หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รู้จักกองเรือบรรทุกน้ำมันไทย ขนเที่ยวเดียว 1 ล้านบาร์เรล เติมรถเก๋งได้ 1.43 ล้านคัน

เขียนโดย Mind Matter

กองเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ของไทยอยู่ภายใต้เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าน้ำมันดิบสู่โรงกลั่นของไทยประกอบด้วยหน่วยงานหลักหลายแห่ง ได้แก่ กลุ่ม “ปตท.” ซึ่งมีบริษัทลูกอย่าง “ไทยออยล์” ที่โรงกลั่นศรีราชาเป็นศูนย์รับน้ำมันดิบหลัก “บางจาก คอร์ปอเรชั่น” โดยโรงกลั่น “บางจาก ศรีราชา” เพิ่งเปิดท่าเทียบเรือสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) และต้อนรับเรือ “MT Advantage Vital” ที่ขนส่งน้ำมันดิบมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลในเที่ยวเดียว

 

นอกจากนี้ยังมี “ไออาร์พีซี” “พีทีที โกลบอล เคมิคอล” และ “เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต” ซึ่งดูแลแหล่งกักเก็บลอยน้ำ “เบญจมาศ 2” ที่บรรจุน้ำมันดิบประมาณ 400,000 บาร์เรล ขณะที่กองเรือสินค้าแห้งของไทยอย่าง “พรีเชียส ชิพปิ้ง” และ “โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์” ถือเป็นแกนของธุรกิจเดินเรือไทยแม้จะเน้นสินค้าเทกองมากกว่าเรือบรรทุกน้ำมันก็ตาม

 

สำหรับเรือที่เข้ามาเทียบท่าของไทยโดยตรงมักเป็นเรือประเภท VLCC ขนาดระวางบรรทุกประมาณ 300,000 เดทเวทตัน สามารถบรรทุกน้ำมันดิบราว 2 ล้านบาร์เรล เทียบเท่าปริมาณประมาณ 318 ล้านลิตรต่อเที่ยว ส่วนเรือระดับ Suezmax ที่มักใช้ในเส้นทางอ่าวเปอร์เซียสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้บรรทุกได้ราว 1 ล้านบาร์เรล หรือประมาณ 159 ล้านลิตร ส่วนเรือ Aframax ที่เข้ามายังท่าเรือแหลมฉบังหรือมาบตาพุดบรรจุได้ราว 600,000 ถึง 800,000 บาร์เรล

 

เมื่อเรือออกจากท่าโหลดหลักอย่าง “Ras Tanura” ในซาอุดีอาระเบียหรือท่าเทียบเรือของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เส้นทางเดินเรือต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดคับขันด้านภูมิรัฐศาสตร์ จากนั้นแล่นผ่านทะเลอาหรับเข้าสู่มหาสมุทรอินเดีย ผ่านช่องแคบมะละกาซึ่งมีการจราจรหนาแน่นและเสี่ยงต่อการโจรกรรมทางทะเล ก่อนเข้าสู่อ่าวไทยเพื่อมุ่งหน้าไปยังท่าเทียบเรือของโรงกลั่นศรีราชาหรือมาบตาพุด ระยะทางรวมประมาณ 3,500 ถึง 4,000 ไมล์ทะเล หากใช้ความเร็วในการเดินเรือประมาณ 13 ถึง 15 นอต จะใช้เวลาประมาณ 12 ถึง 18 วัน ขึ้นกับสภาพอากาศฤดูมรสุมและการรอคิวผ่านช่องแคบมะละกา

 

บางครั้งเรือ VLCC ที่มีกินน้ำลึกเกินกว่าท่าเรือไทยต้องทำ lightering ถ่ายโอนน้ำมันดิบส่วนหนึ่งสู่เรือขนาดเล็กกว่าเพื่อลดระดับกินน้ำก่อนเทียบท่า และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด AIS การตรวจสอบของกรมเจ้าท่า รวมถึงการตรวจของกรมศุลกากรเพื่อป้องกันการลักลอบขนส่ง อุปสรรคสำคัญระหว่างทางจึงประกอบด้วยความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ความแออัดของช่องแคบมะละกา สภาพอากาศแปรปรวนในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงข้อจำกัดด้านความลึกของร่องน้ำท่าเรือศรีราชาและมาบตาพุด

 

เมื่อเรือถ่ายน้ำมันดิบเข้าสู่คลังแล้ว โรงกลั่นจะนำน้ำมันดิบเข้าสู่กระบวนการกลั่นซึ่งให้ผลผลิตเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด โดยทั่วไปน้ำมันดิบหนึ่งบาร์เรลให้ปริมาณผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปราว 159 ลิตร แต่หลังผ่านกระบวนการกลั่นจะได้ส่วนที่ใช้งานได้ประมาณ 85 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของปริมาตรเริ่มต้น

 

หากคิดจากเรือ VLCC ที่บรรทุก 2 ล้านบาร์เรล ปริมาตรเริ่มต้นคือประมาณ 318 ล้านลิตร เมื่อกลั่นแล้วจะได้ผลิตภัณฑ์รวมประมาณ 270 ถึง 286 ล้านลิตร โดยสัดส่วนทั่วไปของโรงกลั่นในภูมิภาคเอเชียให้เบนซินประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ ดีเซลประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ น้ำมันเครื่องบินและส่วนอื่นอีกราว 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจากเที่ยวเรือเดียวจะได้เบนซินประมาณ 143 ล้านลิตร ดีเซลประมาณ 95 ล้านลิตร และส่วนที่เหลือเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

 

หากนำเบนซินจำนวนดังกล่าวไปเติมรถเก๋งที่ใช้ถังน้ำมันเฉลี่ย 50 ลิตร จะเติมได้ประมาณ 2.86 ล้านคัน ส่วนดีเซลจำนวน 95 ล้านลิตรเมื่อเติมรถปิกอัพที่ใช้ถังเฉลี่ย 70 ลิตร จะได้ประมาณ 1.36 ล้านคัน ขณะที่มอเตอร์ไซค์ที่มีถังเฉลี่ย 4 ลิตร หากใช้เบนซินเป็นเชื้อเพลิงหลัก จะเติมได้ประมาณ 35.8 ล้านคัน

 

เมื่อคิดจากเรือขนาด Suezmax ที่บรรทุก 1 ล้านบาร์เรล ปริมาตรเริ่มต้น 159 ล้านลิตร หลังกลั่นจะเหลือผลิตภัณฑ์ประมาณ 135 ถึง 143 ล้านลิตร แยกเป็นเบนซินประมาณ 71.5 ล้านลิตร ดีเซลประมาณ 47.7 ล้านลิตร ซึ่งเติมรถเก๋งได้ประมาณ 1.43 ล้านคัน รถปิกอัพประมาณ 1.02 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์ประมาณ 17.9 ล้านคัน ส่วนกรณีเรือขนาดกลางอย่าง Aframax บรรทุก 600,000 บาร์เรล ปริมาตรเริ่มต้น 95.4 ล้านลิตร หลังกลั่นจะให้เบนซินราว 42.9 ล้านลิตร ดีเซลราว 28.6 ล้านลิตร เติมรถเก๋งได้ประมาณ 858,000 คัน รถปิกอัพประมาณ 409,000 คัน และมอเตอร์ไซค์ประมาณ 10.7 ล้านคัน

 

ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ากองเรือที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าน้ำมันดิบของไทยพึ่งพาเรือ VLCC และ Suezmax เป็นหลัก โดยมีศูนย์รับหลักที่โรงกลั่นศรีราชาและมาบตาพุด การเดินทางจากแหล่งผลิตในตะวันออกกลางใช้เวลาราวสองสัปดาห์ ต้องผ่านจุดเสี่ยงทั้งช่องแคบฮอร์มุซและมะละกา พร้อมข้อจำกัดด้านความลึกของท่าเรือที่ทำให้ต้องถ่ายโอนบางส่วนก่อนเทียบ และเมื่อกลั่นแล้วปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ได้เพียงเที่ยวเดียวก็เพียงพอต่อการเติมเชื้อเพลิงให้กับยานพาหนะหลายล้านคันในประเทศ

เนื้อหาโดย: marketingtalk
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 82 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ตลาดสดยามเช้า เบื้องหลังของสดที่เริ่มตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งพนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับเปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายนแม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทยจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยเบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนานถ้านักบินอวกาศป่วยกลางอวกาศ หมอรักษาอย่างไรเมื่อกลับโลกทันทีไม่ได้ส่องเลขเด่นงวดใหม่ แนวทางม้าสีหมอก วันที่ 16 มิถุนายน 2569มีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้งกะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อแชร์สูตรหาเลขเด่นหวยลาวจาก "หลักสิบบน" สูตรง่าย ๆ ที่หลายคนใช้ประกอบการเลือกเลขงวดต่อไป
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
เพิ่งรู้ว่า "ไก่ใต้น้ำ" ไม่ได้หมายถึงไก่อยู่ใต้น้ำ แต่หมายถึงไก่อยู่ใต้หม้อน้ำ!หุ่นยนต์งูบนสายไฟจีน ตรวจระบบไฟรับเกาเข่า ไม่ใช่งูจริงอย่างที่เห็นไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ร้านเล็กได้แรงหนุน แต่ร้านอาหารกลางต้องปรับราคาให้คุ้มつづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
ตั้งกระทู้ใหม่