นี่คือต้นยางในตำนาน ต้นยางต้นแรกของประเทศไทย
เขียนโดย dukedick
ต้นยางพาราต้นแรกของประเทศไทยตั้งอยู่ที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง และถือเป็นหลักฐานสำคัญของจุดเริ่มต้นอาชีพสวนยางพาราในไทย ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2442 พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี หรือ คอซิมบี้ ณ ระนอง ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตรังในขณะนั้น ได้นำเมล็ดยางพารามาจากประเทศมาเลเซียซึ่งในเวลานั้นอยู่ในสหพันธรัฐมลายู แล้วนำมาทดลองปลูกที่อำเภอกันตัง นับเป็นก้าวสำคัญของการนำพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่เข้ามาสู่ประเทศไทย
การตัดสินใจของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากวิสัยทัศน์ในการมองหาอาชีพใหม่ให้ประชาชน ในช่วงเวลานั้นราคาสินค้าเกษตรหลายชนิด โดยเฉพาะพริกไทย อยู่ในภาวะตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวบ้านอย่างมาก ท่านจึงเล็งเห็นว่ายางพาราอาจเป็นทางเลือกสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่
นอกจากจะนำเมล็ดยางพาราเข้ามาปลูกแล้ว พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ยังดำเนินการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งคนไปศึกษาวิธีการปลูกยางพาราเพื่อนำความรู้กลับมาเผยแพร่ และการแจกจ่ายพันธุ์ยางให้ประชาชนนำไปเพาะปลูกต่อ ชาวบ้านในเวลานั้นเรียกต้นยางชุดแรกนี้ว่า “ต้นยางเทศา” ซึ่งสะท้อนถึงการรับรู้ว่าพืชชนิดนี้เป็นสิ่งใหม่ที่เข้ามามีบทบาทในท้องถิ่น
จากการเริ่มต้นที่อำเภอกันตัง ยางพาราได้ขยายตัวไปยังพื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่อง นอกจากจังหวัดตรังแล้ว ยังมีการขยายพันธุ์ไปปลูกในจังหวัดนราธิวาส ต่อมาในปี พ.ศ. 2454 หลวงราชไมตรี หรือ ปูม ปุณศรี ได้นำพันธุ์ยางพาราไปปลูกที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกยางพาราในภาคตะวันออก หลังจากนั้นการปลูกยางพาราจึงแพร่หลายไปยัง 14 จังหวัดภาคใต้ และ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ก่อนจะขยายต่อไปยังภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ
ต้นยางพาราต้นแรกที่จังหวัดตรังจึงมีความสำคัญมากกว่าการเป็นเพียงต้นไม้เก่าแก่หนึ่งต้น แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นอุตสาหกรรมยางพาราในประเทศไทย และเป็นจุดตั้งต้นของพืชเศรษฐกิจที่เติบโตจนกลายเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศในเวลาต่อมา ปัจจุบันต้นยางพาราต้นแรกนี้ยังคงยืนต้นอยู่ และได้รับการยกย่องให้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง
หากพิจารณาในมิติของประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ต้นยางพาราต้นแรกที่กันตังไม่เพียงสะท้อนบทบาทของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ในฐานะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของสังคมไทยในช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ต้นไม้ต้นนี้จึงเป็นทั้งอนุสรณ์ของความคิดริเริ่ม และเป็นหลักฐานของการพัฒนาที่ส่งผลต่อประเทศอย่างยาวนาน
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
“เจเจ” อดีตภรรยา ขับรถ 300 กม. รับอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” หลังดราม่ายังไม่จบ
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
12 นิสัยที่ใคร ๆ ก็บอกว่า เปลี่ยนเถอะขอร้อง ทำให้คนอื่นไม่อยากเข้าใกล้ ใคร ๆ ก็เมิน
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
ประเทศหรือเขตปกครองที่ครองแชมป์ "เดินเยอะที่สุด"
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
2 ประเทศเท่านั้นในโลก ที่ไม่เคยมีสถานะเป็นเมืองขึ้นของประเทศอื่น
ร้อนตับแตก 45 องศา! เปิดโพย 7 ที่เที่ยวสงกรานต์ 2569 สายชิล งบน้อย คนไม่เยอะ ฉบับตัวแม่เอาอยู่!




