20 คณะ “จบแล้วมีงานทำ” ตลาดแรงงานต้องการตัวสูง บางสาขาขาดคนหนักมาก!
เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านบทความเกี่ยวกับ “ทิศทางการเลือกเรียนของคนรุ่นใหม่” แล้วอดรู้สึกสะดุดใจไม่ได้ เพราะในยุคปัจจุบันนั้น การเลือกคณะเรียนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความชอบเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันโดยตรงกับ “โอกาสในการมีงานทำ” หลังเรียนจบด้วย
ทุกวันนี้หลายครอบครัวเริ่มตั้งคำถามกันมากขึ้นว่า เรียนอะไรดี จบแล้วไม่ตกงาน เพราะในความเป็นจริงแล้ว การมีปริญญาเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะมีงานทำเสมอไป หากสาขาที่เรียนไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
ในทางกลับกัน มีอยู่ไม่น้อย คณะและสาขาวิชาที่ตลาดแรงงานต้องการตัวสูง บางสายถึงขั้นขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสได้งานทำทันทีหลังเรียนจบ หรือบางแห่งถูกจองตัวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบเสียด้วยซ้ำ
สาเหตุสำคัญก็เพราะหลายสาขาเป็นงานเฉพาะทาง ต้องใช้ทักษะเฉพาะด้าน และมีการฝึกปฏิบัติจริง ทำให้ผู้ที่เรียนจบสามารถทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องฝึกใหม่มากนัก
วันนี้ผู้เขียนจึงขอรวบรวม 20 คณะและสาขาวิชาที่เรียนจบแล้วมีโอกาสได้งานสูง ซึ่งเป็นสาขาที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
1. คณะแพทยศาสตร์
อาชีพ: แพทย์ โรงพยาบาลรัฐและเอกชนต้องการจำนวนมาก
2. คณะพยาบาลศาสตร์
อาชีพ: พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลและสถานพยาบาลขาดแคลนทั่วประเทศ
3. คณะเภสัชศาสตร์
อาชีพ: เภสัชกร โรงพยาบาล ร้านยา และอุตสาหกรรมยา
4. คณะทันตแพทยศาสตร์
อาชีพ: ทันตแพทย์ คลินิกและโรงพยาบาลต้องการสูง
5. คณะวิศวกรรมศาสตร์
อาชีพ: วิศวกรในอุตสาหกรรม ก่อสร้าง พลังงาน และเทคโนโลยี
6. คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)
อาชีพ: โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ นักวิเคราะห์ระบบ
7. คณะวิศวกรรมซอฟต์แวร์
อาชีพ: Software Engineer ซึ่งเป็นสายที่ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมากในยุคดิจิทัล
8. คณะบัญชี
อาชีพ: นักบัญชี ผู้สอบบัญชี บริษัททุกแห่งต้องมี
9. คณะครุศาสตร์ / ศึกษาศาสตร์
อาชีพ: ครูในโรงเรียนของรัฐและเอกชน
10. คณะนิติศาสตร์
อาชีพ: ทนายความ ผู้พิพากษา อัยการ หรือที่ปรึกษากฎหมาย
11. คณะโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
อาชีพ: นักวางแผนการขนส่ง การจัดการคลังสินค้า
12. คณะการโรงแรมและการท่องเที่ยว
อาชีพ: โรงแรม สายการบิน และธุรกิจบริการ
13. คณะวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science)
อาชีพ: นักวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการสูงในธุรกิจยุคใหม่
14. คณะสาธารณสุขศาสตร์
อาชีพ: นักสาธารณสุข เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล
15. คณะสัตวแพทยศาสตร์
อาชีพ: สัตวแพทย์ คลินิกสัตว์ โรงพยาบาลสัตว์
16. คณะวิศวกรรมไฟฟ้า / อิเล็กทรอนิกส์
อาชีพ: วิศวกรระบบไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม
17. คณะเกษตรศาสตร์ (สาขาเกษตรสมัยใหม่)
อาชีพ: นักวิชาการเกษตร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม
18. คณะนิเทศศาสตร์ (สายดิจิทัลมีเดีย)
อาชีพ: นักสื่อสารการตลาดออนไลน์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์
19. คณะเทคนิคการแพทย์ / วิทยาศาสตร์การแพทย์
อาชีพ: นักเทคนิคการแพทย์ ห้องแล็บโรงพยาบาล
20. คณะอาชีวะสายช่าง (ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า ช่างอุตสาหกรรม)
อาชีพ: ช่างเทคนิคในโรงงานและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสายที่ตลาดแรงงานต้องการจำนวนมาก
กล่าวได้ว่า ในยุคที่เศรษฐกิจแข่งขันสูงเช่นปัจจุบัน การเลือกคณะเรียนจึงไม่ใช่เพียงการเลือก “สิ่งที่อยากเรียน” เท่านั้น แต่ต้องมองไกลไปถึง “สิ่งที่สังคมต้องการ” ด้วย
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การศึกษาที่ดีควรเป็นสะพานพาเราไปสู่การมีงานทำ มีรายได้ และสามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคง
ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทางการศึกษา จึงควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อให้การเรียนในวันนี้ กลายเป็นอนาคตที่มั่นคงในวันข้างหน้า
แหล่งที่มาของข้อมูล :
TruePlookpanya : สาขาอาชีพที่เรียนจบแล้วไม่ตกงาน
JobsDB Thailand : แนวโน้มสายอาชีพและตลาดแรงงาน
Campus-Star : สาขาวิชาที่ตลาดต้องการ
Thaiger : คณะยอดฮิตที่มีงานรองรับ
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
ทำไมผีเสื้อใช้เท้าชิมรสก่อนตัดสินใจว่าจะกินหรือวางไข่ตรงไหน
หลักฐานทางประวัติศาสตร์บอกอะไรเกี่ยวกับการมีตัวตนจริงของพระพุทธเจ้า
ยิ่งไถฟีดยิ่งรู้สึกล้มเหลวเพราะสมองเผลอเอาชีวิตคนอื่นมาเทียบกับตัวเอง
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
รหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569
กรอกใบ ตม. ไต้หวันออนไลน์ (TWAC) ทำยังไง ต้องกรอกก่อนบินกี่วัน
10 คู่ “อาหารและเครื่องดื่ม” ที่ไม่ควรกินคู่กัน เพราะอาจเป็นอันตราย
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ทำไมแม่ถึงฟังคำพูดไม่ชัดของลูกวัยเตาะแตะแล้วเข้าใจความหมายได้แม่นกว่าคนอื่น
หลักฐานทางประวัติศาสตร์บอกอะไรเกี่ยวกับการมีตัวตนจริงของพระพุทธเจ้า
ยิ่งไถฟีดยิ่งรู้สึกล้มเหลวเพราะสมองเผลอเอาชีวิตคนอื่นมาเทียบกับตัวเอง
ทำไมผีเสื้อใช้เท้าชิมรสก่อนตัดสินใจว่าจะกินหรือวางไข่ตรงไหน
ทำไมแม่ถึงฟังคำพูดไม่ชัดของลูกวัยเตาะแตะแล้วเข้าใจความหมายได้แม่นกว่าคนอื่น
ชีวิตไม่สมมาตรคือการเสี่ยงแบบพลาดแล้วไม่พังแต่สำเร็จแล้วเปิดทางได้ไกล
ทำไมลางสังหรณ์ของแม่เรื่องเพื่อนลูกถึงแม่นเหมือนมีตาทิพย์



