เส้นทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซมีไหม แล้วไกลแค่ไหน
เส้นทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) โดยเฉพาะช่วงที่มีความตึงเครียดในภูมิภาค เพราะช่องแคบนี้เป็นจุดคอขวดสำคัญที่สุดของโลกในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 20% ของน้ำมันที่ใช้กันทั้งโลกต้องผ่านตรงนี้ทุกวัน ถ้าช่องแคบถูกปิดหรือถูกคุกคามหนักจริง ๆ การหาเส้นทางเลี่ยงจึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า “ไม่มีเส้นทางเลี่ยงที่สมบูรณ์แบบ 100%” สามารถแทนที่ปริมาณทั้งหมดที่ผ่านฮอร์มุซได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf) ต้องออกมาทางทะเลผ่านช่องแคบแคบ ๆ นี้อยู่ดี แต่ก็มีทางเลือกอยู่บ้าง ทั้งทางบก (จริง ๆ คือท่อส่งน้ำมันข้ามแผ่นดิน) และทางทะเล (อ้อมไกลมาก) เรามาดูกันทีละแบบแบบชิล ๆ ว่ามีอะไรบ้าง ไกลแค่ไหน ใช้ได้จริงขนาดไหน
เริ่มจาก “ทางบก” หรือที่เรียกกันว่าท่อส่งน้ำมันเลี่ยงฮอร์มุซ (bypass pipelines) ซึ่งเป็นทางเลือกหลักและใช้งานได้จริงในปัจจุบัน โดยประเทศที่มีท่อแบบนี้ชัดเจนที่สุดคือซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
ตัวที่คนพูดถึงบ่อยที่สุดคือ “East-West Pipeline” หรือที่เรียกอีกชื่อว่า Petroline ของซาอุดีอาระเบีย ท่อนี้สร้างมาตั้งแต่ยุคสงครามอิหร่าน-อิรัก (ช่วง 1980s) เพื่อรับมือสถานการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ มันยาวประมาณ 1,200 กิโลเมตร (บางแหล่งบอก 750 ไมล์ ซึ่งใกล้เคียงกัน) ข้ามคาบสมุทรอาหรับจากแหล่งน้ำมันทางฝั่งอ่าวเปอร์เซีย (บริเวณ Abqaiq) ไปออกที่ท่าเรือ Yanbu ฝั่งทะเลแดง (Red Sea) พอถึง Yanbu น้ำมันก็ขึ้นเรือขนส่งต่อได้เลย โดยไม่ต้องผ่านฮอร์มุซอีก
ความจุของท่อนี้ตอนปกติอยู่ที่ราว 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่หลังจากอัพเกรดและปรับปรุง (โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์โดรนโจมตี Abqaiq ปี 2019) สามารถผลักดันได้สูงสุดถึง 7 ล้านบาร์เรลต่อวันในโหมดฉุกเฉิน ซึ่งถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับน้ำมันที่ผ่านฮอร์มุซทั้งหมด (ประมาณ 18-21 ล้านบาร์เรลต่อวัน) แต่ถึงจะเยอะแค่ไหนก็ยังครอบคลุมได้แค่ส่วนหนึ่งของซาอุฯ เอง ไม่รวมประเทศอื่น ๆ ในอ่าวเปอร์เซีย
อีกเส้นหนึ่งที่สำคัญคือท่อของ UAE ชื่อ “Habshan–Fujairah Pipeline” (หรือ ADCOP) ท่อนี้นำน้ำมันจากแหล่ง Habshan ในอาบูดาบี ไปออกที่ท่าเรือ Fujairah ซึ่งอยู่ฝั่งอ่าวโอมาน (Gulf of Oman) นอกช่องแคบฮอร์มุซเลย ยาวประมาณ 360-370 กิโลเมตร (บางแหล่งบอก 248 ไมล์) ความจุหลัก ๆ อยู่ที่ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเคยรายงานว่าสามารถเพิ่มได้ถึงใกล้ 1.8 ล้านบาร์เรล ถือเป็นเส้นช่วย UAE ได้ดีมาก เพราะ Fujairah เป็นท่าเรือใหญ่ มีถังเก็บน้ำมันเพียบ และเรือใหญ่ ๆ สามารถออกไปทะเลอาหรับ (Arabian Sea) ได้โดยตรง
ส่วนอิหร่านเองก็มีท่อ Goreh-Jask ที่สร้างมาเพื่อเลี่ยงฮอร์มุซเหมือนกัน ท่อนี้นำน้ำมันจาก Goreh ไป Jask ฝั่งอ่าวโอมาน ความจุออกแบบไว้ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ในทางปฏิบัติยังต่ำมาก (บางช่วงเหลือแค่หลักแสนบาร์เรล หรือบางข้อมูลบอกต่ำกว่า 300,000 บาร์เรลต่อวัน) เพราะปัญหาด้านเทคนิค การเงินจากการคว่ำบาตร และยังไม่พร้อมเต็มระบบ ดังนั้นจึงยังไม่ช่วยได้มากนักในภาพรวม
มีท่ออื่น ๆ อีกบ้าง เช่น Kirkuk-Ceyhan ของอิรักที่ไปออกทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตุรกี แต่ส่วนใหญ่ขนน้ำมันจากภาคเหนือ ไม่ช่วยน้ำมันจากใต้ที่ต้องผ่านฮอร์มุซอยู่ดี สรุปทางบกหลัก ๆ ก็แค่สองเส้นใหญ่ของซาอุฯ กับ UAE รวมกันแล้วได้ราว 6-8 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ในโหมดสูงสุด) ซึ่งช่วยลดผลกระทบได้บ้าง แต่ยังห่างไกลจากปริมาณปกติที่ผ่านฮอร์มุซมาก
ทีนี้มาดู “ทางทะเล” หรือการอ้อมโดยเรือ ถ้าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดสนิทจริง ๆ เรือที่ติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซียคงออกไม่ได้ แต่สำหรับเรือที่ยังไม่ได้เข้า หรือสินค้าจากที่อื่น การอ้อมใหญ่สุดคือต้องเลี้ยวลงใต้ไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) ที่ปลายแอฟริกาใต้เลย ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่น้ำเรือใหญ่ ๆ จะผ่านได้โดยไม่ต้องข้ามฮอร์มุซ
ระยะทางเพิ่มขึ้นมหาศาล จากเส้นทางปกติ (ผ่านฮอร์มุซแล้วตรงไปเอเชียหรือยุโรป) ถ้าอ้อมแหลมกู๊ดโฮปจะไกลขึ้นประมาณ 6,000 ไมล์ทะเล (ราว 11,000 กิโลเมตร) ต่อเที่ยวเดียว ทำให้เวลาเดินทางเพิ่ม 15-20 วันขึ้นไป (บางเส้นทางอาจถึง 3 สัปดาห์) ค่าเช่าเรือ ค่าน้ำมัน และประกันภัยพุ่งกระฉูด เพราะเสี่ยงสูงและไกลมาก แถมเรือจำนวนมากต้องหมุนเวียนช้ากว่าเดิม ส่งผลให้ค่าขนส่งทั่วโลกแพงขึ้นทันที
บางคนเคยเสนอไอเดียสร้างคลองตัดใหม่ข้ามโอมานหรือ UAE (คล้ายคลองสุเอซหรือปานามา) แต่ในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะภูมิประเทศเป็นภูเขา ทะเลทราย การเมืองซับซ้อน และงบประมาณมหาศาลเกินกว่าใครจะทำจริงจัง
สรุปแบบตรงไปตรงมา เส้นทางเลี่ยงฮอร์มุซมีจริง แต่ไม่มีทางไหนที่ “แทนที่ได้ทั้งหมด” ทางบกด้วยท่อ East-West ของซาอุฯ (ยาว ~1,200 กม. ความจุสูงสุด 7 ล้านบาร์เรล) และ Habshan-Fujairah ของ UAE (ยาว ~360 กม. ความจุ 1.5-1.8 ล้านบาร์เรล) คือตัวช่วยหลักที่ใช้งานได้ทันทีและมีประสิทธิภาพที่สุด ส่วนทางทะเลต้องอ้อมไกลสุด ๆ เพิ่มระยะทางเป็นหมื่นกิโลเมตร ทำให้ต้นทุนพุ่งและช้าลงมาก
ในสถานการณ์ปกติ ท่อพวกนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดี แต่ถ้าฮอร์มุซปิดนานจริง ๆ โลกยังต้องเจอปัญหาขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรงอยู่ดี เพราะท่อพวกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือ “ช่วงสั้น ๆ” หรือ “สถานการณ์ฉุกเฉิน” ไม่ใช่แทนที่ถาวรทั้งระบบ
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
คณะที่คนสมัครมากสุดใน TCAS69 ไม่ใช่แพทย์ อันดับจริงน่าคิดกว่าที่คาด
รู้จักงูเห่าน้ำแอฟริกา งูพิษที่ไม่ได้เป็นแค่งูน้ำธรรมดา
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
แมวไม่ได้กลัวแตงกวาเสมอไป ความจริงคือสัญชาตญาณตกใจ
จำได้ไหม Hi5 ยุคที่ Top Friends สำคัญกว่าไลก์บน Facebook
สุนัขหมุนตัวก่อนนอน เพราะอะไร นิสัยปกติหรือสัญญาณปวดข้อ
ราคาทองย่อตัว ควรซื้อเก็บไหม? วิธีคิดก่อนตัดสินใจสำหรับคนไทย
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
6 สุนทรพจน์ผู้นำ ที่เปลี่ยนทิศทางสงครามและประวัติศาสตร์
4 เหตุการณ์อดีตที่ยังอยู่ในชีวิตคนไทยจนถึงวันนี้
อาชีพที่คนภายนอกคิดว่ารวย แต่คนในวงการบอกว่าไม่จริง?
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
ราคาทองย่อตัว ควรซื้อเก็บไหม? วิธีคิดก่อนตัดสินใจสำหรับคนไทย
จำได้ไหม Hi5 ยุคที่ Top Friends สำคัญกว่าไลก์บน Facebook
แนวทางการเลี้ยงหอยขมยักษ์ เพื่อเป็นอาชีพเสริม
6 สุนทรพจน์ผู้นำ ที่เปลี่ยนทิศทางสงครามและประวัติศาสตร์




