12 ผักผลไม้ “สารเคมีตกค้างสูงสุด” ปี 2569
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหาร ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่อง “สารเคมีและยาฆ่าแมลงตกค้างในผักผลไม้” ที่หลายคนรับประทานกันอยู่ทุกวันโดยไม่ทันสังเกต
รายงานล่าสุดจาก Environmental Working Group หรือ EWG องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่รายงาน คู่มือเลือกซื้อผักผลไม้ประจำปี 2026 ซึ่งอ้างอิงข้อมูลการตรวจสอบจาก United States Department of Agriculture หรือ USDA โดยผลการวิเคราะห์พบว่า ผักผลไม้จำนวนมากยังคงมีสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง แม้จะผ่านการล้างและเตรียมจำหน่ายแล้วก็ตาม
ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า กว่า 75% ของตัวอย่างผักผลไม้ทั่วไปที่ไม่ใช่ออร์แกนิก พบสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างอย่างน้อยหนึ่งชนิด และบางชนิดพบหลายสารในผลผลิตเดียว ซึ่งสารเหล่านี้อาจมีความเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการคลอดก่อนกำหนด ความผิดปกติแต่กำเนิด การแท้งบุตร ไปจนถึงความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและมะเร็งบางชนิด
จากการจัดอันดับของ EWG ได้เปิดเผยรายชื่อ 12 ผักผลไม้ที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุดในปี 2026 ซึ่งถูกเรียกว่า “Dirty Dozen” หรือกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่
ผักโขมฝรั่ง หรือปวยเล้ง
ผักเคล ผักกาดเขียว และผักกาดเขียวปลี
สตรอว์เบอร์รี
องุ่น
เนกเตอรีน
ลูกพีช
เชอร์รี
แอปเปิล
แบล็กเบอร์รี
ลูกแพร์
มันฝรั่ง
บลูเบอร์รี
สิ่งที่ทำให้หลายคนประหลาดใจก็คือ อันดับหนึ่งอย่างผักโขมฝรั่ง กลับเป็นผักที่ได้รับการยกย่องว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก เพราะเพียง 100 กรัม ก็มีวิตามินเคสูงถึง 327 ไมโครกรัม ซึ่งช่วยเสริมสร้างกระดูก ลดการเกิดหินปูนในหลอดเลือด และช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็งตัว
นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ใยอาหาร และไนเตรตตามธรรมชาติ ที่ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ลดความดันโลหิต และช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทั้ง World Health Organization และ American Heart Association ต่างแนะนำให้รับประทานผักใบเขียวชนิดนี้เป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม รายงานเดียวกันยังได้เผยรายชื่อ 15 ผักผลไม้ที่พบสารตกค้างน้อยที่สุด หรือที่เรียกว่า “Clean Fifteen” ซึ่งถือว่าปลอดภัยกว่ากลุ่มแรก ได้แก่ สับปะรด ข้าวโพดหวาน อะโวคาโด มะละกอ หัวหอม ถั่วลันเตา หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก แตงโม มะม่วง กล้วย แครอท เห็ด และกีวี
ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำด้วยว่า แม้ผักผลไม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ การล้างทำความสะอาดก่อนรับประทานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การล้างด้วยน้ำสะอาดสามารถช่วยลดคราบดิน แบคทีเรีย และสารเคมีตกค้างได้ในระดับหนึ่ง
แม้จะไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้มาก
ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกรับประทานผักผลไม้ชนิดใด การเลือกแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ และล้างให้สะอาดก่อนบริโภค ยังคงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลสุขภาพของเราได้ดีที่สุดในระยะยาว
Environmental Working Group (EWG), United States Department of Agriculture (USDA), World Health Organization (WHO), American Heart Association (AHA)
🔗 อ้างอิง:
https://www.ewg.org/foodnews/dirty-dozen.php
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
5 ท่าสัมผัสละลายใจ สร้างสายใยรักให้แน่นแฟ้น
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มี ‘อำเภอเมือง
มาดูอันดับความหล่อในเอเชีย หนุ่มไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?
เงิน 1 ล้าน ใช้ได้กี่ปีในไทย
เปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงิน
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
เปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”
โรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุด
ทรัมป์ประกาศเก็บภาษียานำเข้า 100% ปรับกติกาโลหะใหม่
สหรัฐฯ เพิ่มงบกลาโหมแตะ 1.5 ล้านล้าน สูงสุดหลังสงครามโลก
กิล่ามอนสเตอร์ สัตว์ทะเลทรายมีพิษ ซ่อนคุณค่าทางการแพทย์
ทรัมป์ประกาศเก็บภาษียานำเข้า 100% ปรับกติกาโลหะใหม่
เปิดราคาน้ำมันล่าสุด 3 เม.ย. 2569
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
7 ปลาทะเลลึกหน้าตาประหลาด น่ากลัวที่สุดในโลก
เปิดรายได้ เจ้าของล้งผลไม้ รายได้หลักมาจากอะไร




