หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทุกวันนี้ AI มันเริ่มเข้ามาแย่งงานพวกเราทำจริงหรือ

เขียนโดย สร้อยนกเขา

                                 AI ในปัจจุบันนี้ไม่รู้ว่ามันเป็นทาสเรา หรือเราเป็นนายมัน

          เชื่อไหมครับว่าเมื่อก่อนผมเคยปรามาสพวก AI ไว้เยอะมาก ประมาณว่า "เออ...มันก็แค่บอทฉลาดๆ ตัวนึงแหละวะ จะมาสู้สมองคนได้ไง" แต่พอผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มๆ ที่ผมลองเอาตัวเองเข้าไปคลุกวงใน ใช้งานมันแทบจะ 24 ชั่วโมงในทุกมิติของการทำงาน บอกตรงๆ ว่าความคิดผมเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยครับ แต่มันก็ไม่ได้สวยหรูเหมือนในหนังไซไฟหรอกนะ มันมีความอิหยังเดะอยู่เยอะเหมือนกัน

 


​          ย้อนกลับไปตอนสัปดาห์แรก ผมเริ่มจากความเห่อก่อนเลยครับ มีงานอะไรโยนลงแชทหมด ตั้งแต่ตอบเมลลูกค้า เขียนรายงานสรุปการประชุม ยันคิดพาดหัวโฆษณา ช่วงนั้นรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นซีอีโอที่มีเลขาส่วนตัวเทพๆ เลยล่ะ งานที่เคยทำครึ่งวันเสร็จ เหลือแค่ 5 นาทีก็ออกมาเป็นรูปเล่มสวยงามแล้ว ตอนนั้นในหัวนี่คิดไปไกลแล้วครับว่า "สบายละตู มีเวลาไปตีป้อม หรือนอนดูซีรีส์ยาวๆ แน่" แต่เอาเข้าจริงพอยิ่งใช้ไปเรื่อยๆ ผมกลับเริ่มเห็นจุดอ่อนที่มันแก้ไม่ตก และนั่นแหละครับที่ทำให้ผมรู้ว่าทำไม AI ถึงยัง "แย่งงาน" คนที่มีกึ๋นไม่ได้จริงๆ

 


​          ปัญหาแรกที่เจอเลยคือความ "ประดิษฐ์" ครับ AI มันเก่งเรื่องไวยากรณ์นะ แต่มันขาดจังหวะจะโคน ขาดความยืดหยุ่นแบบมนุษย์ เวลาเราเขียนเมลหาลูกค้าเจ้าประจำ เราจะรู้ว่าพี่คนนี้ชอบคุยเล่น พี่คนนี้ชอบความเป๊ะ แต่ AI มันจะมาแนวกลางๆ เรียบๆ แข็งๆ จนบางทีลูกค้าย้อนถามกลับมาว่า "นี่มึงโกรธไรกูป่าวเนี่ย ทำไมพูดจาห่างเหินจัง" จุดนี้แหละที่ทำให้ผมรู้ว่า งานที่ต้องใช้ "หัวใจ" หรือความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล AI มันยังไปไม่ถึงจริงๆ สุดท้ายผมก็ต้องมานั่ง Edit คำพูดใหม่หมดอยู่ดีเพื่อให้มันดูเป็นมนุษย์ที่ยังมีลมหายใจ


​          อีกอย่างที่เป็นเรื่องตลกรายวันคือความ "มั่นใจในสิ่งผิด" หรือที่เขาเรียกกันว่า Hallucination นั่นแหละครับ มีครั้งหนึ่งผมให้มันช่วยสรุปกฎหมายใหม่ในปี 2026 นี้มาให้หน่อย มันเขียนมาเป็นฉากๆ มาตรานั้นมาตรานี้ดูน่าเชื่อถือมาก แต่พอผมเอาไปเช็คดูจริงๆ ปรากฏว่ามันมโนขึ้นมาเองเกือบครึ่ง! ถ้าผมหลับหูหลับตาเชื่อแล้วส่งงานไปให้หัวหน้าวันนั้น ป่านนี้ผมคงได้ไปนอนก่ายหน้าผากหางานใหม่แล้วล่ะครับ ประสบการณ์นี้สอนให้รู้ว่า AI มันไม่ได้ฉลาดแบบไร้ที่ติ แต่มันคือเครื่องมือที่เราต้อง "คอยกำกับ" ตลอดเวลาเหมือนเด็กฝึกงานที่ขยันมากแต่ชอบมั่วซั่วนั่นแหละ

 


​          แต่ถามว่าข้อดีมันมีไหม? โห...มีเยอะครับ โดยเฉพาะงานถึกๆ งานนรกแตกที่ต้องนั่งคัดแยกข้อมูลมหาศาล หรือการหาไอเดียเริ่มต้นตอนที่เราคิดไม่ออก (Writer's Block) อันนี้ AI ช่วยชีวิตผมไว้หลายรอบมาก เมื่อก่อนเวลานั่งจ้องหน้าจอเปล่าๆ นานเป็นชั่วโมง เดี๋ยวนี้แค่พิมพ์เปรยๆ ไปว่า "ช่วยด่ากูหน่อยว่าทำไมงานไม่เดิน" หรือ "ขอไอเดียแหวกแนว 10 ข้อซิ" แค่นี้ประจุไฟในหัวมันก็เริ่มสปาร์คแล้วครับ มันช่วยให้เราก้าวข้ามจุดที่ยากที่สุดคือ "การเริ่มต้น" ไปได้แบบสบายๆ
​พอครบเดือน ผมเลยสรุปกับตัวเองได้ว่า คำถามที่ว่า "AI จะมาแย่งงานเราไหม" มันเป็นคำถามที่ตกยุคไปแล้วครับ เพราะความจริงคือ AI ไม่ได้มาแย่งงานเราหรอก แต่ "คนที่ใช้ AI เป็น" ต่างหากที่จะมาเสียบแทนที่คนที่ไม่ยอมปรับตัว ชีวิตในปี 2026 มันไม่ใช่เรื่องของการมานั่งจำสูตร Excel หรือนั่งพิมพ์รายงานหลังขดหลังแข็งแล้วครับ แต่มันคือเรื่องของ "ทักษะการสั่งการ" (Prompt Engineering) และ "ทักษะการตรวจสอบ" (Fact-checking) ใครที่เป็นน้ำเต็มแก้ว คิดว่าตัวเองเก่งแล้วไม่ง้อเครื่องมือพวกนี้ ผมบอกเลยว่าเหนื่อยแน่ เพราะโลกมันวิ่งเร็วขึ้น 10 เท่าตัวด้วยพลังประมวลผลของชิปตัวใหม่ๆ

 


​          สุดท้ายนี้ หลังจากหนึ่งเดือนผ่านไป ผมไม่ได้ทำงานน้อยลงเลยนะ (ซึ่งน่าเศร้ามาก) แต่ผมกลับทำงานได้ "เยอะขึ้น" และ "ลึกขึ้น" ในเวลาเท่าเดิม ผมมีเวลาไปวิเคราะห์กลยุทธ์มากขึ้น มีเวลาไปนั่งคุยกับเพื่อนร่วมงานเพื่อสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ มากขึ้น แทนที่จะเอาเวลาไปจมกองเอกสาร สรุปสั้นๆ คือ AI มันเป็นเหมือน "พาวเวอร์สเตียริ่ง" ของรถยนต์นั่นแหละครับ มันช่วยให้เราเลี้ยวรถง่ายขึ้น ผ่อนแรงเราไปเยอะ แต่มือที่จับพวงมาลัยและตัดสินใจว่าจะเลี้ยวไปทางไหน ก็ยังต้องเป็น "เรา" เสมอ

 


​          ใครที่ยังกลัวๆ กล้าๆ ผมแนะนำว่าลองกระโดดใส่มันดูครับ ไม่ต้องไปเรียนคอร์สแพงๆ หรอก แค่ลองคุยกับมันทุกวันเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง เดี๋ยวคุณจะจับทางได้เองว่าอันไหนใช้ได้ อันไหนต้องด่า แล้วคุณจะรู้ว่าชีวิตที่มี AI เป็นลูกมือนี่มันก็สนุกไปอีกแบบนะ (แต่อย่าให้มันคิดเลขให้ล่ะ บางที 1+1 มันยังตอบเป็น 3 เลย ถ้าเราเผลอไปกวนประสาทมันน่ะ!)

เนื้อหาโดย: สร้อยนกเขา
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
สร้อยนกเขา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 74 ครั้ง
เขียนโดย สร้อยนกเขา
ฉันชอบเขียนบทความต่าง ๆทั้งจดจำและเรียบเรียงมาเองตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: rage555
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 อันดับสัตว์ที่มีสมองฉลาดที่สุดในโลกประเทศที่ “ไม่มีรถไฟเลย” แม้แต่สายเดียวอำเภอที่คนจีนนิยมที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในประเทศไทย9 โรงเรียนที่เด็กสมัครล้นที่สุด รับน้อยแต่คนแย่งเพียบ“หนึ่งในสวนสัตว์ ที่ใหญ่ที่สุด” ในประเทศไทย5 สายเรียนที่มีโอกาสตกงานต่ำในไทย (อิงตลาดแรงงานจริง)5 จังหวัดที่นักลงทุนต่างชาติจับตาในปี 2569 โอกาสใหม่ของงาน และอสังหาฯ ไทยดอกไม้หายากที่พบได้แค่ในไทย เพียงประเทศเดียวเท่านั้นในโลกถ้ำที่คนพื้นที่ก็ไม่อยากไปสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย5 อันดับอาหารไทยเริ่มหายไป แต่คนไทยยังคิดถึงที่สุดใหญ่กว่าอนาคอนดา 2 เท่า! เผยโฉม "ไจแอนโทฟิส" อสรพิษยักษ์ครองโลกเมื่อ 40 ล้านปีที่แล้ว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Stop It! วิธีหยุด 'รักความสมบูรณ์แบบ' (Perfectionism) ก่อนมันจะทำลายความสุขและงานของคุณ!ทำไมคนสมัยนี้ไม่อยากมีลูก? บางคนบอก "เลี้ยงลูกเหมือนติดคุก" อิสรภาพหายไป?“แจ็คสัน หวัง” ปล่อยคอลเลคชั่นใหม่ ปักหมุด 25 เม.ย. พร้อมขยับอาณาจักรแฟชั่นอีกขั้นแค่ทำน้ำหก แต่โดนค่าซ่อม 3 หมื่น เปิดกลโกงร้านซ่อม ‘ชื่อเลียนแบบแบรนด์ดัง’”😁 ชวนลองมาดูความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้เราทั้งพูดไม่ออกและปลื้มปิติไปพร้อม ๆ กัน 😆เมืองโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen) ในใต้หวัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
สหราชอาณาจักรได้ผ่านกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ตลอดชีวิตแล้ว! ผู้ที่เกิดหลังปี 2009 จะถูกห้ามซื้อบุหรี่อย่างถาวร เผย 10 ประเทศที่มีสาขา KFC มากที่สุดในโลกปี 2026..ไทยอยู่อันดับเท่าไหร่ ?“หมอเตือน แมลงเข้าตา อย่าขยี้ตา เสี่ยงติดเชื้อรุนแรง”รีวิวหนังสือ IT'S NOT HOW GOOD YOU ARE, IT'S HOW GOOD YOU WANT TO BE
ตั้งกระทู้ใหม่