เรือขนน้ำมันมีขนาดใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับสิ่งของต่างๆ
เขียนโดย Mind Matter
เรือขนน้ำมันมีขนาดใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับสิ่งของต่างๆ
เรือขนน้ำมันของไทยมีขนาดใหญ่และมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะเรือที่ใช้ขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งมีขนาดแตกต่างกันไปตามประเภทของเรือและความต้องการใช้งาน ตัวอย่างเช่น เรือ VLCC (Very Large Crude Carrier) ซึ่งเป็นเรือขนน้ำมันขนาดใหญ่ที่สามารถบรรทุกน้ำมันได้ถึง 2 ล้านบาร์เรล หรือประมาณ 318 ล้านลิตร เรือประเภทนี้มีความยาวเฉลี่ยประมาณ 330 เมตร และกว้างประมาณ 60 เมตร ซึ่งใหญ่โตจนสามารถเปรียบเทียบกับสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ดังนี้:
ถ้าเปรียบเทียบกับรถยนต์ทั่วไปที่มีความยาวประมาณ 4.5 เมตร เรือ VLCC จะยาวเท่ากับรถยนต์ที่จอดเรียงกันถึง 73 คันต่อเนื่องกัน ส่วนความกว้างของเรือที่ประมาณ 60 เมตรนั้น กว้างกว่าถนน 4 เลนที่มีความกว้างเฉลี่ยประมาณ 15 เมตรถึง 4 เท่า เรือขนาดนี้จึงดูใหญ่โตเมื่อเทียบกับยานพาหนะที่เราเห็นในชีวิตประจำวัน
ในแง่ของเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ เช่น Boeing 747-8 ที่มีความยาวประมาณ 76.3 เมตร เรือ VLCC จะยาวกว่าถึง 4 เท่า และถ้านำเครื่องบินลำนี้มาต่อกัน 4 ลำ ก็ยังไม่เท่าความยาวของเรือขนน้ำมันลำเดียว นอกจากนี้ ความกว้างของเรือ VLCC ยังมากกว่าปีกของ Boeing 747-8 ซึ่งมีระยะปีกกว้างประมาณ 68 เมตรเล็กน้อย เรียกได้ว่าเรือขนน้ำมันขนาดใหญ่สามารถรองรับเครื่องบินลำใหญ่ได้หลายลำหากนำมาวางเรียงกันบนดาดฟ้า
ถ้าหันไปเปรียบเทียบกับสนามฟุตบอลมาตรฐานที่มีความยาวประมาณ 100-110 เมตร และความกว้างประมาณ 68 เมตร เรือ VLCC จะยาวกว่าสนามฟุตบอลถึง 3 สนามที่วางต่อกัน และความกว้างของเรือก็ใกล้เคียงกับความกว้างของสนามฟุตบอลหนึ่งสนามเต็ม ๆ การเดินจากหัวเรือไปท้ายเรือจึงอาจใช้เวลาหลายนาที
ในแง่ของตึกสูง หากเปรียบเทียบกับตึกระฟ้าในกรุงเทพฯ เช่น ตึกใบหยก 2 ที่มีความสูง 304 เมตร เรือ VLCC จะยาวกว่าตึกใบหยก 2 เล็กน้อย และถ้านำเรือไปวางตั้งในแนวตั้ง ก็จะสูงเกือบเท่าตึกระฟ้าชั้นนำในเมืองหลวง
นอกจากนี้ เรือขนน้ำมันของไทยยังมีขนาดเล็กกว่าประเภท VLCC เช่น เรือขนาด MR (Medium Range) ซึ่งมีความยาวประมาณ 180-200 เมตร และสามารถบรรทุกน้ำมันได้ประมาณ 300,000 บาร์เรล หรือประมาณ 47 ล้านลิตร เรือประเภทนี้มีขนาดเล็กกว่า VLCC แต่ก็ยังใหญ่โตเมื่อเทียบกับสิ่งปลูกสร้างทั่วไป เช่น ตึกสูง 60 ชั้นที่มีความสูงประมาณ 200 เมตร
ในด้านปริมาณน้ำมันที่บรรทุกได้ เรือ VLCC ที่บรรทุกน้ำมันเต็มลำสามารถเติมน้ำมันให้รถยนต์ขนาดกลางได้ถึง 1.43 ล้านคัน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอสำหรับการใช้งานของรถยนต์ในประเทศไทยเป็นเวลาหลายวัน หากเปรียบเทียบกับสระว่ายน้ำโอลิมปิกที่มีความจุประมาณ 2.5 ล้านลิตร เรือ VLCC สามารถบรรจุน้ำมันได้เทียบเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิกถึง 127 สระ
เรือขนน้ำมันขนาดใหญ่ของไทยจึงเป็นส่วนสำคัญในการขนส่งพลังงานที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน ขนาดที่ใหญ่โตของเรือเหล่านี้สะท้อนถึงความสามารถในการขนส่งน้ำมันในปริมาณมหาศาลในเที่ยวเดียว และยังเป็นตัวอย่างของความก้าวหน้าทางวิศวกรรมที่ช่วยให้การขนส่งพลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันในต่างประเทศ ตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดคือเรือ Knock Nevis หรือที่รู้จักกันในชื่อ Seawise Giant และ Jahre Viking ซึ่งเคยเป็นเรือขนน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความยาวของเรือลำนี้อยู่ที่ 458.45 เมตร ถ้านำรถยนต์ขนาดมาตรฐานที่มีความยาวประมาณ 4.5 เมตรมาต่อกัน จะต้องใช้รถถึงกว่า 100 คันจึงจะเทียบเท่าความยาวของเรือลำเดียวนี้ รถยนต์ที่เคยดูใหญ่โตในสายตา เมื่อเทียบกับเรือขนน้ำมันขนาดยักษ์แล้ว กลายเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ เท่านั้น.
ถ้าเปรียบกับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Boeing 747-8 ซึ่งมีความยาวประมาณ 76.3 เมตร หรือ Airbus A380 ที่ยาว 72.7 เมตร เรือ Knock Nevis ก็ยังยาวกว่าถึงหกเท่า กล่าวคือ ถ้านำเครื่องบินเหล่านี้มาต่อกันถึงหกลำ ก็ยังไม่เท่าความยาวของเรือขนน้ำมันลำเดียว. ส่วนสนามฟุตบอลมาตรฐานที่มีความยาวประมาณ 100-110 เมตร และความกว้างประมาณ 68 เมตร ความยาวของเรือ Knock Nevis เทียบเท่ากับสนามฟุตบอลที่วางต่อกันถึงสี่สนามครึ่ง ส่วนความกว้างของเรือก็ใกล้เคียงกับความกว้างของสนามฟุตบอลหนึ่งสนามเต็ม ๆ.
ถ้าหันไปมองตึกสูงอย่างหอไอเฟลที่สูง 330 เมตร หรืออาคาร Empire State Building ที่สูงถึง 443 เมตร ความยาวของเรือ Knock Nevis ยังยาวกว่าหอไอเฟล และเกือบเท่ากับความสูงของ Empire State Building เลยทีเดียว. หากนำเรือลำนี้ไปวางตั้งขึ้นในแนวตั้ง ก็จะสูงเกือบเท่าตึกระฟ้าในมหานครนิวยอร์ก
ในแง่ของความลึกหรือความสูงจากท้องเรือถึงดาดฟ้า เรือ Knock Nevis มีความลึกถึง 29.8 เมตร ซึ่งเทียบได้กับตึกสูงประมาณ 10 ชั้น ส่วนระยะกินน้ำหรือ draft ที่ 24.6 เมตร ก็สูงกว่าตึก 6 ชั้นอีกด้วย. ถ้าเปรียบกับสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างวาฬสีน้ำเงินที่ยาวประมาณ 30 เมตร เรือขนน้ำมันขนาดยักษ์ก็ยังยาวกว่าวาฬถึงสิบห้าตัวที่ว่ายเรียงกัน
น้ำหนักของเรือ Knock Nevis เมื่อบรรทุกเต็มที่อยู่ที่ 657,019 ตัน หรือเทียบเท่ากับน้ำหนักของรถยนต์ขนาดกลางกว่า 400,000 คัน ถ้าจอดรถยนต์เหล่านี้เรียงกันเป็นแถวยาว ก็จะได้แถวยาวหลายร้อยกิโลเมตร. ส่วนพื้นที่ดาดฟ้าของเรือมีขนาดถึง 31,541 ตารางเมตร หรือเทียบเท่ากับสนามฟุตบอลมาตรฐานถึงสี่สนามรวมกัน การเดินจากหัวเรือไปท้ายเรืออาจใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมง
ในแง่ของปริมาณน้ำมันที่บรรทุกได้ เรือ Knock Nevis สามารถขนน้ำมันได้มากกว่า 4.1 ล้านบาร์เรล หรือเทียบเท่ากับน้ำในสระว่ายน้ำโอลิมปิกมากกว่า 160 สระ ถ้าต้องการขนส่งน้ำมันปริมาณนี้ด้วยรถบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ ก็ต้องใช้รถบรรทุกนับหมื่นคันถึงจะขนได้หมดในเที่ยวเดียว
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
เกาะที่ไม่มีรถยนต์
รวมอาหารแห้งที่เก็บได้นาน เหมาะสำหรับตุนช่วงวิกฤต อยู่ได้หลายวัน ไม่ต้องออกจากบ้านบ่อย
สงกรานต์ ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทย
ส่องเทรนด์เลขเเม่น้ำหนึ่ง..16/4/69
ประเทศที่ร้อนที่สุดในโลก!!
เลือกใช้โหมดแอร์ให้ถูกวิธี ความต่างระหว่างโหมด Cool และ Dry ที่ช่วยให้บ้านเย็นสบายและประหยัดไฟ
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
ทำไมจบมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่โอกาสในการทำงานถึงไม่เท่ากัน?
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหาเงินไม่พอใช้ ทั้งที่มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นก่อน
เผยความลับ "แอร์โฮสเตส" บนเครื่องบิน..พวกเธอนอนพักกันที่ไหน ?
ค่าไฟเดือนละ 2,000 ติด "โซล่าร์เซลล์" คุ้มไหม? สรุปให้ชัดๆ ต้องกี่ปีคืนทุน หรือแค่ติดคูลๆ ตามกระแส?