หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คาง: ปริศนาบนใบหน้ามนุษย์

เขียนโดย ลูกสาวอบต

 

คาดว่าทุกคนคงไม่มีใครส่งสัยแน่นอนเลยว่าทำไมมนุษย์จึงเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่มีคาง มีคำอธิบายที่เป็นไปได้มากมาย แต่การวิจัยล่าสุดได้ให้ความกระจ่างใหม่เกี่ยวกับคำถามนี้ ...

โดยที่ คางมนุษย์ เป็นลักษณะทางกายวิภาคที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งวิวัฒนาการมาเพื่อเป็นโครงสร้างรองรับเมื่อใบหน้าและขากรรไกรมีขนาดเล็กลงในช่วงหลายแสนปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะแรงกดจากการเคี้ยว แต่น่าจะเป็นผลจากการที่มนุษย์เริ่มกินอาหารที่ปรุงสุก ทำให้อวัยวะส่วนล่างของใบหน้าลดรูปจนเกิดเป็นส่วนคางยื่นออกมาเพื่อเสริมความแข็งแรงของกระดูก 

คาง: ปริศนาบนใบหน้ามนุษย์
มนุษย์เรามักคิดว่าอวัยวะทุกส่วนในร่างกายถูกสร้างมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง แต่ "คาง" (Chin) กลับเป็นข้อยกเว้นที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์งงมานานหลายศตวรรษ เพราะในบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก มีเพียงมนุษย์ (Homo sapiens) เท่านั้นที่มีคาง แม้แต่ลิงชิมแปนซีหรือกอริลลาที่มีพันธุกรรมใกล้เคียงเราที่สุด ก็ไม่มีส่วนที่ยื่นออกมานี้

ทำไมเราถึงมีคาง? (ทฤษฎีในอดีต)
ในอดีต นักวิทยาศาสตร์พยายามหาเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมีคาง โดยมีสมมติฐานหลักๆ 3 ข้อ คือ

1.ช่วยในการเคี้ยว: คางช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับขากรรไกรเพื่อรองรับแรงกดมหาศาลขณะเคี้ยวอาหาร

2.ช่วยในการพูด: โครงสร้างคางช่วยปกป้องขากรรไกรจากแรงสั่นสะเทือนหรือกล้ามเนื้อที่ทำงานหนักขณะที่เราสื่อสารด้วยภาษาที่ซับซ้อน

3.การคัดเลือกทางเพศ: คางอาจเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแรงหรือความสวยงามที่ดึงดูดเพศตรงข้าม

4.ความจริงที่น่าประหลาดใจ: คางอาจ "ไม่มีประโยชน์" เลย จากงานวิจัยล่าสุด (รวมถึงความเห็นของ James Pampush จาก Duke University และ Noreen von Cramon-Taubadel จาก University at Buffalo) พบว่าทฤษฎีข้างต้นอาจผิดทั้งหมด

ไม่ใช่เพื่อการเคี้ยว: ผลการศึกษาพบว่าคางอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ช่วยรับแรงจากการเคี้ยวเลย หากต้องการรับแรงจริงๆ กระดูกควรจะหนาที่ด้านในขากรรไกร ไม่ใช่ด้านนอก

เป็นเพียง "ผลพลอยได้" (Spandrel): นักวิจัยส่วนใหญ่เริ่มเชื่อว่าคางไม่ได้วิวัฒนาการมาเพื่อทำหน้าที่อะไรโดยเฉพาะ แต่มันคือ "ผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ" จากวิวัฒนาการส่วนอื่น

คางเกิดขึ้นได้อย่างไร? คางเกิดขึ้นจากการที่ "ใบหน้าของมนุษย์เล็กลง" เมื่อเทียบกับบรรพบุรุษของเรา:

กะโหลกขยายใหญ่ขึ้น: เพื่อรองรับสมองที่ใหญ่ขึ้น ทำให้โครงสร้างกะโหลกเปลี่ยนไป

ฟันและขากรรไกรหดเล็กลง: เมื่อมนุษย์เริ่มรู้จักใช้ไฟประกอบอาหาร อาหารก็นิ่มลง เราจึงไม่ต้องใช้ฟันและขากรรไกรขนาดใหญ่ในการบดเคี้ยวอีกต่อไป

ส่วนที่เหลือ: เมื่อขากรรไกรหดสั้นลงไปทางด้านหลัง แต่ส่วนล่างของกระดูกขากรรไกร (Mandible) ไม่ได้หดตามไปในอัตราส่วนที่เท่ากัน ผลที่ได้คือกระดูกส่วนล่างสุดจึง "ยื่น" ออกมาจนกลายเป็นคางอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน


คางไม่ใช่การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด (Adaptation) แต่เป็น "ผลพลอยได้ทางโครงสร้าง" (Evolutionary byproduct) ที่เกิดจากการหดตัวของใบหน้าและการขยายตัวของสมอง มนุษย์จึงเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่มีคางเพียงเพราะเรามีใบหน้าที่ "แบนและสั้น" กว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ นั่นเอง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 439 ครั้ง
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ลูกสาวอบต วิเคราะห์ รวมทั้งสรุปเรื่องราว เรื่องแปลกหายากและเรื่องทั่วไปให้เข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ลูกสาวอบต
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”ส่องแนวทางเลขดัง 3 สำนัก งวด 1 มิถุนายน 2569 เลขเด่นชุดไหนถูกพูดถึงมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทยรายได้ข้าราชการทหารของไทย“ตำนานกลางลาดพร้าว! โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา จากอาคารเรียนสุดล้ำ สู่ห้างใหญ่ในความทรงจำ”จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จักสะพานวงกลมที่คนทั้งโลกงง… ทำไมไม่สร้างตรงๆ ให้จบ?สูตรคำนวณงวด 1/6/69มหาวิทยาลัยที่มีรถไฟผ่านใกล้ที่สุด"Caño Cristales" มหัศจรรย์แม่น้ำ 5 สีที่สวยที่สุดในโลกถนนสายหลักที่ชาวอีสานใช้เดินทางมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เคยสงสัยไหม? ทำไม “เบาะรถเมล์” หลายประเทศต้องใช้ลายมั่วๆ แปลกตา ทั้งที่สีเรียบๆ ก็ดูสะอาดกว่า5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ7 ขนมไทยโบราณ ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น แทบไม่เคยได้ยินชื่อจากครรภ์เสี่ยงสูงสู่รอยยิ้มแห่งความสำเร็จ แฝด 4 ที่อุบลราชธานี”นมเปรี้ยวนมถั่วเหลืองมะม่วง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เห็ดลิ้นแฮดคอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลกเคยสงสัยไหม? ทำไม “ตู้โทรศัพท์สาธารณะ TOT” สมัยก่อน ต้องเป็นกระจกแค่ครึ่งบน?เคยสงสัยไหม? ทำไม “เบาะรถเมล์” หลายประเทศต้องใช้ลายมั่วๆ แปลกตา ทั้งที่สีเรียบๆ ก็ดูสะอาดกว่า
ตั้งกระทู้ใหม่