หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดที่มา “โอเลี้ยง–โกปี๊” กาแฟโบราณไทย ที่เกิดจากการเอาตัวรอดยุคสงคราม


เขียนโดย kyogisa

        กาแฟโบราณแก้วโปรดที่คุณดื่มมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย แท้จริงแล้วอาจซ่อนความลับที่น่าทึ่งไว้มากกว่าแค่รสชาติเข้มข้น แต่มันคือบันทึกประวัติศาสตร์ที่เล่าเรื่องราวการอพยพของชาวจีนโพ้นทะเล ภูมิปัญญาการแก้ปัญหาในวิกฤตสงครามโลกครั้งที่ 2 และวัฒนธรรมการดื่มที่หลอมรวมจนกลายเป็นเอกลักษณ์คู่สังคมไทย

        จุดเริ่มต้นของกาแฟในไทยแบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง เส้นทางแรกคือ "เข้าแฟ่" ที่รับมาจากตะวันตกและแพร่หลายในชนชั้นสูง แต่อีกเส้นทางที่กลายเป็นวิถีชีวิตคนทั่วไปคือ "โกปี๊" ของชาวจีนแต้จิ๋วที่นำวัฒนธรรมนันยางเข้ามาเผยแพร่จนเกิดเป็น "สภากาแฟ" ที่ผู้คนมาล้อมวงคุยกัน อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเมล็ดกาแฟขาดแคลนและมีราคาแพง พ่อค้าชาวจีนจึงใช้ภูมิปัญญาเอาตัวรอดโดยนำธัญพืชอย่าง ข้าวโพด ข้าวคั่ว ถั่วเหลือง งาดำ และที่สำคัญที่สุดคือ "เมล็ดมะขามคั่ว" มาผสมลงในกระทะคั่วร่วมกับน้ำตาลทรายแดงและเนยเทียม เพื่อให้ได้สีดำเข้ม กลิ่นหอมไหม้ และความหนืดที่ใกล้เคียงกับกาแฟแท้

        คำว่า "โอ" ในภาษาแต้จิ๋วแปลว่า ดำ เมื่อรวมกับ "ยั้วะ" (ร้อน) จึงกลายเป็น โอยยั้วะ (กาแฟดำร้อน) และเมื่อรวมกับ "เลี้ยง" (เย็น) จึงกลายเป็น โอเลี้ยง (กาแฟดำเย็น) ส่วนเมนู "ยกล้อ" มีที่มาจากลีลาการราดนมข้นจืดที่ยกกระป๋องขึ้นสูงเปรียบเสมือนการยกล้อรถจักรยานยนต์ หรืออีกนัยหนึ่งคือโลโก้รูปจักรยานบนกระป๋องนมในอดีต สำหรับเมนูชื่อแปลกอย่าง "จั๊มบะ" (โอเลี้ยงผสมน้ำหวานสีแดง) มีรากฐานมาจากคำว่า "จำบะ" ในภาษาแต้จิ๋วที่สื่อถึงการทำอย่างเต็มที่ และถูกนำไปเปรียบเปรยกับลีลาการส่ายกระป๋องนมของแม่ค้าที่คล้ายกับการเต้นระบำเปลื้องผ้าในยุคนั้น

        แม้ในปัจจุบันกาแฟสายพันธุ์แท้จะหาซื้อได้ง่ายขึ้น แต่สูตรผสมธัญพืชคั่วก็ยังคงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม การดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ควรระวังเรื่องปริมาณน้ำตาลที่ค่อนข้างสูงจากการปรุงแต่งรสชาติเพื่อกลบความขมไหม้ของธัญพืช การสั่งแบบลดความหวานหรือดื่มเป็นครั้งคราวจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการซึมซับประวัติศาสตร์ในแก้วกาแฟได้อย่างปลอดภัย

 

        โอเลี้ยงและกาแฟโบราณเมนูต่างๆ ไม่ใช่เพียงเครื่องดื่มดับกระหาย แต่คือรหัสทางวัฒนธรรมที่บรรจุเรื่องราวการดิ้นรนและการปรับตัวของมนุษย์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงช้อนกระทบแก้วในสภากาแฟ นั่นคือเสียงสะท้อนของประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตและยังคงก้าวเดินต่อไปในยุคปัจจุบัน

เนื้อหาโดย: kyogisa
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
kyogisa's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 153 ครั้ง
เขียนโดย kyogisa
นักเขียนข่าวออนไลน์ ติดตามสถานการณ์ทั้งในต่างประเทศ ความเชื่อ สิ่งลี้ลับ ดวงชะตา และสถิติชาวบ้าน เลขเด็ดสำนักดังต่างๆ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
45 VOTES (5/5 จาก 9 คน)
VOTED: Zummarikun, projor007, goldfish13, Freya Rune, famai, davin, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, kyogisa
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งพนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทยจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยเปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายนทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้าแม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทยเบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนานมารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทยจ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิวกะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อตลาดสดยามเช้า เบื้องหลังของสดที่เริ่มตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ทำไมแตงกวาถึงขม? ไม่ใช่เพราะเน่าเสีย แต่เป็นกลไกป้องกันตัวจากความเครียดร่างกายพังเพราะอดแป้ง: ไขความลับทำไมต้องกิน "คาร์โบไฮเดรตคุณภาพดี"กะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อก๋วยเตี๋ยวหลอด เส้นทางติ่มซำที่เดินทางข้ามวัฒนธรรม
ตั้งกระทู้ใหม่