ขุดน้ำมันได้เอง แต่คนไทยยังต้องใช้น้ำมันแพง? ไขคำตอบที่หลายคนสงสัยมานาน ทำไมไทยยังต้องส่งออกน้ำมันดิบ
เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องน้ำมันของประเทศไทย ซึ่งอ่านแล้วก็อดคิดตามไม่ได้ เพราะเป็นคำถามที่คนไทยจำนวนมากเคยสงสัยอยู่ในใจมานานว่า ในเมื่อประเทศไทยก็มีการขุดน้ำมันดิบขึ้นมาได้เอง แล้วทำไมเรายังต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศอยู่มากมาย แถมบางครั้งยังได้ยินข่าวว่าน้ำมันดิบของไทยถูกส่งออกไปขายต่างประเทศอีกด้วย
ฟังดูเผิน ๆ แล้วเหมือนเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งอยู่ไม่น้อย เพราะหลายคนอาจคิดว่า หากเราขุดน้ำมันได้เอง ก็น่าจะนำมากลั่นใช้ในประเทศให้หมด เพื่อลดต้นทุนและลดการพึ่งพาต่างประเทศ แต่ความจริงแล้ว เรื่องนี้มีรายละเอียดมากกว่าที่หลายคนเข้าใจ และเกี่ยวข้องทั้งเรื่องคุณสมบัติของน้ำมัน เทคโนโลยีของโรงกลั่น รวมไปถึงความต้องการใช้งานจริงของประเทศ
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ประเทศไทยแม้จะมีแหล่งน้ำมันดิบในอ่าวไทย แต่ปริมาณที่ผลิตได้ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการใช้น้ำมันของทั้งประเทศ โดยในแต่ละวันประเทศไทยใช้น้ำมันประมาณหนึ่งล้านบาร์เรลต่อวัน แต่เราสามารถผลิตได้เองเพียงประมาณหนึ่งแสนถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นบาร์เรลต่อวันเท่านั้น หรือคิดง่าย ๆ ก็คือไม่ถึงหนึ่งในห้าของความต้องการทั้งหมด
นั่นหมายความว่า ต่อให้เรานำน้ำมันดิบที่ขุดได้ทุกหยดมากลั่นใช้ในประเทศ ก็ยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานอยู่ดี ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศจำนวนมาก เพื่อให้เพียงพอต่อระบบขนส่ง อุตสาหกรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ต้องพึ่งพาพลังงานน้ำมัน
แต่เรื่องสำคัญไม่ได้อยู่แค่ปริมาณเท่านั้น เพราะน้ำมันดิบแต่ละแหล่งมีคุณสมบัติแตกต่างกัน น้ำมันดิบที่พบในอ่าวไทยส่วนใหญ่เป็นน้ำมันชนิดเบา เมื่อนำไปผ่านกระบวนการกลั่นแล้ว ผลผลิตที่ได้จำนวนมากจะกลายเป็นน้ำมันเบนซิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประเทศไทยกลับใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก โดยเฉพาะในภาคขนส่ง รถบรรทุก รถโดยสาร และเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรม
ถ้าเราฝืนกลั่นน้ำมันดิบไทยทั้งหมด สิ่งที่อาจเกิดขึ้นก็คือ ประเทศจะมีน้ำมันเบนซินมากเกินความจำเป็น แต่กลับมีน้ำมันดีเซลไม่พอใช้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งและเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากบางภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง ซึ่งเมื่อนำมากลั่นแล้วจะให้ผลผลิตเป็นน้ำมันดีเซลในปริมาณสูงกว่า และตรงกับความต้องการของประเทศมากกว่า
นอกจากนี้ น้ำมันดิบจากอ่าวไทยยังมีลักษณะเฉพาะอีกอย่างหนึ่ง คือมีสารปนเปื้อนบางชนิด เช่น ปรอท หรือสารหนู อยู่ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง โรงกลั่นบางแห่งในประเทศไทยไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการสารเหล่านี้โดยตรง หากนำมากลั่นโดยไม่มีระบบรองรับที่เหมาะสม อาจทำให้อุปกรณ์และเครื่องจักรที่มีมูลค่าสูงเกิดความเสียหายได้
ด้วยเหตุผลทางเทคนิคเช่นนี้ น้ำมันดิบบางส่วนของไทยจึงถูกส่งออกไปยังโรงกลั่นในต่างประเทศที่มีเทคโนโลยีรองรับโดยเฉพาะ ซึ่งในหลายกรณีก็สามารถขายได้ในราคาที่ดี เพราะน้ำมันดิบไทยจัดเป็นน้ำมันชนิดเบาที่มีคุณภาพสูง
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมดแล้ว จะเห็นว่าการที่ประเทศไทยต้องส่งออกน้ำมันดิบในบางส่วน และนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศในเวลาเดียวกันนั้น ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในการบริหาร แต่เป็นการปรับสมดุลระหว่างทรัพยากรที่เรามี กับความต้องการใช้งานจริงของประเทศ
หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็อาจเหมือนกับครอบครัวหนึ่งที่ปลูกผลไม้คุณภาพดีได้ แต่สิ่งที่สมาชิกในบ้านต้องกินทุกวันคือข้าวเป็นหลัก ครอบครัวนั้นจึงเลือกขายผลไม้ราคาแพงออกไป แล้วนำเงินนั้นมาซื้อข้าวในปริมาณมากกลับมาให้ทุกคนได้กินอิ่ม
เรื่องน้ำมันของประเทศไทยก็มีลักษณะคล้ายกัน คือใช้สิ่งที่เรามีให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมกับนำเข้าสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศให้เพียงพอ เพราะในโลกของพลังงานนั้น ไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “มีหรือไม่มี” เท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงชนิด คุณภาพ เทคโนโลยี และความเหมาะสมทางเศรษฐกิจควบคู่กันไปด้วย.
เปิด 8 ธุรกิจจีนที่เติบโตในไทย
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่โต๊ะ" งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..ส่องเลย เลขไหนให้โชค!
3 จังหวัดที่มีการบริโภค"เนื้อวัว"มากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่อากาศแย่ที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับ ประเทศที่ไทยนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นมูลค่ามากที่สุด
ภรรยา กับ ภริยา ต่างกันอย่างไร ความหมายจริงในภาษาไทย
รู้จักนกเลขานุการ นักล่าแห่งทุ่งสะวันนา ผู้เชี่ยวชาญล่างูพิษ
ถอดรหัสคำว่า "ป่าช้า": ไม่ได้แปลว่าช้าอย่างที่คิด
จังหวัดที่มีจำนวน'เทศบาล'มากที่สุดในประเทศไทย
คอหวยส่องเลขกำลังวัน งวด 16 มี.ค.69 ใช้เป็นแนวทางลุ้นโชค
ค่าตอบแทนเงินเดือนพนักงานเก็บเงินทางด่วน
จังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่ไม่มีน้ำตกอยู่เลยในธรรมชาติ
เสียงเคาะหน้าต่างยามตีสาม
"จูไห่" ตัวแทนในความรักของหญิงสาวที่มีต่อชายหนุ่มรอชายหนุ่มจรตัวเองกลายเป็นหินและอยู่มาตราบนานแสนนาน
4 ตำบล ในประเทศไทย ที่คนอายุยืนกันมาก แถม 3 ตำบล ยังอยู่ในจังหวัดเดียวกันอีก
ใส่รองเท้าบู๊ทโดยไม่ใช้ถุงเท้า เสี่ยงแผลเปิดโดยไม่รู้ตัว แพทย์อธิบายชัดถึงความสำคัญ