ย้อนวิกฤตการณ์น้ำมันในช่วงทศวรรษ 1970 กับการใช้น้ำมันเป็นอาวุธ
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวิกฤตการณ์น้ำมันในทศวรรษ 1970 เกิดขึ้น ซึ่งมีบทเรียนที่สามารถนำมาใช้กับเศรษฐกิจในปัจจุบันได้
วิกฤตการณ์น้ำมันในช่วงทศวรรษ 1970 (1970s Oil Shock) ถือเป็นเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เพราะมันเปลี่ยนวิธีที่โลกมอง พลังงาน และ การเมืองระหว่างประเทศ ไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่ 1 (ปี 1973) การใช้น้ำมันเป็นอาวุธ และ วิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่ 2 (ปี 1979): การปฏิวัติในอิหร่าน
วิกฤตการณ์น้ำมันช่วงทศวรรษ 1970 เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีบทเรียนอะไรสำหรับเศรษฐกิจในปัจจุบัน จากเว็บไซต์ The Conversation เขียนโดย Laura Panza รองศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น
โดยบทความนี้เปรียบเทียบวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งใหญ่ในอดีต (ปี 1973) กับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน โดยชี้ให้เห็นว่าผลกระทบที่รุนแรงในตอนนั้นไม่ได้เกิดจากแค่การคว่ำบาตรน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปราะบางในขณะนั้นด้วย
1. ปัจจัยที่ทำให้วิกฤตปี 1970 รุนแรง
การสูญเสียอำนาจการผลิตของสหรัฐฯ: ก่อนปี 1970 สหรัฐฯ เคยเป็นผู้ผลิตน้ำมันสำรองของโลก แต่ในปี 1972 การผลิตของสหรัฐฯ ถึงจุดสูงสุดและเริ่มลดลง ทำให้โลกขาด "ตัวช่วย" เมื่อซัพพลายน้ำมันจากที่อื่นขาดหายไป
การรวมตัวของ OPEC: ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางเริ่มรวมกลุ่มกันผ่าน OPEC ทำให้มีอำนาจในการกำหนดราคาและใช้ทรัพยากรเป็นเครื่องมือทางการเมือง
ระบบการเงินโลกล่มสลาย: ระบบ Bretton Woods (ที่ผูกค่าเงินดอลลาร์ไว้กับทองคำ) ล่มสลายในปี 1971 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นก่อนที่วิกฤตน้ำมันจะเริ่มขึ้นเสียอีก
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ก่อนปี 1970 สะท้อนราคาน้ำมันดิบเพนซิลเวเนีย/สหรัฐฯ
2. ผลกระทบที่เกิดขึ้น
ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงทำให้ต้นทุนทุกอย่างเพิ่มขึ้น ทั้งการขนส่งและค่าไฟฟ้า นำไปสู่ภาวะที่เศรษฐกิจชะงักงันแต่เงินเฟ้อกลับสูงขึ้น (Stagflation) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่จัดการได้ยากมากสำหรับธนาคารกลาง
การปรับตัวของประเทศต่างๆ:
เนเธอร์แลนด์: หันมาสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจักรยานจนกลายเป็นเอกลักษณ์ถึงปัจจุบัน
ฝรั่งเศส: เร่งสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์อย่างขนานใหญ่เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน
ในเดือนมิถุนายน ปี 1973 เจ้าของปั๊มน้ำมันแจ้งลูกค้าว่าน้ำมันหมดแล้ว
3. บทเรียนสำหรับปัจจุบัน
-ความซับซ้อนของตลาด: บทความเตือนว่าการตัดสินใจที่รุนแรงของรัฐบาลในช่วงวิกฤต (เช่น การควบคุมราคาหรือการอุดหนุนแบบสุดตัว) อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษในแบบที่คาดไม่ถึง
-การพึ่งพากันทั่วโลก: ในเศรษฐกิจที่โลกาภิวัตน์ ความเจ็บปวดจากภาวะซัพพลายช็อก (Supply Shock) จะถูกแบ่งปันไปทั่วโลก ไม่มีประเทศใดรอดพ้นได้เพียงลำพัง
-โอกาสในการเปลี่ยนผ่าน: วิกฤตเป็นตัวเร่งให้เกิดการประหยัดพลังงานและการหาแหล่งพลังงานทางเลือก เช่นเดียวกับในอดีตที่นำไปสู่พลังงานนิวเคลียร์และเทคโนโลยีประหยัดน้ำมัน
แม้ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกจะมีการเตรียมพร้อมที่ดีขึ้น มีการกระจายแหล่งพลังงานมากขึ้น แต่ความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น สงครามในยูเครนหรือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้ หากเราไม่เรียนรู้ที่จะปรับตัวอย่างยั่งยืนแทนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
แนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
จังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุด
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
เปิดรายชื่อโรงเรียนวัดชื่อดัง คุณภาพเด่นไม่แพ้เอกชน
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ที่อยู่ในทวีปแอฟริกา
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
(หยิบดูด่วน) ทำไมแผงยาต้องมี 'ช่องว่าง' เกินความจำเป็น? ความลับที่คนเกลียดความยุ่งยากต้องรู้ก่อนทิ้งกล่อง!
5 ตึกที่หรูหราและมีความสูงมากที่สุดใน ภาคตะวันออก ของประเทศไทย
ใช้กุญแจมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ทำไมลูกกุญแจต้องมี 'ร่อง' ไม่เท่ากัน? ร่องพวกนี้บอกอะไรเรามากกว่าแค่เปิดประตู
รอน วีสลีย์ แผลในใจวัยเด็กกับ "พี่น้องแกล้งกัน"


