ชื่อรองคืออะไร? อัตลักษณ์ของคนจีนที่สูญหายตามเวลา
"บุคคลผู้นี้มีนามกรว่า มีชื่อรองว่า เสียนเต๋อ...เล่าปี่เห็นลักษณะของชายผู้นี้ผิดคนทั้งปวง จึงถามชื่อแซ่ ชายผู้นั้นตอบว่า "ข้าพเจ้า แซ่เตียว ชื่อหุย มีชื่อรองว่า อี้เต๋อ"...เล่าปี่จึงชวนให้มานั่งด้วยกัน แล้วถามชื่อเสียงเรียงนาม ชายนั้นตอบว่า "ข้าพเจ้า แซ่กวน ชื่ออู มีชื่อรองว่า โชว่ฉาง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น หยินฉาง"
บทข้างต้นนั้นตัดมาจากฉากแนะนำตัวละครเอกทั้งสามของวรรณสามก๊กในฉบับแปลใหม่โดย คุณวรรณไว พัธโนทัย ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สร้างความฉงนให้กับผู้นิยมอ่านสามก๊กหลายท่านกระทั่งตัวผมเองด้วยนั้นคือ ชื่อรอง มันคืออะไรกันแน่? มันใส่มาทำไม เพราะตลอดทั้งเรื่องแล้วเราไม่เห็นว่าตัวละครในวรรณกรรมจะใช้ชื่อรองเหล่านี้เมื่อใดที่ไหน ผมจึงได้ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมมาจึงสามารถสรุปเรื่องชื่อรองได้ดังนี้
1.ชื่อรองคืออะไร?
ธรรมเนียมแต่โบราณของชาวจีนนั้นให้ความสำคัญกับเรื่องชื่อมาก ๆ มีหลักเกณฑ์ข้อห้ามและข้อกำหนดมากมายกว่าสมัยปัจจุบัน ชื่อตัว หรือ หมิง (名) เป็นชื่อที่เรียกกันกับคนในครอบครัว หรือกับคนที่มีความสนิทสนมกันมากเท่านั้น การที่คนนอก คนไม่สนิทจะเรียกชื่อตัวของใครถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของชื่อและเสียมารยาทมาก โดยเฉพาะกับคนรุ่นเดียวกันหรืออ่อนอาวุโสกว่า แต่เมื่อมนุษย์เป็นสัตว์สังคมก็ต้องมีชื่อเพื่อระบุตัวตนในการเข้าสังคม จึงทำให้มีการตั้งชื่อรอง หรือ จื้อ (字) เพื่อใช้สำหรับการเข้าสังคม พบปะผู้คนเป็นการเฉพาะ เป็นชื่อที่เราใช้เรียกคนอื่น และคนอื่นใช้เรียกเรา
2.ชื่อรองใช้เมื่อใด?
อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า ชื่อรอง หรือ จื้อ (字) เป็นชื่อที่เราใช้เรียกคนอื่น และคนอื่นใช้เรียกตัวเราเพื่อให้เกียรติและแสดงความเคารพต่อเจ้าของชื่อ ส่วนเราจะต้องแทนตัวเองด้วยชื่อตัว (หมิง (名)) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้อาวุโสกว่าจะแทนตัวด้วยชื่อรองไม่ได้ เพราะถือว่าโอ้อวดไม่ถ่อมตน นอกจากตัวเราเองแล้ว เพื่อนสนิท ญาติผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่กว่าเรา เช่น เจ้านาย ครูอาจารย์ ก็สามารถเรียกเราด้วยชื่อตัว อย่างไรก็ตาม ในสมัยโบราณก็มีความเคร่งครัดมาก ต้องเรียกด้วยชื่อรองเท่านั้น เช่นในสมัยราชวงศ์เหลียง พระเจ้าเหลียงอู่ตี้จัดงานเลี้ยงแล้วเรียกเสนาบดีผู้ใหญ่ไช่จุนด้วยชื่อตัวตรง ๆ ไช่จุนจึงไม่ขานรับ พระเจ้าเหลียงอู่ตี้จึงเรียกใหม่ว่า เสนาบดีไช่ ไช่จุนจึงขานรับและทูลติงว่าการเรียกชื่อตัวคนอื่นนั้นมิควร
จึงพอสรุปได้ว่า ถ้าสนิทเรียกชื่อตัว เคารพเรียกชื่อรอง เหยียดหยามเรียกชื่อเล่น ไม่ว่าจะด้วยการพูดถึงหรือเขียนถึงก็ตาม โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนยิ่งคือจากจดหมายต่าง ๆ ที่คนสมัยก่อนเขียนถึงกัน โดยจะขอยกตัวอย่างจากจดหมายที่จูกัดเหลียง (ขงเบ้ง) เขียนถึง จูกัดกิ๋น พี่ชายดังนี้:
喬本當還成都,今諸將子弟皆得傳運,思惟宜同榮辱。今使喬督五六百兵,與諸子弟傳於谷中
เดิมทีเฉียว (จูเก่อเฉียว ลูกชายบุญธรรมของขงเบ้ง) ควรกลับมาที่เฉิงตู, แต่บัดนี้เหล่าลูกหลานขุนพลล้วนได้รับมอบหมายภารกิจลำเลียงเสบียงกรัง, คิดแล้วว่าควรให้เขาร่วมรุ่งโรจน์และอัปยศ, บัดนี้จึงสั่งเฉียวคุมคนห้า-หกร้อยนาย, ร่วมกับบุตรหลานคนอื่นไปส่งเสบียงในหุบเขา.
兄嫌白帝兵非精練,到所督則先主帳下白毦,西方上兵也。嫌其少也,當復部分江州兵以廣益之。
ท่านพี่ตำหนิว่าทหารที่ไป๋ตี้ยังฝึกปรือมิชำนาญ, แต่กองกำลังนี้คือทหารพู่ขาว องครักษ์หน้ากระโจมนายท่านพระองค์ก่อน (หมายถึงเล่าปี่) , เป็นยอดทหารแห่งประจิมทิศ, หากท่านพี่ยังข้องใจว่าจำนวนทหารมีน้อยเกินไป, ก็จะแบ่งทหารจากเจียงโจวไปสมทบให้
前趙子龍退軍,燒壞赤崖以北,閣道緣谷一百余裏,其閣梁一頭入山腹,其一頭立柱於水中。今水大而急,不得安柱,此其窮極,不可強也。
เมื่อจ้าวจื่อหลง (ก็คือจูล่ง เป็นชื่อรอง ชื่อตัวคือ จ้าวอวิ๋น) ถอนทัพกลับ, ได้เผาทำลายเส้นทางตอนเหนือของซื่อหยา, เป็นทางไม้เลียบภูเขาระยะทางร้อยกว่าลี้, คานไม้ด้านหนึ่งฝังภูเขา, อีกข้างปักในน้ำ, บัดนี้น้ำมากไหลเชี่ยวปักไม่ได้, นี่คือสุดทาง ฝืนต่อมิได้
頃大水暴出,赤崖以南橋閣悉壞,時趙子龍與鄧伯苗,一戍赤崖屯田,一戍赤崖口,但得綠崖與伯苗相聞而已。
ไม่นานนี้น้ำป่าไหลหลากฉับพลัน, สะพานและระเบียงไม้ทางใต้ของชื่อหยาพังทลายสิ้น, ยามนั้นจ้าวจื่อหลง และ เติ้งป๋อเหมียว (ก็คือเตงจี๋), คนหนึ่งรักษาด่านทำการเกษตร, อีกคนพิทักษ์ปากทางเข้าด่านชื่อหยา, สามารถใช้แนวผาติดต่อสื่อสารกับป๋อเหมียวได้เท่านั้น
3.ชื่อรองได้มาเมื่อใด?
ตามธรรมเนียมจีนโบราณแล้วนั้น ผู้ชายจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวที่พร้อมมีครอบครัวตนเองเมื่ออายุได้ 20 ปี โดยจะต้องผ่านพิธีที่เรียกกว่าการสวมหมวก และจะได้รับการตั้งชื่อรองโดยบิดาหรือครูอาจารย์ของตน สำหรับผู้หญิงนั้นเมื่ออายุได้สิบห้าปีถือว่าเป็นสาวจะได้รับการปักปิ่นและตั้งชื่อรองเช่นกัน สำหรับผู้หญิงที่โตเป็นสาวไม่ทันสิบห้าก็สามารถเลื่อนการปักปิ่นตั้งชื่อรองออกไปได้ แต่ต้องไม่เกินอายุ 20 ปี
4.ชื่อรองตั้งอย่างไร?
ชื่อรองนั้นสามารถตั้งได้หลากหลายวิธี หลายครั้งก็สุดแล้วจินตนาการและความรู้ของผู้ตั้งเอง แต่สามารถแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้
4.1.ตั้งชื่อรองโดยมีความหมายเหมือนชื่อตัว เป็นไปในทำนองคล้ายกัน เข่น ขงเบ้ง มีแซ่ จูกัด (จูเก่อ 諸葛) ชื่อตัว เหลียง (เลี่ยง 亮) ชื่อรองคือ ขงเบ้ง (ข่งหมิง 孔明) คำว่า เหลียง (เลี่ยง 亮) แปลว่า เรืองสว่าง ชัดเจน ความหมายเหมือนคำว่า เบ้ง (หมิง 明) คือ สว่าง แจ่มแจ้ง คำว่า ขง (ข่ง 孔) หมายถึง มาก ชื่อรองขงเบ้ง จึงหมายถึง สว่างมากจนเห็นได้ชัดเจน
4.2.ตั้งชื่อรองโดยมีความตรงกันข้ามกันกับชื่อตัว เช่น ลิบอง (ลี่ว์เหมิง 呂蒙) ชื่อรอง จูเบ้ง (จื่อหมิง 子明) คำว่า บอง (เหมิง 蒙) หมายถึง มืดมัว ไม่ชัด โง่ ส่วน เบ้ง (หมิง 明) หมายถึง สว่างแจ่มแจ้ง ชัดเจน เข้าใจ ส่วน จู (จื่อ 子 ) นั้นความหมายตามตัวคือลูกชาย แต่สามารถถูกใช้เป็นคำยกย่องหรือใส่เข้ามาเพื่อให้ชื่อรองมีสองพยางค์ ดังนั้น ชื่อตัวของลิบองจึงเป็นการถ่อมตนเอง (โง่เขลา ด้อยความรู้) และมีชื่อรองจึงใช้ที่มีความหมายตรงข้ามเพื่อความเป็นมงคล (明 สามารถแปลว่าปัญญาได้เช่นกัน)
4.3.ตั้งชื่อรองที่มีความหมายแนะนัยกับชื่อตัว นับว่าเป็นการตั้งวิธีที่ยุ่งยากและสร้างสรรค์ที่สุด เพราะต้องอาศัยความรู้ด้านอักษรศาสตร์และวรรณกรรมในระดับหนึ่ง เช่น เตียวหุย (จางเฟย 張飛) ชื่อรองว่า เอ๊กเต๊ก (อี้เต๋อ 益德) หุย (เฟย 飛) แปลว่า บิน ส่วน อี้เต๋อ (益德) หมายถึง "ธรรมของปีก" หนึ่งในสิ่งที่ปีกทำได้คือ บิน จึงสื่อนัยถึงชื่อตัว หรืออาจจะแปลเอาความรวมกันว่า บินด้วยธรรมแห่งปีก ทำแต่ความดีก็กล่าวได้
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ จูล่ง (จื่อหลง 子龍) นี้เป็นชื่อรอง หมายถึงลูกมังกร เกิดจากมังกร แซ่ของเขาคือ เตียว (จ้าว 趙) ชื่อตัวคือ อวิ๋น (雲) แปลว่าเมฆ ทั้งหมดนี้เป็นการอ้างอิงถึงสำนวนในคัมภีร์อี้จิงที่ว่า "ลมเกิดจากเสือ เมฆเกิดจากมังกร"
4.4.ตั้งชื่อรองที่มีความหมายเสริมชื่อตัว เช่น เล่าปี่ (หลิวเป้ย 劉備) ชื่อรอง เหี้ยนเต๊ก (เสียนเต๋อ 玄德) ปี่ (เป้ย 備) หมายถึง พร้อม มีพร้อม เหี้ยนเต๊ก (เสียนเต๋อ 玄德) หมายถึง คุณธรรมอันลึกซึ้ง แปลรวมกับชื่อตัวก็หมายถึง ผู้มีพร้อมด้วยคุณธรรมอันลึกซึ้งนั่นเอง
4.5.ตั้งชื่อรองตามสัมพันธ์กับตัวอักษร เช่น เฉียนถ่ง (钱侗) นักปราชญ์และนักวรรณกรรมสมัยราชวงศ์ชิง มีชื่อรองว่า ถงเหริน (同人) ซึ่งก็การเอาอักษร ถ่ง 侗 มาแยกเป็น ถง 同 และ เหริน 人 คำว่า ถงเหริน แปลว่า คนเดียวกัน จึงแปลรวมได้ว่า คนเดียวกับเฉียนถ่ง
4.6.ตั้งชื่อรองตามบุคคลในอุดมคติ เช่น ซือหม่าเซียงหญู (司馬相如) กวีช่วงต้นราชวงศ์ฮั่น มีชื่อรองว่า ซ่างชิง (長卿) เนื่องจากเขามีความนิยมชมชอบ ลิ่นเซียงหญู (藺相如) ขุนพลแคว้นจ้าวในยุครณรัฐมาก และมีชื่อตัวเดียวกันอยู่แล้ว จึงตั้งชื่อรองว่า ซ่างชิง (มหาเสนาบดี) ซึ่งเป็นตำแหน่งของลิ่นเซียงหญู
5.การเสื่อมไปของชื่อรอง
ชื่อรองเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมจีนมาช้านับแต่สมัยราชวงศ์โจวจนถึงราชวงศ์ชิงก็กว่าสองพันปี ภายหลังการปฏิวัติชินไฮ่ (1911) รัฐบาลมีความพยายามจะพัฒนาประเทศอย่างตะวันตกจึงสนับสนุนการเลิกใช้ชื่อรองและให้มีเพียงชื่อตัว ทำให้ชื่อรองเริ่มเสื่อมสูญความสำคัญไปจากสังคมจีนเรื่อยมาจนกระทั่งหายไปแทบจะสมบูรณ์จากสังคมจีนหลังการปฏิวัติวัฒนธรรมของเหมาเจ๋อตง โดยชื่อรองยังคงมีใช้อยู่บ้าง แต่ก็ในคนเฉพาะกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น
อ้างอิงจาก:
ถาวร สิกขโกศล (2567). ชื่อแซ่และระบบตระกูลแซ่: อัตลักษณ์สำคัญเบื้องต้นของคนจีน (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์แสงดาว
จดหมายของขงเบ้งถึงจูกัดกิ๋น : https://zh.wikisource.org/zh-hant/與兄瑾書
จังหวัดที่ถูกยุบในไทยมีที่ไหนบ้าง ย้อนดู 10 ชื่อเดิมที่วันนี้กลายเป็นอำเภอ
ส่องทางรวยรับสงกรานต์! เลขเด็ดปฏิทินครอบครัวข่าว 3 งวด 1 เมษายน 2569
รูปวาดโดยฝีมือศิลปินชาวไทย ที่มีราคาขายแพงที่สุดตลอดกาล
7 จังหวัดในไทยมีแหล่งน้ำมันดิบบนบก เปิดแผนที่ขุมพลังงานสำคัญ
เอกสารครบก็ไม่รอด สนามบินสุวรรณภูมิ ปฏิเสธชาวกัมพูชาเข้าประเทศ
หมวกขุนนางจีน ทำไมต้องมีปีกยาว และแท่งที่ถือเข้าเฝ้าฮ่องเต้คืออะไร?
5 ความเข้าใจผิดเรื่องการชาร์จมือถือ ที่อาจทำให้แบตเสื่อมเร็วโดยไม่รู้ตัว
😯 ชวนเข้ามาดูภาพถ่ายหายากของปรากฏการณ์อันน่าทึ่งที่พิสูจน์ว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าพิศวง 😉
เปรียบเทียบเงินเดือนและสวัสดิการ ของสายการบินในไทยกับต่างชาติ..
สรุปสีสัน ออสการ์ 2026: ลีโอนาร์โด สร้างมีมใหม่กลางเวที Oscars ครั้งที่ 98 จนว่อนโซเชียล
เงินเดือนแรงงานไทย ในประเทศอิสราเอล
มหาวิทยาลัยที่ค่าเทอมแพงที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
ชาวกัมพูชานับแสนชุมนุมกลางพนมเปญ เรียกร้องรัฐคว่ำบาตรไทยทุกด้าน
ปิดฉากคดีโกงซีเกมส์! ศาลสั่งกักขัง "โตเกียวเกิร์ล-Cheerio" 3 เดือน เซ่นปมเจาะระบบคอมพิวเตอร์
สัตว์มีกระแสไฟฟ้าในตัว ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้แรงมากที่สุด
"PumpRadar" เว็บเช็กปั๊มน้ำมันเรียลไทม์ ตัวช่วยอัจฉริยะในยุคพลังงานผันผวน..ฝีมือคนไทย



