สถานที่แปลกๆ ในเมืองไทย ที่น้อยคนจะได้ไปพบเจอ
คนชอบ 8 กับสายท่องเที่ยวต้องไม่พลาด มาเปิด สถานที่แปลกๆ ในเมืองไทย ที่น้อยคนจะได้ไปพบเจอ จริงๆ แล้วในไทยเรายังมีสถานที่ที่สวยงามและแปลกตาซ่อนู่อยู่อีกมากมาย ซึ่งบางแห่งอาจต้องใช้ความพยายามในการเดินทาง หรือรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมถึงจะได้เห็น นี่คือ 8 สถานที่แปลกในเมืองไทยที่น้อยคนจะได้ไปสัมผัสกันไปกันเลยยยย...
1. ละลุ (สระแก้ว): ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากน้ำฝนกัดเซาะดินจนกลายเป็นแท่งดินรูปร่างแปลกตาคล้ายเสาหินหรือกำแพงเมืองโบราณ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกยุคดึกดำบรรพ์หรือพื้นผิวดาวอังคาร
ละลุ ตั้งอยู่ใกล้บ้านคลองยาง-บ้านหนองผักแว่น ตำบลทับราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว หรืออยู่ห่างจากตัวจังหวัดสระแก้วไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 40 กิโลเมตร การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ค่อนข้างสะดวก
เป็นถนนลาดยางแอสฟัลต์โดยตลอด จากจังหวัดสระแก้ว ใช้เส้นทางหมายเลขที่ 33 (สระแก้ว-อรัญประเทศ) ถึงอำเภออรัญประเทศแล้วใช้เส้นทางหมายเลขที่ 348 (อรัญประเทศ-อำเภอตาพระยา) เลี้ยวซ้ายมือเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 3393 จะถึงหมู่บ้านโคคลานแล้วไปตามเส้นทาง ร.พ.ช.อีกประมาณ 19 กิโลเมตรเศษ จึงถึงหมู่บ้านหนองผักแว่น-บ้านคลองยาง ซึ่งเป็นที่ตั้งบริเวณที่เรียกกันว่า “ละลุ”
2. เกาะหินงาม (สตูล): ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ความแปลกคือทั้งเกาะไม่มีหาดทราย แต่เต็มไปด้วยหินสีดำกลมมนที่มีลวดลายสวยงาม เมื่อหินเหล่านี้โดนน้ำทะเลจะเป็นประกายแวววาวอย่างน่าประหลาด
เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะอาดัง ส่วนหนึ่งของหมู่เกาะอาดัง-ราวี อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ในตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล สามารถเดินทางด้วยเรือหางยาวจากเกาะหลีเป๊ะโดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที
3. เมืองบาดาล วัดวังก์วิเวการามหลังเก่า (กาญจนบุรี): ซากวัดเก่าแก่ที่จมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ จะปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจนเฉพาะในช่วงฤดูน้ำลดเท่านั้น เป็นภาพความสวยงามที่แฝงไปด้วยความขลังและแปลกตา
เป็นเมืองบาดาล หรือวัดวังก์วิเวการามหลังเก่า จ.กาญจนบุรี คือวัดใต้น้ำ Unseen Thailand ในอำเภอสังขละบุรีที่จมอยู่ในเขื่อนเขาแหลมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือเดือนมีนาคม-เมษายน เมื่อน้ำลดจะเผยซากโบสถ์และหอระฆังให้เห็น เดินชมหรือนั่งเรือเช่าจากสะพานมอญไปชมความมหัศจรรย์ได้
สถานที่ตั้ง: ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี (ใต้น้ำเขื่อนเขาแหลม)
4. กุ้ยหลินเมืองไทย หรือ เขาสก (สุราษฎร์ธานี): แม้จะเป็นที่รู้จักพอสมควร แต่การได้เข้าไปสัมผัสความลึกลับของภูเขาหินปูนที่โผล่พ้นน้ำสีเขียวมรกตท่ามกลางสายหมอกในจุดที่ห่างไกลผู้คน ก็ยังเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และหาชมได้ยาก
กุ้ยหลินเมืองไทย คือฉายาของบริเวณ เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี โดดเด่นด้วยวิวภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อนในน้ำสีเขียวมรกต ไฮไลท์คือ "เขาสามเกลอ" เหมาะสำหรับการล่องเรือชมวิว พายเรือแคนู และพักผ่อนบนแพกลางน้ำ
สถานที่: อุทยานแห่งชาติเขาสก ต.คลองศก อ.พนม และพื้นที่ส่วนเขื่อนอยู่ใน อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี
ไฮไลท์ (กุ้ยหลินเมืองไทย): เขาสามเกลอ, ถ้ำปะการัง, แพนางไพร, แพ 500 ไร่
5. สามพันโบก (อุบลราชธานี): แก่งหินขนาดใหญ่ใต้ลำน้ำโขงที่ถูกกัดเซาะจนเป็นหลุมเป็นบ่อมากกว่า 3,000 หลุม มีรูปร่างแปลกๆ เช่น รูปมิกกี้เมาส์ รูปหัวใจ หรือรูปสัตว์ต่างๆ ซึ่งจะชมได้เฉพาะฤดูแล้งที่น้ำโขงลดระดับลงเท่านั้น
ที่ตั้ง : บ้านโป่งเป้า ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี
6. หุบป่าตาด (อุทัยธานี): ป่าดึกดำบรรพ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาหินปูน เมื่อเดินผ่านถ้ำมืดเข้าไปจะพบกับป่าต้นตาดขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนป่าในยุคไดโนเสาร์ มีพืชพรรณและสัตว์หายากอย่าง "กิ้งกือมังกรสีชมพู" ที่พบได้เฉพาะที่นี่
ตั้งอยู่ในอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ได้รับฉายาว่า "ดินแดนจูราสสิกเมืองไทย" เนื่องจากมีสภาพป่าที่ดูแปลกตาเหมือนหลุดเข้าไปในยุคดึกดำบรรพ์ โดยอยู่ในความดูแลของ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน
7. ภูป่าเปาะ (เลย): หรือที่เรียกกันว่า "ฟูจิเมืองเลย" เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นภูหอที่มีลักษณะยอดตัดราบคล้ายภูเขาไฟฟูจิในญี่ปุ่น ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบและทุ่งหญ้าที่กว้างไกล
ตั้งอยู่ที่บ้านผาหวาย ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย เป็นจุดชมวิวที่ได้รับฉายาว่า "ฟูจิเมืองเลย" เนื่องจากสามารถมองเห็น เป็นจุดชมวิวบนความสูงประมาณ 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถชมวิวได้แบบพาโนรามา 360 องศา ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดและเห็นภูเขาสำคัญ เช่น ภูกระดึง ภูเรือ และสวนหินผางาม
8. ทะเลแหวก เกาะมังกร (พังงา): นอกเหนือจากทะเลแหวกที่กระบี่แล้ว ที่นี่ยังมีสันทรายยาวเหยียดที่โผล่ขึ้นมากลางทะเลในช่วงน้ำลด มีลวดลายของทรายที่ถูกคลื่นซัดจนดูคล้ายเกล็ดมังกรขนาดใหญ่กลางมหาสมุทร
ทะเลแหวกในจังหวัดพังงาที่มักถูกเรียกว่า "มังกร" มี 2 จุดสำคัญ...
-ทะเลแหวกสันหลังมังกร (เกาะพลอง):
สถานที่: ตั้งอยู่ใกล้กับเกาะยาวน้อย ลักษณะเด่น: เป็นสันทรายยาวกว่า 2 กิโลเมตรที่ปรากฏขึ้นกลางทะเลเมื่อน้ำลด มีลักษณะโค้งเว้าคล้ายสันหลังมังกรที่กำลังแหวกว่ายในน้ำ ถือเป็นจุด Unseen ที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะยาว
-ทะเลแหวกหนวดมังกร:
สถานที่: ตั้งอยู่บริเวณระหว่างเกาะระและเกาะพระทอง ในอำเภอคุระบุรี ลักษณะเด่น: เป็นสันทรายที่ทอดยาวกว่า 3 กิโลเมตร มีความสวยงามและเงียบสงบเนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติสูง
ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นเฉพาะช่วงที่ น้ำทะเลลดลงต่ำสุด เท่านั้น ดังนั้นควรตรวจสอบตารางน้ำหรือสอบถามคนในพื้นที่ก่อนเดินทางเพื่อให้เห็นสันทรายที่ชัดเจนและสวยงามที่สุด
สถานที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องอาศัยการตรวจสอบสภาพอากาศและระดับน้ำก่อนเดินทาง ทำให้การไปเยือนแต่ละครั้งเป็นประสบการณ์ที่พิเศษและหาดูได้ยากจริงๆ
อ้างอิงจาก: https://www.dmr.go.th/ละลุ/
https://th.wikipedia.org/wiki/เกาะหินงาม
https://kanchanaburi.center/เมืองบาดาล-สังขละบุรี-2/
https://www.tatnewsthai.org/articles-detail/67
https://www.facebook.com/UnseenThailand/posts/หุบป่าตาด-จอุทัยธานีป่าดึกดำบรรพ์เมืองไทย-มีโถงถ้ำขนาด
เปิด 10 จังหวัดที่มีความยากจนสูงสุดในไทย ปี 2568–2569
ปลาน้ำจืดที่แพงที่สุด ที่มีการเพาะเลี้ยงและวางขายในประเทศไทย
ต่างจังหวัดในไทยที่กำลังจะมีรถไฟในอนาคต
ประเทศที่เล็กที่สุดในโลก(พื้นที่เพียง 550 ตร.ม.)
ประเทศที่สามารถเข้าออก"ช่องแคบฮอร์มุซ"ได้ณเวลานี้
จังหวัดไหนบ้าง ที่มีชื่อเล่นจนคนเรียกติดปาก มากกว่าชื่อจริงไปแล้ว
ค่าตอบแทนเงินเดือนพนักงานเก็บเงินทางด่วน
คําขวัญจังหวัดไหน ยาวที่สุดในไทย
จังหวัดที่รวยที่สุดในประเทศไทย (ไม่รวมกรุงเทพฯ)
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
หนังที่ขาดทุนรุนแรงมากที่สุด เท่าที่เคยมีการบันทึกสถิติไว้ในโลก
เปิดรายชื่อ 10 จังหวัดค่าครองชีพสูง รายได้สวนทาง ปี 2568
ก้อยพิธาหวานฉ่ำ Video Call หากันทางไกล
5 หลักสูตรแปลกในไทย เน้นทักษะชีวิตและงานจริง ตอบโจทย์อนาคต
รัฐบาลญี่ปุ่นเล็งเกาะมินามิโทริ เป็นที่กำจัดกากกัมมันตรังสี
หอยกาบ เลี้ยงลูกสัตว์น้ำอื่นโดยไม่ตั้งใจ
ญี่ปุ่น มอบรถเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้เขมร
เสน่ห์ที่ตๅยแล้วของบิตคอยน์ แต่อสังหาฯ กลับน่าสนใจ
งดงามเหนือกาลเวลา “คินคะคุจิ” ศาลาทองแห่งเกียวโต สัญลักษณ์ความรุ่งเรืองของญี่ปุ่น
ย้อนวันวาน “สี่แยกคอกวัว” ปี 2499 เสน่ห์ถนนราชดำเนิน ยุครถรางแล่นเคียงรถยนต์ ภาพคลาสสิกจากเลนส์ทหารอเมริกัน
Bang Ma fo - ฤดูร้อนที่บางมะฝ่อ | Offcial Movie | จิ๊กโก๋ฟิล์ม #หนังใหม่2025
ชาวบ้านปากชมแห่ร่อนทองริมแม่น้ำโขง รายได้งามวันละ 1,000–1,500 บาท สร้างอาชีพเสริมยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง













