หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จิตวิทยาของกิจวัตรประจำวัน

เขียนโดย machete007

 

ผู้คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (ซึ่งก็คือผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อัจฉริยะ” หรือยอดฝีมือในสาขาของตัวเอง) ล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนอกจากความสามารถ นั่นคือ การทําตามกิจวัตรที่เคร่งครัด (และเฉพาะเจาะจง)

 

กิจวัตรอาจดูน่าเบื่อและอยู่ตรงข้ามกับสิ่งที่คุณถูกพร่ำบอกว่าเป็น“ชีวิตที่ดี” เราลงความเห็นว่าความสุขเกิดจากการแสวงหาให้ “มากขึ้น” อย่าง

ไม่หยุดหย่อนโดยไม่สนว่าสิ่งที่ “มากขึ้น” คืออะไร

 

แต่สิ่งที่เราไม่ได้ตระหนักคือ การมีกิจวัตรไม่ได้หมายความว่าคุณต้องนั่งอยู่ในออฟฟิศเดิมเป็นเวลา

เท่าเดิมทุกวัน กิจวัตรอาจหมายถึงการไปเที่ยวต่างประเทศทุกเดือน หรือการไม่ทำตามกิจวัตรจนเป็นกิจวัตร ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่ากิจวัตรจะมี

อะไรบ้าง แต่อยู่ที่ว่าการทำซ้ำ ๆ และได้ผลลัพธ์ตามคาดทำให้จิตใจของคุณมั่นคงและปลอดภัยอย่างไร

สิ่งที่คุณอยากทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันไม่ได้สำคัญ สิ่งสำคัญอยู่ที่คุณตัดสินใจที่จะทำและยึดมั่นที่จะทำต่อไป พูดสั้น ๆ คือ กิจวัตรเป็นสิ่งสำคัญ

เพราะสิ่งที่เราทำจนเกิดความเคยชินก่อให้เกิดอารมณ์ และอารมณ์ก่อให้เกิดลักษณะนิสัยที่คุณจะ “บ่มเพาะ” สิ่งที่ทำอยู่ต่อไป นี่ยังไม่ได้พูดถึงว่าการปล่อยให้อารมณ์หุนหันพลันแล่นครอบงำคือบ่อเกิดของทุกสิ่งที่คุณไม่ต้องการ

 

โดยส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่ทำให้มีความสุขอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่สิ่งที่ทำให้พอใจในเวลารวดเร็วหรือชั่วคราว แต่มันยังมาพร้อมกับการฝืนใจและการเสียสละ ทว่ามีวิธีที่จะกำจัดความรู้สึกที่ว่าต้อง “เสียสละ” ออกไป นั่นคือคุณต้องผนวกสิ่งที่ต้องทําเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ “บรรทัดฐาน” ไม่ก็เอาชนะ ความรู้สึกฝืนใจด้วยการกําาหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมา ต่อไปนี้คือเหตุผลอื่น ๆ ที่ว่าทําไมกิจวัตรถึงสําคัญ (และทําไมคนที่มีความสุขมีแนวโน้มจะทําตามกิจวัตรมากกว่า)

 

01/กิจวัตรของคุณก่อให้เกิดอารมณ์ และอารมณ์ของคุณเป็นเหมือน ตัวกรองว่าคุณจะประสบกับชีวิตอย่างไร

 

มันดูสมเหตุสมผลที่จะทึกทักเอาว่าอารมณ์เกิดจากความคิดหรือตัวก่อความเครียดในระหว่างวัน ซึ่งผุดขึ้นมาอย่างไม่คาดคิดจนทําให้เราเสียศูนย์ แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

 

โรเบิร์ต เธเยอร์ นักจิตวิทยาโต้แย้งว่าอารมณ์เกิดจาก สิ่งที่เราทําเป็นกิจวัตร เช่น เรานอนกี่ชั่วโมง เราเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจํา หรือไม่ รวมถึงเราคิดอะไรและคิดบ่อยแค่ไหน ประเด็นคือ สิ่งที่ทําให้เรารู้สึก สับสนไม่ใช่ความคิดหนึ่ง ๆ แต่เป็นการนึกถึงความคิดนั้นอย่างต่อเนื่องจนมัน ส่งผลกระทบมากขึ้นและดูมีเหตุผล

 

02 / คุณต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยการตัดสินใจอย่างรู้ตัวไม่ใช่ความกลัวหรืออารมณ์ชั่ววูบ

 

จิตใจที่ไร้การควบคุมก็เหมือนสนามที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิด ถ้าปราศจาก กฎเกณฑ์ จุดสนใจ ฐานตั้งหลัก หรือการควบคุมตัวเอง ทุกสิ่งก็สามารถ หว่านล้อมให้คุณคิดว่าต้องการในสิ่งที่ไม่ต้องการจริง ๆ คําพูดทํานองว่า “คืนนี้อยากออกไปดื่มสักหน่อย ไม่ต้องเตรียมนําเสนอในวันพรุ่งนี้ก็ได้” อาจ ฟังดูสมเหตุสมผลในระยะสั้นแต่สร้างหายนะในระยะยาว ถ้าคุณออกไปดื่มแล้ว ทําให้การประชุมครั้งสําคัญต้องพังพินาศ มันก็ไม่คุ้มกันเลย การเรียนรู้ที่จะสร้างกิจวัตรก็เหมือนการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยการตัดสินใจอย่างรู้ตัว และปล่อยให้เรื่องไร้สาระอื่น ๆ ที่เข้ามาชั่วคราวหมดความน่าสนใจไปเอง

 

03 ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณทําสิ่งต่าง ๆ มากเท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณหามันได้ดีแค่ไหน

 

การทํามากขึ้นไม่ได้หมายความว่าดีกว่า ความสุขไม่ใช่การสัมผัสสิ่งที่มากขึ้น แต่เป็นการสัมผัสสิ่งที่มีอยู่แล้วด้วยวิธีใหม่ ๆ ที่ต่างไปจากเดิม โชคร้ายที่ ในขณะที่เราถูกพร่ําสอนว่าทุกการกระทําและการตัดสินใจของเราควรถูกขับเคลื่อนด้วยความหลงใหล เราก็ทุกข์ทรมานกับความกลัวที่ว่าเราไม่มี ความสุขเพราะยังลงมือทํา “ไม่มากพอ”

04 / เมื่อมีกิจวัตรประจําวัน ก็เท่ากับคุณปิดการทํางานของสัญชาตญาณ แบบสู้หรือหนี เพราะคุณไม่ต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้อีกต่อไป นี่อธิบายว่าทําไมผู้คนที่กําลังสร้างความเปลี่ยนแปลงจึงมีช่วงเวลาที่ยากลําบาก และทําไมคนที่ทํากิจวัตรอย่างสม่ําเสมอจึงมีความสุขอย่างมาก นั่นเป็นเพราะ สัญชาตญาณความกลัวของพวกเขาถูกยับยั้งไว้นานพอที่พวกเขาจะมีความสุขกับบางสิ่งได้จริง ๆ

 

05 / กิจวัตรทําให้เรารู้สึกปลอดภัยตอนยังเด็ก และทําให้เรารู้สึกมีเป้าหมายตอนเป็นผู้ใหญ่

 

สิ่งที่น่าสนใจคือสองความรู้สึกนี้คล้ายกันมากกว่าที่คิด (อย่างน้อยมันก็มี ต้นกําเนิดเดียวกัน) มันก็เหมือนกับความกลัวสิ่งที่ไม่รู้ ตอนยังเด็กเราไม่รู้ ด้วยซ้ําว่าทางซ้ายคือทางไหน ไม่ต้องพูดถึงว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร หรือ กิจกรรมที่เราไม่เคยทําจะน่ากลัวหรือเป็นอันตรายไหม แต่เมื่อเราเติบโต เป็นผู้ใหญ่และทําสิ่งต่าง ๆ จนเป็นกิจวัตร เราก็สามารถปลอบใจตัวเองด้วย ความคิดอันเรียบง่ายว่า “ฉันรู้ว่าต้องจัดการอย่างไร ฉันเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว”

 

06 / คุณรู้สึกพึงพอใจเพราะกิจวัตรช่วยย้ําสิ่งที่คุณได้ตัดสินใจแล้วอยู่เสมอ

 

ถ้าคุณตัดสินใจว่าจะเขียนหนังสือและมุ่งมั่นที่จะเขียนให้ได้คืนละ 3 หน้า ไม่ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ตาม คุณไม่เพียงยืนยันว่าคุณได้เลือกที่จะเริ่มลงมือ ทําอะไรบางอย่าง แต่ยังยืนยันว่าคุณมีความสามารถที่จะทําเช่นนั้นด้วย นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ทําให้ตัวเองรู้สึกมีคุณค่าเลยทีเดียว

 

07 / เมื่อร่างกายเคยชิน กิจวัตรจะกลายเป็นหนทางสู่ “ภาวะลื่นไหล “ภาวะลื่นไหล” (ฉันจะขออธิบายเอาไว้ก่อน แต่คุณคงรู้อยู่แล้ว) เกิดขึ้น เมื่อคุณมีสมาธิกับสิ่งที่กําลังทําอย่างเต็มที่ ความคิดและความกังวลต่าง ๆ จางหายไป

 

คุณจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าโดยสมบูรณ์ ยิ่งคุณฝึกร่างกายให้ ตอบสนองต่อสัญญาณต่าง ๆ มากเท่าไหร่ เช่น ตื่นนอนตอน 7 โมงเช้าและ เริ่มเขียนหนังสือตอนบ่าย 2 คุณก็จะเข้าสู่ภาวะลื่นไหลได้อย่างเป็นธรรมชาติ และง่ายดายขึ้นเพราะมันกลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว

 

08 / เมื่อคุณไม่ทําตามกิจวัตร ก็เท่ากับคุณสอนตัวเองว่า “ความกลัว” คือสิ่งที่บ่งบอกว่าคุณกําลังทําสิ่งที่ผิด แทนที่จะบ่งบอกว่าคุณแค่ ตั้งตาคอยผลลัพธ์เป็นอย่างมาก

 

การไม่มีกิจวัตรเป็นบ่อเกิดของการผัดวันประกันพรุ่งอย่างไม่จบไม่สิ้น มันเปิด ช่องโหว่ให้จิตใต้สํานึกพูดกรอกหูคุณว่า “เอาละ ตอนนี้ไปพักได้” ทั้งที่คุณ มีเส้นตายรออยู่ ถ้าคุณเคยหยุดพักในช่วงเวลานั้น คุณก็จะปล่อยให้ตัวเอง ทําต่อไปเพียงเพราะ “คุณทําเช่นนั้นมาตลอด”

เนื้อหาโดย: machete007
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
machete007's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 38 ครั้ง
เขียนโดย machete007
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคนประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลกจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์: บุรุษเหล็กผู้ให้กำเนิดอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยอีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซนชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุดล็อบสเตอร์สีฟ้า 1 ใน 2 ล้านตัว ทำไมสีสวยจึงอยู่รอดยาก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
หลบเลี่ยงสภาวะอันนั้นก็อยาก อันนู้นก็อยากMercedes-Benz ถึง Toyota รอยทางแบรนด์รถเก่าในไทยเที่ยวญี่ปุ่นเมษายนถึงพฤษภาคม เช็กอุณหภูมิยังไงไม่พลาดเสื้อกันลมตัวเลขมหัศจรรย์! แค่เอาอายุตัวเองไปคูณ..ผลลัพธ์ที่ได้ทำเอาหลายคนทึ่ง
ตั้งกระทู้ใหม่