“ดื่มน้ำ” เรื่องเล็กที่ไม่เล็ก! หมอเตือน ดื่มน้อยไปก็พัง ดื่มมากไปก็อันตราย รู้ให้ชัดก่อนสายเกินแก้
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการดื่มน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่เราทำกันทุกวันจนแทบไม่เคยคิดว่าเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้จะมีผลต่อสุขภาพมากเพียงใด หลายคนเชื่อว่าถ้าดื่มน้ำมาก ๆ ร่างกายก็จะดีเอง บางคนกลับตรงกันข้าม ทั้งวันแทบไม่แตะน้ำสักแก้วเพราะมัวแต่งานหรือไม่รู้สึกกระหาย แต่ความจริงแล้วทั้งสองแบบนี้ต่างก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพทั้งนั้น หากไม่รู้จักความพอดี
แพทย์หลายท่านอธิบายตรงกันว่า ร่างกายมนุษย์ต้องการน้ำเพื่อให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการไหลเวียนของเลือด การทำงานของสมอง การย่อยอาหาร หรือแม้แต่การขับของเสียออกจากร่างกาย หากร่างกายได้รับน้ำน้อยเกินไป สิ่งแรกที่มักเกิดขึ้นคืออาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เวียนหัว และสมาธิลดลง เพราะสมองของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก เมื่อขาดน้ำเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อการทำงานได้ทันที
ยิ่งไปกว่านั้น การดื่มน้ำน้อยยังทำให้เลือดมีความเข้มข้นมากขึ้น ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นในการหมุนเวียนเลือด และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต เพราะปัสสาวะมีความเข้มข้นสูง เกลือแร่บางชนิดจึงตกตะกอนกลายเป็นก้อนนิ่วได้ง่าย หลายคนที่มีอาการปวดหลัง ปวดเอว หรือปัสสาวะแสบขัด บางครั้งสาเหตุก็มาจากการดื่มน้ำน้อยนี่เอง นอกจากนี้ยังพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อยมักมีปัญหาท้องผูก เพราะร่างกายดูดน้ำกลับไปใช้มากเกินไป ทำให้อุจจาระแข็งและขับถ่ายยาก
ในบ้านเราอากาศค่อนข้างร้อน หากร่างกายเสียเหงื่อมากแต่ไม่ได้เติมน้ำให้เพียงพอ ก็อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งในบางกรณีอาจเกิดอาการหน้ามืด เป็นลม หรือถึงขั้นลมแดดได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่บางครั้งไม่ค่อยรู้สึกกระหายน้ำเหมือนคนหนุ่มสาว จึงยิ่งต้องระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก
แต่ในอีกด้านหนึ่ง การดื่มน้ำมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีอย่างที่หลายคนคิด บางคนเชื่อว่าการดื่มน้ำเยอะ ๆ จะช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกาย จึงพยายามดื่มน้ำทั้งวันแทบไม่หยุด ทั้งที่ร่างกายของคนเรามีขีดจำกัดในการจัดการกับน้ำที่ได้รับ หากมากเกินไป ไตก็ต้องทำงานหนักเพื่อขับน้ำส่วนเกินออกมา
แพทย์เรียกภาวะนี้ว่า “น้ำเป็นพิษ” ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายมีน้ำมากเกินไปจนระดับเกลือแร่ในเลือดเจือจางลง โดยเฉพาะโซเดียมที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของเซลล์ เมื่อระดับโซเดียมต่ำเกินไป เซลล์ในร่างกายโดยเฉพาะเซลล์สมองอาจบวม ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ มึนงง ปวดศีรษะ และในกรณีรุนแรงอาจถึงขั้นชักหรือหมดสติได้ แม้จะเกิดไม่บ่อย แต่ก็มีรายงานเกิดขึ้นจริงในหลายประเทศ
นอกจากนี้คนที่ดื่มน้ำมากเกินไปมักต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อย ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องตื่นกลางดึกหลายครั้ง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มได้โดยไม่รู้ตัว
เมื่อมองในภาพรวมแล้ว จะเห็นได้ว่าการดื่มน้ำไม่ใช่เรื่องของการดื่มให้มากที่สุด แต่เป็นเรื่องของความพอดี ร่างกายของคนทั่วไปมักต้องการน้ำประมาณวันละหนึ่งลิตรครึ่งถึงสองลิตร หรือราว ๆ หกถึงแปดแก้วต่อวัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ การออกกำลังกาย และสุขภาพของแต่ละคนด้วย
วิธีสังเกตง่าย ๆ ที่แพทย์มักแนะนำคือดูสีของปัสสาวะ หากมีสีเหลืองอ่อนใส แสดงว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ แต่หากสีเข้มมากก็อาจเป็นสัญญาณว่าควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้น
สุดท้ายแล้วเรื่องการดื่มน้ำอาจดูเป็นเรื่องเล็กในชีวิตประจำวัน แต่แท้จริงแล้วมันเกี่ยวข้องกับสุขภาพของเราโดยตรง การรู้จักดื่มน้ำให้พอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป อาจเป็นเรื่องธรรมดาที่ช่วยป้องกันโรคหลายอย่างได้อย่างไม่น่าเชื่อ และบางครั้งสุขภาพที่ดี ก็เริ่มต้นจากเรื่องง่าย ๆ อย่างการหยิบน้ำขึ้นมาดื่มให้ถูกจังหวะและถูกปริมาณเท่านั้นเอง.
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอด
3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทย
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทย
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
10 อันดับโรงเรียนเก่าแก่ที่สุดในไทย
ย้อนวันวานโรงหนัง “โคลีเซี่ยม” ปี 2517 เปิดโปรแกรมหนังดัง “ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ” เริ่มฉาย 16 มีนาคม
จังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการ"นวด"อันดับหนึ่งของไทย”
สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
ยอดอ่อนผักไทยที่คนชอบกิน หวานนุ่ม กินง่าย อร่อยแบบบ้าน ๆ


