ปลุกตำนานแมววิลาศ สัตว์มงคลจากสมุดข่อยโบราณของ "นายนุด" และ "นายบุญศรี"
การปรากฏตัวของแมวที่มีลักษณะ "สวยแปลกตา" บนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อเร็วๆ นี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระแสความตื่นเต้นในหมู่คนรักสัตว์ แต่คือการปลุกชีพมรดกทางคติชนวิทยาไทยที่ซ่อนตัวอยู่ในสมุดข่อยโบราณให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อลักษณะเหล่านั้นไป "ตรงเป๊ะ" กับบันทึกของ นายนุด และ นายบุญศรีเสมียน สองบรมครูผู้บันทึกรหัสลับของสัตว์มงคลไทยที่หาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน
รอยจารึกของนายนุดและนายบุญศรี: ผู้วางรากฐานคติจำแนกแมวไทย
ในเชิงคติชนวิทยา บันทึกของ นายนุด และ นายบุญศรีเสมียน ถือเป็นเอกสารชั้นต้นที่มีความสำคัญสูงมาก บรรพบุรุษไทยไม่ได้มองแมวเป็นเพียงสัตว์เลี้ยง แต่คือ "สัญลักษณ์แห่งโชคลาภ" โดยมีการแบ่งหมวดหมู่ชัดเจนเป็นแมวมงคล 17 ชนิด และแมวอัปมงคล 6 ชนิด
ความน่าสนใจอยู่ที่ภาพร่างของแมว "หมายเลข 12" ในตำราของท่านทั้งสอง ซึ่งมีลักษณะขนสีขาวสะอาดตา แต่กลับมีแถบสีดำพาดผ่านกลางลำตัวตั้งแต่จมูกจรดปลายหาง พร้อมจุดแต้มที่หูและคิ้ว ลักษณะที่ดู "กึ่งจริงกึ่งฝัน" นี้เองที่ทำให้หลายคนมองว่าเป็นลักษณะของ "แมววิลาศ" ตามตำราโบราณ
คติความเชื่อ: อานิสงส์ของการเลี้ยงแมววิลาศ
ตามความเชื่อโบราณที่สืบทอดกันมา การได้ชุบเลี้ยงแมววิลาศตามลักษณะที่ นายนุด และ นายบุญศรี บันทึกไว้นั้น ถือเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่เจ้าของและวงศ์ตระกูล โดยมีคติความเชื่อหลักดังนี้:
-
เสริมอำนาจวาสนาและลาภยศ: เชื่อว่าผู้ใดเลี้ยงแมววิลาศไว้จะช่วยส่งเสริมให้เจริญด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ ได้เป็นขุนนางหรือหัวหน้าคน มีชื่อเสียงเกียรติยศปรากฏไกล และได้รับความเมตตาเอ็นดูจากผู้ใหญ่
-
ดึงดูดทรัพย์สินศฤงคาร: ด้วยลักษณะแต้มมงคลที่เป็นระเบียบเปรียบเสมือนการจัดสรรโชคลาภ เลี้ยงแล้วจะทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย บ้านเรือนจะมั่งคั่งด้วยทรัพย์สมบัติ
-
ป้องกันภยันตรายและสิ่งอัปมงคล: ในทางคติชนเชื่อว่าแมววิลาศมีอำนาจพิเศษในการขจัดปัดเป่าเสนียดจัญไรและสิ่งชั่วร้ายออกจากบ้าน ช่วยให้คนในครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข มีสุขภาพแข็งแรง และปราศจากโพยภัย
คัมภีร์แมวไทยจากลายเส้นของ นายนุด และ นายบุญศรีเสมียน คือมรดกทางภูมิปัญญาที่ทำให้เราเข้าใจถึงความประณีตของคนไทยในอดีตที่พยายามจัดระเบียบธรรมชาติผ่านความเชื่อเรื่องมงคล การค้นพบแมวที่มีลักษณะตรงตามตำราครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการอ่านประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ และย้ำเตือนให้เราช่วยกันอนุรักษ์ "มรดกที่มีชีวิต" เหล่านี้ให้คงอยู่คู่กับคติชนไทยสืบต่อไป
#แมววิลาศ #นายนุด #นายบุญศรี #แมวมงคล #คติชนวิทยา #ตำราแมวไทย #มรดกสมุดข่อย #แมวไทยโบราณ
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปี
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ข้าวโอ๊ต: ประวัติศาสตร์ของธัญพืชที่ไม่มีวันตาย : จากหญ้าที่ถูกถอนทิ้ง สู่อาหารสุขภาพหมื่นล้าน
ทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
เคยสงสัยไหม? ทำไมคนที่มี "พลังบวก" อยู่ด้วย แล้วโลกแม่งโคตรน่าอยู่!
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปี
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เอง
ทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ข้าวโอ๊ต: ประวัติศาสตร์ของธัญพืชที่ไม่มีวันตาย : จากหญ้าที่ถูกถอนทิ้ง สู่อาหารสุขภาพหมื่นล้าน
ทำไมฉี่เสือถึงกลิ่นเหมือนป๊อปคอร์นเนย?
ถอดรหัสความลับใบชา ชาเขียว ชาดำ ชาอูหลง แท้จริงมาจากต้นเดียวกัน
ใต้ผืนน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน ซ่อนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน




