แพทย์เตือนดื่มน้ำผิดวิธี เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่ง เป็นเรื่องที่ดูเหมือนเล็กน้อยแต่กลับทำให้ต้องหยุดคิดไปพักใหญ่ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนทำกันทุกวันโดยไม่ทันระวัง นั่นคือเรื่องของ “การดื่มน้ำ” ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา อยากดื่มเมื่อไรก็ดื่ม แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากดื่มน้ำผิดวิธี ก็อาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ และมีรายงานในต่างประเทศว่าบางกรณีรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตมาแล้ว
สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ การดื่มน้ำมากเกินไปในเวลาอันสั้นก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน ภาวะนี้ทางการแพทย์เรียกว่า “น้ำเป็นพิษ” เมื่อร่างกายได้รับน้ำจำนวนมากรวดเดียว เลือดจะถูกเจือจางอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับเกลือแร่ในร่างกายลดลง ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน บางรายถึงกับสับสนหรือหมดสติได้ เพราะสมองได้รับผลกระทบจากความสมดุลของน้ำและเกลือแร่ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ในทางกลับกัน การดื่มน้ำน้อยเกินไปก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนจัดแบบบ้านเรา ร่างกายจะสูญเสียน้ำผ่านเหงื่ออยู่ตลอดเวลา หากไม่ได้ดื่มน้ำชดเชยให้เพียงพอ ก็อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ หน้ามืด อ่อนเพลีย หรือรุนแรงถึงขั้นเป็นลมแดดได้เช่นกัน
แพทย์ส่วนใหญ่จึงมักแนะนำว่า วิธีดื่มน้ำที่ปลอดภัยและดีที่สุด คือการดื่มแบบ “จิบบ่อยๆ แต่ไม่ดื่มรวดเดียวจำนวนมาก” พูดง่ายๆ คือดื่มทีละนิดแต่ดื่มให้สม่ำเสมอ เช่น ทุกๆ ครึ่งชั่วโมงหรือทุกครั้งที่รู้สึกปากแห้ง อย่ารอให้กระหายน้ำมากแล้วค่อยดื่มทีเดียวหลายแก้ว เพราะตอนนั้นร่างกายเริ่มขาดน้ำไปแล้ว และการดื่มรวดเดียวมากเกินไปก็ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน
สำหรับผู้ที่ต้องทำงานหรือใช้ชีวิตอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน หลายคนมักเข้าใจผิดว่าตัวเองไม่ได้เสียเหงื่อจึงไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำมาก แต่ความจริงแล้วอากาศในห้องแอร์ค่อนข้างแห้ง ร่างกายจะสูญเสียน้ำออกทางผิวหนังและการหายใจโดยที่เราแทบไม่รู้ตัว ดังนั้นจึงควรจิบน้ำเปล่าสะอาดอุณหภูมิห้องเป็นระยะๆ ไม่ต้องดื่มครั้งละมาก แต่ควรดื่มต่อเนื่องตลอดวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ
ส่วนคนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง หรืออยู่ท่ามกลางแดดจัด ร่างกายจะเสียเหงื่อมากกว่าปกติ นอกจากน้ำเปล่าแล้ว บางครั้งอาจดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อช่วยทดแทนแร่ธาตุที่สูญเสียไปได้ แต่ก็ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มหวานจัดมากเกินไป เพราะน้ำตาลสูงอาจทำให้กระหายมากขึ้น ทางที่ดีควรดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก และจิบเรื่อยๆ ระหว่างวันจะช่วยให้ร่างกายสดชื่นกว่า
โดยทั่วไปผู้ใหญ่ควรดื่มน้ำประมาณวันละ 6–8 แก้ว หรือประมาณ 1.5 ถึง 2 ลิตร แต่ปริมาณอาจเพิ่มขึ้นหากทำงานกลางแดด ออกกำลังกาย หรืออยู่ในสภาพอากาศร้อน สิ่งสำคัญคือไม่จำเป็นต้องดื่มทีเดียวจำนวนมาก แต่ควรแบ่งดื่มเป็นช่วงๆ เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดีและรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย
อีกวิธีง่ายๆ ที่หลายคนใช้สังเกตว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ คือดูสีของปัสสาวะ หากมีสีเหลืองอ่อนแสดงว่าร่างกายได้รับน้ำเหมาะสม แต่ถ้าสีเข้มมากอาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังขาดน้ำ
เรื่องการดื่มน้ำอาจดูเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ใครๆ ก็ทำกันทุกวัน แต่หากเข้าใจวิธีดื่มอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล ลดความเสี่ยงจากภาวะขาดน้ำหรือดื่มน้ำมากเกินไปได้อย่างมาก บางครั้งเรื่องใกล้ตัวที่เราคิดว่าไม่สำคัญ อาจเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด เพียงใส่ใจอีกสักนิด สุขภาพของเราก็จะปลอดภัยขึ้นอีกมากทีเดียว.
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน
เล่นหวยแล้วยังรู้สึกผิด? ทำความเข้าใจอารมณ์ตัวเอง ก่อนงวด 16 ส.ค. 69
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
ศาลเกาหลีสั่งตัดสิน ให้ชายญี่ปุ่นที่ล่วงละเมิดทางเพศนทท.จีน ติดคุก!!
รหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569
กองทัพจีนกำลังฝึกซ้อมร่วมกับอินโดนีเซียครั้งแรก ในน่านน้ําทางตะวันออกของไต้หวัน
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
ทำไมความกลัวเอไอแย่งงานถึงผลักบางคนให้ต่อต้าน แต่ทำให้อีกบางคนใช้มันจนวางไม่ลง
ยูทูบเพิ่มเกณฑ์สร้างรายได้ปี 2570 ช่องใหม่ต้องทำยอดรับชมสูงขึ้นเป็นสองเท่า
เมืองที่อยู่ใต้แผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกา
รวมเลขเด็ด 9 สำนักดังงวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ศาลเกาหลีสั่งตัดสิน ให้ชายญี่ปุ่นที่ล่วงละเมิดทางเพศนทท.จีน ติดคุก!!
ยูทูบเพิ่มเกณฑ์สร้างรายได้ปี 2570 ช่องใหม่ต้องทำยอดรับชมสูงขึ้นเป็นสองเท่า
เมืองที่อยู่ใต้แผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกา
ทำไมช้างจึงกระโดดให้เท้าทั้งสี่ลอยจากพื้นพร้อมกันไม่ได้
ทำไมความกลัวเอไอแย่งงานถึงผลักบางคนให้ต่อต้าน แต่ทำให้อีกบางคนใช้มันจนวางไม่ลง
ละเมอแชทเกิดขึ้นได้อย่างไรเมื่อสมองยังหลับแต่มือกลับหยิบมือถือมาตอบข้อความ



