หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

อันตราย! เคี้ยวข้าวป้อนหลาน พฤติกรรมเสี่ยงส่งต่อ 5 โรคร้ายผ่านน้ำลายที่ปู่ย่าตายายต้องระวัง

เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล

การเลี้ยงลูกหลานด้วยความรักเป็นเรื่องที่ดี แต่พฤติกรรมความเชื่อแบบเดิมๆ อย่างการ "เคี้ยวข้าวป้อนหลาน" หรือการเคี้ยวอาหารจนละเอียดแล้วคายออกมาให้เด็กรับประทาน กำลังกลายเป็นภัยเงียบที่ทำร้ายสุขภาพเด็กอย่างรุนแรง แพทย์เตือนน้ำลายผู้ใหญ่คือแหล่งสะสมเชื้อโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กเล็กยังไม่พร้อมรับมือ

ดราม่าโซเชียล: เมื่อความหวังดีกลายเป็นความเสี่ยงทางสุขอนามัย

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อคุณแม่ชาวไต้หวันรายหนึ่งโพสต์ระบายความอัดอั้น หลังจากที่พ่อปู่และแม่ย่าใช้วิธีเคี้ยวอาหารในปากตัวเองจนเละแล้วป้อนให้หลาน เพราะกลัวหลานจะเคี้ยวไม่ได้หรือสำลัก แม้จะพยายามคัดค้านแต่กลับถูกตำหนิว่า "เรื่องมาก"

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว นพ. อู๋ ฮั่นเหมิง กุมารแพทย์ชื่อดัง ได้ยกเคสอุทาหรณ์ของเด็กหญิงวัย 1 ขวบ ที่มีอาการไข้สูงและปากเปื่อยอักเสบรุนแรง ตรวจพบว่าติดเชื้อ โรคเริมในช่องปาก (Herpetic Gingivostomatitis) สาเหตุเพียงเพราะคุณย่าเคี้ยวไก่ทอดป้อนให้หลานด้วยความเอ็นดู

5 โรคติดต่อทางน้ำลาย ที่แฝงมากับการเคี้ยวข้าวป้อนเด็ก

น้ำลายของผู้ใหญ่ประกอบด้วยแบคทีเรียและไวรัสมากมาย ซึ่งหากส่งต่อสู่เด็กเล็กผ่านอาหาร อาจทำให้เกิดโรคอันตราย ดังนี้:

  1. โรคเริมในช่องปาก (Herpes Simplex Virus): ทำให้เด็กมีไข้สูง ปากเปื่อยเป็นแผลพุพอง เจ็บปวดจนทานอาหารไม่ได้

  2. เชื้อไวรัส EB (Epstein-Barr Virus): หรือ "โรคจูบ" (Kissing Disease) นำไปสู่ภาวะต่อมทอนซิลอักเสบ บวมโต และมีหนอง

  3. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza): เชื้อไวรัสแพร่กระจายผ่านละอองน้ำลายได้ง่าย เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดบวม

  4. โรคมือ เท้า ปาก (Enterovirus): โรคยอดฮิตในเด็กที่ติดต่อผ่านการสัมผัสและน้ำลาย ทำให้เกิดตุ่มน้ำและแผลในปาก

  5. โรคทางเดินอาหารและฟันผุ: เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ฟันผุในผู้ใหญ่ สามารถส่งต่อผ่านน้ำลายไปทำลายสุขภาพฟันของเด็กได้เช่นกัน

แนวทางแก้ไข: เลี้ยงหลานยุคใหม่ ปลอดภัยไกลเชื้อโรค

เพื่อป้องกันอันตรายจากการป้อนอาหารเด็ก พ่อแม่และผู้ปกครองควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังนี้:

  • ใช้อุปกรณ์ช่วยบด: ใช้กรรไกรตัดอาหาร เครื่องปั่น หรือที่บดอาหารสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

  • แยกภาชนะ: ไม่ควรใช้ช้อนส้อมคันเดียวกัน หรือใช้ปากเป่าอาหารที่ร้อนเกินไปใกล้ๆ ชามเด็ก

  • ฝึกทักษะการเคี้ยว: ให้อาหารตามวัย (Complementary Foods) ที่เหมาะสมเพื่อให้เด็กได้ฝึกกล้ามเนื้อปากอย่างปลอดภัย

สรุป: ความรักที่แท้จริงคือการมอบสุขอนามัยที่ดีให้แก่ลูกหลาน การเลิกพฤติกรรม เคี้ยวข้าวป้อนเด็ก คือก้าวสำคัญที่ช่วยปกป้องเด็กๆ จากโรคร้ายที่คาดไม่ถึง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
มะม่วงแอปเปิ้ล's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 124 ครั้ง
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
นักเขียนสายไวรัลและไลฟ์สไตล์ นำเสนอข่าวและเรื่องใกล้ตัวในมุมที่คนคาดไม่ถึง เล่าเรื่องเข้าใจง่าย กระชับ และชวนคิดต่อ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ทำรายได้รวมมากถึง 200 ล้านบาทหนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก5 มหาลัยไทยที่สอบเข้าอยากที่สุดในไทย บางสาขาคนสมัครเป็นพัน แต่รับเพียงหลักสิบนมข้นหวานแท้จริงแล้วมันทำมาจากอะไรเปิด 10 จังหวัดประชากรเพิ่มขึ้น สวนทางภาพรวมเด็กเกิดน้อย3 นกมงคลตามความเชื่อโบราณ พร้อมเหตุผลทางธรรมชาติที่นกบินมาเกาะบ้านม้าสีหมอก ปะทะ ฟ้าลิขิต เปิดเลขเด่นคนละทาง เทียบ 6 ตัววงกลม พร้อมชุดบน-ล่าง งวด 16 พ.ย. 69ปฏิทินจีน งวด 16 พ.ย. 69 เผยเลขเด่น 426 จัดชุดสลับ 2 ตัว 3 ตัว ครบทุกตำแหน่ง3 อำเภอของประเทศไทย ที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัดใหม่เรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลก มหานครลอยน้ำกลางมหาสมุทร5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากมากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา?12 ถนนและซอยชื่อแปลกๆ ในกรุงเทพฯ
ดู Hot Topic ทั้งหมด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
เมืองร้างกลางป่าลึก สถานที่ลึกลับที่มีอยู่จริงบนโลกผู้เชี่ยวชาญเผย 3 กฎทองสำหรับการจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าลวดลายมัดหมี่ที่เรานั้นเจอที่ยี่ปุ่น เหมือนผ้ามัดย้อมบ้านเรา สวยมีวัฒนธรรมงดงาม สงบนิ่ง พระพุทธรูปแม้ว่าจะเป็นเพียงตัวแทนทางศาสนาแต่คุณค่าทางใจไม่ได้ลดลง
ตั้งกระทู้ใหม่