4 ตำบล ในประเทศไทย ที่คนอายุยืนกันมาก แถม 3 ตำบล ยังอยู่ในจังหวัดเดียวกันอีก
เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่ง ซึ่งให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างประชากรของประเทศไทยในปัจจุบัน เป็นข้อมูลเชิงพื้นที่ระดับตำบลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ที่ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลประชากรทั่วประเทศในปี 2568 และพบข้อเท็จจริงที่ทำให้หลายคนต้องหันมาสนใจเรื่อง “สังคมผู้สูงวัย” มากขึ้นกว่าเดิม
จากข้อมูลตำบลทั่วประเทศมากกว่า 7,256 ตำบล ปรากฏว่ามีเพียงไม่กี่พื้นที่เท่านั้นที่มีสัดส่วนประชากรอายุเกิน 85 ปีสูงกว่าพื้นที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด จนถูกเรียกว่าเป็น “พื้นที่อายุยืน” ของประเทศไทย เพราะมีผู้สูงวัยที่มีอายุยืนยาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
สิ่งที่ทำให้หลายคนถึงกับประหลาดใจคือ ในประเทศไทยมีเพียง 4 ตำบลเท่านั้นที่มีสัดส่วนผู้ที่มีอายุเกิน 85 ปีมากถึงประมาณ 7–8 คนต่อประชากร 100 คน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ
พื้นที่ที่มีสัดส่วนผู้สูงวัยมากที่สุดคือ แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้ที่มีอายุเกิน 85 ปีประมาณ 8 คนต่อประชากร 100 คน
รองลงมาคือ ตำบลกะมัง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีสัดส่วนประมาณ 7 คนต่อ 100 คน
ขณะที่อีกสองพื้นที่ที่ติดอันดับเช่นกันคือ แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และแขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสัดส่วนผู้สูงวัยประมาณ 7 คนต่อประชากร 100 คนเช่นเดียวกัน
เมื่อมองภาพรวมแล้วจะเห็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะใน 4 พื้นที่ที่ติดอันดับนี้ มีถึง 3 แห่งที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพื้นที่ใจกลางเมืองหลวงจึงกลับกลายเป็นพื้นที่ที่มีคนอายุยืนจำนวนมาก
ผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์มองว่า ปัจจัยสำคัญอาจเกี่ยวข้องกับลักษณะของชุมชนดั้งเดิมในพื้นที่เหล่านี้ ซึ่งมีความเข้มแข็งทางสังคม ผู้คนรู้จักและดูแลกันอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล คลินิก หรือการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ทำให้ผู้สูงวัยได้รับการดูแลโรคเรื้อรังและสุขภาพร่างกายอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านวิถีชีวิตที่น่าสนใจ เพราะหลายพื้นที่ในเขตเมืองเก่าหรือย่านชุมชนดั้งเดิม มักมีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่เร่งรีบมากนัก ผู้สูงวัยยังคงมีสังคม มีเพื่อนบ้าน และได้รับการดูแลจากครอบครัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ
เมื่อมองในภาพรวมของประเทศ ตัวเลขเหล่านี้ยังสะท้อนอีกด้านหนึ่งว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์” อย่างชัดเจน เพราะข้อมูลในปี 2568 ระบุว่า ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 13.8 ล้านคน คิดเป็นเกือบหนึ่งในห้าของประชากรทั้งหมด และตัวเลขนี้ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี
แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสะท้อนความท้าทายของสังคมไทยในอนาคต ทั้งเรื่องการดูแลผู้สูงวัย ระบบสาธารณสุข และโครงสร้างเศรษฐกิจ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นสัญญาณที่บอกเราว่า หากมีสภาพแวดล้อมที่ดี มีชุมชนที่เข้มแข็ง และมีการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง มนุษย์เราก็สามารถมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพได้เช่นกัน
เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงสถิติของประชากรเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมไทย ที่ยังคงให้ความสำคัญกับครอบครัว ชุมชน และการดูแลกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายพื้นที่ของไทยกลายเป็น “พื้นที่อายุยืน” อย่างที่เห็นในวันนี้.
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ทำไมคนส่วนใหญ่ถนัดขวา มากกว่าถนัดซ้าย วิทยาศาสตร์อธิบายไว้หลายทาง
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
เดจาวูคืออะไร ทำไมสมองทำให้เรารู้สึกว่า “เคยเจอแล้ว”
ความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
เกิดเป็นมนุษย์ยากแค่ไหน อุปมาเต่าตาบอดกับห่วงไม้ในพุทธศาสนาบอกอะไรเรา
7 มหาวิทยาลัยไทยพื้นที่กว้างระดับเมืองย่อม ที่ไม่ได้มีแค่อาคารเรียน
ปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน
ประเทศที่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก มาครองได้เพียงครั้งเดียว มีอยู่ 2 ประเทศ
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
เปรตอาจไม่ได้สูงเท่าต้นตาลอย่างที่หลายคนคิด พระพุทธเจ้าตรัสลักษณะของเปรตไว้อย่างไร
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
สั่ง “พิเศษ” แต่ทำไมดูไม่ต่างจากธรรมดา เรื่องเล็กในร้านตามสั่งที่คนไทยคาใจ



