หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จากเปอร์เซียถึงลุ่มเจ้าพระยา ตามรอยขุนนางอิหร่านในหน้าประวัติศาสตร์ไทย


เขียนโดย Mind Matter

ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรเปอร์เซียและดินแดนในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าแปลกตาอย่างพรมทอผืนละเอียดหรือเครื่องเทศกลิ่นรัญจวนใจเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่สลักลึกถึงรากฐานของการวางระบบระเบียบราชการและการหลอมรวมทางวัฒนธรรมที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุดสายหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามาของกลุ่มชาวอิหร่านในช่วงปลายสมัยอยุธยาซึ่งกลายมาเป็นต้นเชื้อสายขุนนางตระกูลใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการประคองโครงสร้างอำนาจของราชอาณาจักรมาจนถึงปัจจุบัน

 

จุดเริ่มต้นที่เด่นชัดที่สุดคือการเดินทางเข้ามาของพี่น้องสองคนคือเฉกอะหมัดและน้องชายในรัชสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ซึ่งทั้งสองได้นำพาความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งด้านการพาณิชย์และการบริหารจัดการแบบตะวันออกกลางที่รุ่มรวยด้วยภูมิปัญญาเข้ามาตั้งรกรากในกรุงศรีอยุธยาบริเวณที่เรียกว่าบ้านแขกซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อการค้ากับโลกภายนอก

 

โดยเฉกอะหมัดไม่ได้เป็นเพียงพ่อค้าผู้มั่งคั่งเท่านั้นแต่ยังได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่งขุนนางคนสำคัญจนได้เป็นเจ้าพระยาบวรราชนายก ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของตระกูลบุนนาคและอีกหลายนามสกุลที่สืบเชื้อสายต่อมา การเข้ามาของชาวเปอร์เซียกลุ่มนี้ไม่ได้นำมาเพียงวิชาการค้าแต่ยังนำเอาแนวคิดเรื่องการบริหารรัฐกิจและการทูตที่ซับซ้อนเข้ามาด้วย

 

ซึ่งในเวลาต่อมาเราจะพบว่าขุนนางเชื้อสายเปอร์เซียได้เข้าไปมีบทบาทในการดูแลกรมพระคลังสินค้าและกรมท่าขวาซึ่งรับผิดชอบการค้ากับประเทศทางทิศตะวันตกทั้งหมด ทำให้สยามในเวลานั้นสามารถรักษาสมดุลทางอำนาจระหว่างมหาอำนาจตะวันตกและตะวันออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

นอกจากนี้อิทธิพลของวัฒนธรรมเปอร์เซียยังแทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตของชาวสยามอย่างแนบเนียนผ่านทางสถาปัตยกรรมที่ปรากฏในการก่อสร้างพระนารายณ์ราชนิเวศน์ที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีการใช้ซุ้มโค้งรูปกลีบบัวและการวางระบบประปาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิศวกรรมของชาวเปอร์เซีย รวมถึงอิทธิพลด้านอาหารที่แปลงโฉมจนกลายเป็นอาหารไทยยอดนิยมอย่างมัสมั่นหรือข้าวหมกซึ่งมีรากเหง้ามาจากอาหารในราชสำนักซาฟาวิด

 

การสืบสายเลือดและอำนาจของขุนนางเชื้อสายอิหร่านนี้ไม่ได้สิ้นสุดลงพร้อมกับการเสียกรุงศรีอยุธยา แต่กลุ่มผู้นำตระกูลเหล่านี้ยังคงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูชาติบ้านเมืองในสมัยธนบุรีและต้นรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในช่วงรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 ที่คนในตระกูลเหล่านี้ได้ดำรงตำแหน่งสมุหพระกลาโหมและผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการบริหารประเทศในช่วงวิกฤตการณ์การล่าอาณานิคม

 

ประวัติศาสตร์จากเปอร์เซียสู่ลุ่มเจ้าพระยาจึงไม่ใช่เพียงการย้ายถิ่นฐานของคนกลุ่มหนึ่ง แต่คือการถักทอเส้นด้ายแห่งภูมิปัญญาจากอารยธรรมเปอร์เซียที่ยิ่งใหญ่เข้ากับจิตวิญญาณแบบสยาม จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ประวัติศาสตร์ไทยมีความหลากหลายและทรงพลังในการยืนหยัดอยู่บนเวทีโลกได้อย่างสง่างามและยาวนานผ่านกาลเวลาหลายศตวรรษที่ผ่านมา

เนื้อหาโดย: marketingtalk
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 40 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุดมีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชนจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยสรุปดราม่า "พระสิ้นคิด" รุกป่า 12 ไร่ กรมป่าไม้ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ประเทศที่มีความสุภาพที่สุดในโลก แล้วไทยอยู่อันดับที่เท่าไหร่?เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?นักบินอวกาศคนแรกของโลก"ช่องแคบฮอร์มุซ" จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก
ตั้งกระทู้ใหม่