คามิโคจิ ดื่มด่ำธรรมชาติระดับไฮเอนด์ กับทัวร์พรีเมี่ยม
เขียนโดย tothemoon555
คามิโคจิ คือดินแดนธรรมชาติที่หลายคนตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ ด้วยอากาศบริสุทธิ์เย็นสบายตลอดฤดูกาล ผู้คนที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ และวัฒนธรรมการท่องเที่ยวที่เคารพธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
จากเดิมที่คามิโคจิเป็นเพียงเส้นทางเดินเขาในหุบเขาลึกของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ปัจจุบันคามิโคจิได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักเดินทางจากทั่วโลก ด้วยภูมิประเทศที่สวยงาม ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และบรรยากาศสงบเป็นเอกลักษณ์ การมาเที่ยวคามิโคจิจึงถือว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ในเส้นทางการเดินทางในญี่ปุ่น
Kamikochi อยู่เมืองไหนในญี่ปุ่น?
คามิโคจิ (Kamikochi) ตั้งอยู่ในจังหวัดนากาโนะ (Nagano) ทางตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น ภายในเขตอุทยานแห่งชาติชูบุซังงาคุ (Chubu Sangaku National Park) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น คามิโคจิเป็นหุบเขาธรรมชาติที่ทอดยาวตามแม่น้ำอาซุสะ รายล้อมด้วยภูเขาสูงอย่างเทือกเขาโฮทากะ ทำให้คามิโคจิมีบรรยากาศเงียบสงบ สดชื่น และแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นของญี่ปุ่นอย่างชัดเจน
เหตุผลที่ทำให้คามิโคจิ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ด้วยความสวยงามของธรรมชาติและการรักษาระบบนิเวศไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะพื้นที่ทั้งหมดจำกัดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวคามิโคจิจึงได้สัมผัสธรรมชาติแท้ ๆ อากาศบริสุทธิ์ และทัศนียภาพที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน หรือช่วง Kamikochi ใบไม้เปลี่ยนสีที่โด่งดังไปทั่วโลก
4 สถานที่คามิโคจิ ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือน
คามิโคจิ คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนญี่ปุ่น ด้วยความงดงามระดับตำนาน บรรยากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนง่าย ๆ ในญี่ปุ่น และเสน่ห์ที่ทำให้ใครมาแล้วอยากกลับมาอีกครั้ง
บึงเมียวจิน (Myojin Pond)
บึงเมียวจินเป็นหนึ่งในจุดที่เงียบสงบและมีความศักดิ์สิทธิ์ของคามิโคจิ ผืนน้ำใสราวกระจกสะท้อนเงาภูเขาและต้นไม้โดยรอบ ทำให้บึงแห่งนี้ปรากฏอยู่ในรีวิว Kamikochi และรูปภาพของคามิโคจิอยู่เสมอ พื้นที่ใกล้บึงยังมีศาลเจ้าเมียวจิน สื่อถึงความผูกพันระหว่างธรรมชาติและความเชื่อดั้งเดิมของญี่ปุ่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสอีกมุมหนึ่งของการเที่ยวคามิโคจิที่ลึกซึ้งกว่าการถ่ายภาพ
สะพานคัปปะ (Kappa Bridge)
สะพานคัปปะถือเป็นแลนด์มาร์กของคามิโคจิ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินชมธรรมชาติ สะพานไม้แห่งนี้พาดผ่านแม่น้ำอาซุสะ มองเห็นวิวเทือกเขาโฮทากะได้อย่างชัดเจน หากค้นหาคำว่า Kamikochi รีวิว หรือ Kamikochi Japan มักจะเห็นภาพสะพานคัปปะอยู่เสมอ เพราะเป็นจุดที่เหมาะกับการถ่ายรูป และมีบรรยากาศที่ดี
บึงไทโช (Taisho Pond)
บึงไทโชเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติในอดีต และกลายเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของคามิโคจิ ซากต้นไม้ที่โผล่พ้นผิวน้ำ ผสานกับฉากหลังของภูเขา ทำให้บึงแห่งนี้มีเสน่ห์ไม่เหมือนที่อื่น โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี บึงไทโชจึงเป็นจุดที่ช่างภาพและนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวคามิโคจิ
แม่น้ำอาซุสะ (Azusa River)
แม่น้ำอาซุสะเป็นเส้นเลือดหลักที่หล่อเลี้ยงคามิโคจิ น้ำใสสีฟ้าไหลผ่านหุบเขา สร้างบรรยากาศเย็นสบายตลอดเส้นทางเดินเลียบแม่น้ำ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น ชมวิว หรือหยุดพักเพื่อซึมซับความสงบของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ แม่น้ำสายนี้ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คามิโคจิแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่น และเป็นเหตุผลที่หลายคนยกให้คามิโคจิเป็นจุดหมายปลายทางที่มีความพิเศษรอให้ค้นพบ มากกว่าที่เห็นเพียงในคามิโคจิรูปภาพหรือบทความรีวิวทั่วไป
คามิโคจิ มีเส้นทางไหนบ้าง
แผนการเดินเขาในคามิโคจิ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด เพราะมีเส้นทางให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่เดินเล่นชมธรรมชาติแบบสบาย ๆ ไปจนถึงเส้นทางสำหรับสายผจญภัยระดับมืออาชีพในอุทยานคามิโคจิ
- เส้นทางเลียบแม่น้ำอาซุสะ (Azusa River Route) เส้นทางเดินเขาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในคามิโคจิ เป็นทางราบ เดินง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้นและนักท่องเที่ยวทั่วไป ระยะทางประมาณ 9.2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 3–4 ชั่วโมง ระหว่างทางสามารถชมวิวแม่น้ำ ภูเขา และถ่ายรูปภาพของคามิโคจิได้แทบทุกจุด
- ภูเขายาเกดาเกะ (Yakedake) เส้นทางปีนเขาไฟสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากลอง Hiking จริงจังในคามิโคจิ ระยะทางประมาณ 6.4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5–6 ชั่วโมง สามารถเดินไปเช้าเย็นกลับได้ เหมาะกับช่วงฤดูที่อากาศเปิด ทำให้เห็นวิวมุมสูงของ Kamikochi อย่างชัดเจน
- ภูเขาโชกาตาเกะ (Chogatake) เส้นทางเดินเขาระดับกลาง เหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์พอสมควร จุดเด่นคือมีหลายแผนการเดินให้เลือก และบางเส้นทางต้องใช้เวลาหลายวัน เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสคามิโคจิในมุมที่ลึกและเงียบสงบมากขึ้น
- ภูเขาคิตะ-โฮทากาดาเกะ (Kita-Hotakadake) เส้นทางสำหรับนักปีนเขาระดับสูง ระยะทางประมาณ 34.7 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 16 ชั่วโมง ต้องอาศัยประสบการณ์และการเตรียมตัวอย่างดี เส้นทางนี้ถือเป็นหนึ่งในเส้นที่ท้าทายที่สุดของคามิโคจิ
- ภูเขายาริ (Yari) เส้นทางระดับมืออาชีพ เหมาะสำหรับนักเดินเขาที่มีประสบการณ์สูง ระยะทางประมาณ 39.1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 วัน มีทั้งการปีนเขาและเดินป่าหลายรูปแบบ เป็นเส้นทางที่สะท้อนอีกด้านหนึ่งของคามิโคจิที่ดิบและท้าทายอย่างแท้จริง
คามิโคจิ ที่เที่ยวธรรมชาติสุดอลังการในญี่ปุ่น
คามิโคจิ เป็นสถานที่ที่มีเป็นเอกลักษณ์ทางด้านความสวยงามของธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น สะพานคัปปะบาชิ แม่น้ำสีฟ้าใส และแนวป่าสนที่สะท้อนเงาภูเขา ทำให้รูปภาพของคามิโคจิกลายเป็นแรงบันดาลใจของนักเดินทางจากทั่วโลก จนเกิดรีวิว Kamikochi Japan มากมายในฐานะสถานที่ที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต ด้วยความที่คามิโคจิเป็นพื้นที่อนุรักษ์ การท่องเที่ยวจึงถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน นักท่องเที่ยวที่เลือกเที่ยวคามิโคจิจะได้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป
โดยคามิโคจิเที่ยวได้ตั้งแต่ประมาณ 15 เมษายน – 15 พฤศจิกายน ของทุกปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและหิมะ แนะนำให้เช็ควันเปิด-ปิดก่อนไป
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
ดราม่าสนั่น! สามีขอหารค่า 'ศูนย์พักฟื้นหลังคลอด' 70/30 ชาวเน็ตจวกยับ ไม่มีเงินอย่ามีลูก!
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
5 ประเทศที่มี Soft Power ดึงดูดใจคนทั่วโลก ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว





