงขลา ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญของชายแดนใต้

 

ชื่อ “มหาวชิราวุธ” ถูกตั้งขึ้นตามพระนามเดิมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธฯ” โรงเรียนแห่งนี้มีจุดประสงค์ชัดเจนคือ ให้เป็น “โรงเรียนมหาดเล็กหลวง” สำหรับบุตรหลานของข้าราชการ ขุนนาง ผู้ดีเมือง และผู้มีฐานะในภาคใต้ ให้ได้รับการเรียนการสอนแบบโรงเรียนหลวงในพระนคร แต่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด

 

ในช่วงแรก โรงเรียนมหาวชิราวุธใช้แนวทางการสอนคล้ายกับโรงเรียนสวนกุหลาบ คือมีทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิชาการบ้านเมือง และมารยาท คุณครูส่วนใหญ่เป็นคนที่มีความรู้จากในกรุงเทพฯ หรือได้รับการอบรมจากระบบราชการ ทำให้โรงเรียนนี้กลายเป็น “โรงเรียนรัฐบาล” ที่มีมาตรฐานสูงในระดับภาคใต้ ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน

 

8.โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน - ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2440

 

โรงเรียนขอนแก่นวิทยายนเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งแรกของจังหวัดขอนแก่น และเป็นโรงเรียนรัฐบาลเก่าแก่ในภาคอีสาน โรงเรียนนี้เริ่มต้นจาก “โรงเรียนขอนแก่น (ชายล้วน)” และ “โรงเรียนวัดธาตุวิทยาคาร” ซึ่งเป็นโรงเรียนสองแห่งที่ดำเนินการสอนในตัวจังหวัด แล้วค่อย ๆ รวมกันเป็นโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนในเวลาต่อมา

 

ในช่วงแรก โรงเรียนขอนแก่นวิทยายนเรียนกันในตึกไม้หลังเล็ก ๆ ใช้ห้องแถวเก่า เป็นอาคารชั่วคราว ครูหลายคนเป็นคนท้องถิ่นที่มีความรู้จากภูมิภาคอื่น ๆ กลับมารับใช้บ้านเกิด นักเรียนส่วนมากเป็นคนในจังหวัดที่มีความต้องการเรียนเพิ่มเติม แต่ไม่อยากเดินทางไปเรียนไกลถึงกรุงเทพฯ โรงเรียนนี้จึงถูกมองว่าเป็น “ประตูสู่การศึกษา” สำหรับคนอีสาน

 

ภารกิจของโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนคือการสร้างผู้มีความรู้ที่สามารถกลับไปรับใช้ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นครู ข้าราชการ หรือนักธุรกิจเล็ก ๆ โรงเรียนนี้พยายามจัดหลักสูตรที่เน้นทั้งวิชาการและความรับผิดชอบต่อชุมชน ทำให้นักเรียนที่จบจากที่นี่มีบทบาทสำคัญในชีวิตของคนอีสานมาหลายรุ่น

 

9.โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช — ก่อตั้ง พ.ศ. 2441

 

ถ้าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรีเป็นหมุดหมายของการศึกษาในภาคกลาง ที่นครศรีธรรมราชก็มีเบญจมราชูทิศของตัวเองเช่นกัน โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราชก่อตั้งเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2441 และเดิมมีชื่อโรงเรียนว่า โรงเรียนสุขุมาภิบาลวิทยา ก่อนจะได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมาเป็นชื่อ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ เมื่อปี พ.ศ. 2460

 

เดิมโรงเรียนเบญจมราชูทิศเป็นโรงเรียนประจำมณฑลนครศรีธรรมราช ระยะแรกสอนโดยพระ เนื่องจากรัฐส่วนกลางในสมัยนั้นไม่ใคร่จะลงทุนด้านการศึกษาแก่ประชาชน จึงอาศัยวัดและพระช่วยสอน แต่กระนั้น เคล็ดวิชาที่เล่าเรียนกันก็เป็นเพียงประถมก กา และการคำนวณเลขเบื้องต้น สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาในหัวเมืองห่างไกลยังล้าหลังกว่าในกรุงเทพฯ อยู่หลายก้าว

 

จากโรงเรียนที่มีพระสอนในศาลาวัด ปัจจุบันเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช กลายเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ นักเรียนที่นี่คว้ารางวัลในระดับสากลมาแล้วหลายครั้ง อย่างที่ศุภวิชญ์ ลักษณะวิลาศ ได้รับเหรียญทอง อันดับ 1 ของโลก ในการแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โอลิมปิก ครั้งที่ 16 ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของโรงเรียนในต่างจังหวัดแห่งนี้

 

10.โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย — ก่อตั้ง พ.ศ. 2441

 

โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐบาลแห่งแรกของจังหวัดลำปาง และเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำจังหวัดที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดลำปาง มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการศึกษาแผนใหม่ในภูมิภาคล้านนาตะวันออก

 

โรงเรียนตั้งขึ้นเมื่อประมาณ ร.ศ. 117 (พ.ศ. 2441) ณ วัดพระแก้วดอนเต้า ซึ่งเป็นวัดสำคัญของเมืองลำปาง ก่อนที่จะย้ายที่ตั้งอีกหลายครั้งตามสภาพและโอกาส จนในที่สุดก็ได้รับพระราชทานนามอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2448 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธสยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จมาทรงเปิดโรงเรียนและพระราชทานนามโรงเรียนว่า "บุญวาทย์วิทยาลัย" ตามราชทินนามของเจ้าบุญวาทย์ฯ ผู้ครองนครเพื่อเป็นเกียรติยศแก่ท่าน

 

มีเรื่องเล่าที่ค่อนข้างน่ารักเกี่ยวกับชื่อโรงเรียน เพราะในพระราชนิพนธ์เรื่อง "ลิลิตพายัพ" ของพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงใช้พระนามแฝงว่า "หนานแก้วเมืองบูรพ์" ได้ทรงบันทึกเหตุการณ์วันนั้นไว้เป็นโคลงว่า "วันที่ซาวหกนั้น เสด็จไป ทรงเปิดโรงเรียนไทย ฤกษ์เช้า บุญวาทย์วิทยาลัย ขนานชื่อ ประทานนอ เป็นเกียรติยศแด่เจ้า ปกแคว้นลำปาง" ซึ่งนับเป็นหลักฐานทางวรรณคดีที่หาไม่ค่อยได้สำหรับการก่อตั้งโรงเรียน

 

บุญวาทย์วิทยาลัยเติบโตมาเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษที่มีนักเรียนกว่าสี่พันคน และยังคงยืนหยัดเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภาคเหนือมาจนถึงปัจจุบัน มีพลับพลาเก่าที่เคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์เมื่อครั้งเสด็จเยือนลำปาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะหาได้จากโรงเรียนแห่งใดในประเทศ

 

11.โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จันทบุรี — ก่อตั้ง พ.ศ. 2441

 

เช่นเดียวกับเบญจมราชูทิศในมณฑลอื่นๆ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จันทบุรี เริ่มต้นในยุคที่รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชประสงค์จะกระจายการศึกษาออกไปสู่หัวเมือง ชื่อโรงเรียนเบญจมราชูทิศมีความหมายว่า สร้างอุทิศแก่พระมหากษัตริย์องค์ที่ 5 ซึ่งก็คือรัชกาลที่ 5 นั่นเอง

 

จันทบุรีในยุคนั้นเป็นเมืองชายฝั่งที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เพราะฝรั่งเศสเพิ่งยึดครองอยู่ก่อนหน้าไม่นานนัก การมีโรงเรียนที่ดีในเมืองชายแดนจึงมีความหมายมากกว่าแค่การศึกษา แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าสยามมีความเป็นอารยประเทศที่สามารถจัดการตัวเองได้ด้วย

 

ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ยังคงเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดจันทบุรี ที่ผลิตนักเรียนรุ่นแล้วรุ่นเล่าออกไปรับใช้สังคม ชื่อ "เบญจมราชูทิศ" ที่รัชกาลที่ 6 พระราชทานยังคงปักอยู่บนป้ายโรงเรียนมาจนถึงวันนี้

เนื้อหาโดย: marketingtalk
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 55 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยคณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดสิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาตมีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แคมเปญสุดแปลก! ป้ายนักแสดง Netflix พรึ่บโค้งฟาร์มโชคชัย ชาวบ้านโอดหลอนช่วงกลางคืนเจาะลึก..อาชีพทำความสะอาดกระจก ตึก "เบิร์จ คาลิฟา" ตึกที่สูงที่สุดในโลกทรัมป์เรียกร้อง! ให้เปิดเผยความลับของมนุษย์ต่างดาว!เปิดตำนานเมนูสุดแปลก "Peanuts in Coke" วัฒนธรรมความอร่อยเกือบศตวรรษจากแดนใต้ของอเมริกาอาหารชนิดไหนช่วยลดไขมันชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่กินไฟมากที่สุด5อันดับรายได้แรงงานไทยและค่าครองชีพที่ญี่ปุ่น
ตั้งกระทู้ใหม่