วิธีแก้เครียด รีเฟรชสมอง ผ่อนคลายจิตใจ ไม่ต้องพึ่งยา
เขียนโดย sompeansomped
1.ฝึกการหายใจ หายใจเข้าช้า ๆ นับ 1-5 ค้างไว้ 2 วินาที แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก ทำติดต่อกันประมาณ 4-5 ครั้ง ทุกครั้งที่รู้สึกเครียด หรือไม่สบายใจจะช่วยให้ผ่อนคลายได้ สามารถฝึกได้ทุกครั้งที่รู้สึกเครียด โกรธ ไม่สบายใจ หรือฝึกทุกครั้งที่นึกได้
2.หาเวลาว่างทำสิ่งที่ชอบ ควรหาเวลาว่างให้ตนเองทุกวันอย่างน้อย 15-20 นาที เพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเช่น อ่านหนังสือ เล่นกอล์ฟ ดูหนัง เล่นบอร์ดเกม หรือหาเวลาไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อน การทำกิจกรรมที่ชื่นชอบในเวลาว่างมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตที่ลดลง ระดับคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนแห่งความเครียด ดัชนีมวลกาย ส่งผลให้สุขภาพร่างกายโดยรวมดีขึ้นและแนวโน้มการเกิดภาวะซึมเศร้าลดลงอีกด้วย
3.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการพักผ่อนน้อยส่งผลกระทบต่อกระบวนการคิด ความจำ และการตัดสินใจ ทำให้สมาธิในการทำสิ่งต่าง ๆ ลดลง ไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่ออารมณ์ ทำให้อารมณ์แปรปรวน ไม่กระปรี้กระเปร่า และหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ
4.จินตนาการด้านบวก ลองจินตนาการว่าพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสดใส ไม่ว่าจะเป็น ภูเขา แม่น้ำ ทะเล ป่าไม้ เปิดเพลงเบา ๆ ที่มีเสียงนกร้องคลอไปกับเสียงน้ำไหล หรือนึกถึงความสุขที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จะทำให้สมองได้รู้สึกพักและพร้อมเผชิญกับทุกปัญหาอีกครั้งอย่างมั่นใจ
5.กลิ่นหอมบำบัด ศาสตร์ในการใช้น้ำมันหอมระเหยจากการสกัดพืชหอม หรือ สุคนธบำบัด (Aromatherapy) เพื่อบำบัดรักษาความเครียดมีมายาวนาน โดยโมเลกุลเล็ก ๆ สามารถไปถึงสมองส่วนลิมบิคที่เชื่อมโดยตรงกับสมองที่ควบคุมระดับความเครียดและอารมณ์ ความรู้สึกได้ กลิ่นแนะนำ ได้แก่ ลาเวนเดอร์ มาร์จอแรม และดอกส้ม เพราะช่วยให้ร่างกายผลิตเซโรโทนินบำบัดความเครียด ช่วยให้สงบเยือกเย็น และผ่อนคลาย
6.ออกไปรับแสงแดดอ่อน ๆ เป็นประจำ ช่วยให้สมองหลั่งสารเซโรโทนิน ที่ทำให้มีสมาธิและใจเย็นขึ้น ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกแนะนำว่า การโดนแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด วันละ 5-15 นาที่ 2-3 วันต่อสัปดาห์ ก็เพียงพอแล้วในการได้รับวิตามินดีจากแสงแดด เวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกไปรับแสงแดด คือ ช่วงเช้าก่อน 9.00 น. และ ช่วงเย็นหลัง 16.00 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่แสงแดดไม่ร้อนมาก
7.ใกล้ชิดธรรมชาติบำบัด คือ การดูแลกายใจด้วยกระบวนการธรรมชาติ การอยู่กับธรรมชาติอันเงียบสงบช่วยให้ได้สื่อสารกับจิตใจตัวเอง กลับมาดูแลจิตใจและเข้าใจตัวเองมากขึ้น มีสมาธิและทำให้สมองผ่อนคลายตามไปด้วย
8.นวดผ่อนคลาย หากรู้วิธีนวดที่ถูกต้องจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง ที่ทำได้ง่าย ๆ คือ การใช้นิ้วที่ถนัดกดลงบนบริเวณกึ่งกลางระหว่างคิ้ว หรือใช้ปลายนิ้วที่ถนัดกดจุดใต้หัวคิ้ว ทำ 3-5 ครั้ง นานครั้งละ 10 วินาที โดยปล่อยเวลาผ่อนคลายนานกว่าเวลากด จากนั้นนวดซ้ำ 3-5 ครั้งต่อจุด เท่านี้ก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้
9.งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- นิโคติน เป็นสารเสพติดที่เป็นส่วนประกอบในบุหรี่จะช่วยให้ผู้สูบรู้สึกผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวลและทำให้รู้สึกสงบขึ้นได้ แต่ในความเป็นจริง การสูบบุหรี่จะทำให้ระดับความเครียดในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมามากมาย อย่างเช่น ความดันโลหิตสูงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น กล้ามเนื้อหดเกร็ง ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจและก่อให้เกิดโรคร้ายแรงได้
- การดื่มแอลกอฮอล์ ที่ถึงแม้จะเป็นวิธีแก้เครียดที่ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกดีขึ้นภายในระยะสั้น ๆ แต่การเสพติดการดื่มแอลกอฮอล์ จะส่งผลให้ความเครียดหรืออาการซึมเศร้าแย่ลง หลังจากที่ความรู้สึกสบาย ๆ จากการดื่มแอลกอฮอล์สลายตัวลง
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
5 ประเทศที่มี Soft Power ดึงดูดใจคนทั่วโลก ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่
ส่องแนวทางรวย! "ลาภลอย" จัดเต็มเลขเด่นชุดใหญ่ งวด 16 เม.ย. 69
บอลช่อง 3 “เจมส์จิ ถอดเสื้อ-กัปตันโป๊ปยิงลูกโทษ เสียงกรี๊ดสนั่น”
เจาะเลขเด็ด"อ.ฟ้าใหม่ ใจบุญ" งวดสงกรานต์ลุ้นรวย 16 เม.ย. 69
ประเทศที่ชอบเล่นหวยมากเป็นที่ 1
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
ไม่ใช่กรุงเทพ? เปิดชื่อ “จังหวัดค่าครองชีพสูงสุดในไทย” ที่หลายคนคาดไม่ถึง
ภาพยนตร์ของไทยที่โด่งดังในประเทศกัมพูชา
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย







