รีวิวหนังดัง THE EQUALIZER มัจจุราชไร้เงา
พบกับนักฆ่าคนใหม่ที่ไม่ใช่คนหัวรุนแรง แต่เป็นคนพิทักษ์คุณธรรมที่ให้โอกาสคนทำผิดเสมอ แต่เมื่อคนผิดไม่สำนึก เขาจะใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือตัดสิน ผลงานการกำกับของ Antoine Fuqua ที่ดัดแปลงเนื้อเรื่องจาก Series ชื่อดังอย่าง THE EQUALIZER
เรื่องย่อ
Robert McCall ลุงผิวสีใช้ชีวิตทำงานหลังเกษียณที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์สร้างบ้าน เขาเข้าร้านกาแฟทุกเย็นและทักทายผู้คนอย่างเป็นมิตร ช่วยเหลือคนรอบข้างที่ไม่ได้รับความยุติธรรม หรือถูกรังแกข่มเหงจากคนมีอำนาจ
วันหนึ่งเขาเลือกที่จะช่วย Teri หญิงสาวค้าประเวณีที่ระยะหลังถูกซ้อมทุบตีจนอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ McCall อยากไถ่ตัวเธอออกจากวงจรอุบาทว์ แต่เงินที่เขาใช้มันยังไม่มากพอ นั่นทำให้ McCall หมดความอดทน ฆ่าหัวหน้าและลูกน้องคุมร้าน ตายอย่างเงียบๆในห้องพักส่วนตัว
Teddy หัวหน้าคุมงานแก๊งมาเฟียรัสเซียจึงต้องเข้ามาสืบหาสาเหตุการตายของคนกลุ่มนี้ เพื่อไม่ให้กิจการหยุดชะงักจึงต้องมีคนสานงานต่อ Teddy สืบจนรู้ว่าคนลงมือคือ Robert McCall
McCall ต่อกรกับคนพวกนี้ได้ยากขึ้นเรื่อยๆจนเขาต้องปรึกษากับ Susan Plummer อดีตเพื่อนร่วมงานใน CIA จนกระทั่งได้รู้ว่าคนพวกนี้เป็นมาเฟียรัสเซียฝีมือระดับพระกาฬ จะรอดเงื้อมมือพวกนี้ได้ต้องกวาดล้างพวกมันยกแก๊งเท่านั้น
ความชื่นชอบและประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์
1.หนังถ่ายทอดในมุมของวิถีชีวิตกับการใช้ความรุนแรงได้ดี สามารถบาลานซ์สองสิ่งที่แตกต่างให้เข้ากันได้อย่างลงตัว ในแง่มุมของพระเอกที่รักสันติ อยากเห็นที่ดีขึ้นโดยไม่มีเหยื่อถูกรังแก แต่ก็ตระหนักถึงความจริงที่ว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคนเลวได้อย่างที่เราต้องการให้มันเป็น
2.ฉาก Action ก็ทำถึง เรียกว่าประทับใจคอหนังหลายคนจนโลกโซเชียลขนานนามว่า Robert McCall คือนักฆ่าโฮมโปร (พระเอกทำงานในร้านจำหน่ายอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านในช่วงเกษียณ) แถมหลายฉากก็ไม่ได้สู้แบบระเบิดภูเขาเผากระท่อมแต่อย่างใด แต่หนังพาคนดูลุ้นไปกับการตัดสินใจลงมือแต่ละครั้งของพระเอก โดยเฉพาะการจับเวลาในการลงมือ และนี่คืออีกฉายาที่เรียกเขาว่านักฆ่าจับเวลาตาย
3.Denzel Washington แสดงดี ทำถึงหลายฉาก แม้ว่าเราจะเคยเห็นในมาดแบบนี้มาแล้วในเรื่องอื่นๆ เช่น Man on Fire (2004) และ Training Day (2001) แต่มันก็ไม่น่าจดจำเท่า The Equalizer นักฆ่าวัยเกษียณที่ใช้ทักษะเก่าของเขาให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม หนังถูกใจแฟนหนังจนได้ไปต่อถึง 3 ภาค
4.อีกคนที่โกงได้ใจและมาดเท่ถูกใจครีเอเตอร์คือ Marton Csokas ที่รับบทเป็น Teddy หัวหน้าคุมแก๊งมาเฟียตามคำสั่งจากผู้ใหญ่อีกที เขาคนนี้เล่นได้ดี และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เคยเห็นจากหนังเรื่องอื่นๆ
5.เสียงดนตรีประกอบเข้ากับอารมณ์ของหนังมาก ฟังแล้วอินไปกับบริบทของเรื่อง ต้องขอคารวะในฝีมือการประพันธ์ของ Harry Gregson-Williams ที่รังสรรค์เพลงประกอบ Soundtrack ที่ดีแบบนี้
6.โดยสรุป THE EQUALIZER อาจไม่ใช่หนังที่เหมาะกับคอหนัง Action 100% เพราะไม่ใช่หนังบู๊แบบสะใจ แต่เป็นหนังที่พยายามถ่ายทอดในแง่ของศีลธรรมและความดิบเถื่อนของผู้คน ทำให้ครีเอเตอร์รู้สึกว่ามันมีมิติที่แปลกและน่าติดตาม แถมไม่น่าเบื่อแต่อย่างใด
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
อีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน
"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลา
ชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคน
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด








